งานเข้าวัดป่าชนะใจรุกป่า! แถมอดีตแม่ชีร้องซ้ำ ถูก “ครูบาชัยวัฒน์” ชวนปล่อยวางสละทรัพย์ สูญ 5 ล้าน ครูบาโฟนอินโต้เดือด
กรณี “บิ๊กเต่า พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว” พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรป่าไม้ เข้าตรวจสอบ “สถานปฏิบัติธรรมป่าชนะใจ” ที่มี “ครูบาชัยวัฒน์” เป็นเจ้าสำนัก พร้อมทั้งข้อกล่าวหาบุกรุกป่าและใช้ที่ดิน สปก.โดยมิชอบ ต่อมาทางสถานปฏิบัติธรรมป่าชนะใจออกมาแก้ข้อกล่าวหา ยืนยันชาวบ้านสละสิทธิให้ การใช้ที่ดินยังอยู่ในขั้นตอนการขอ พร้อมโต้ข้อกล่าวหา สร้างบ้านขายหลังละ 5 แสนไม่เป็นความจริง อดีตแม่ชีร้องซ้ำ ถูกครูบาชวนปล่อยวางสละทรัพย์ฝากชีวิต สุดท้ายสูญเงิน 5 ล้านบาท ก่อนไล่ตะเพิดพ้นวัด
รายการโหนกระแส วันที่ 20 ก.พ.69 ดำเนินรายการโดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดหมาย เลข 33 สัมภาษณ์ พุทธ อดีตแม่ชี สูญเงิน 5 ล้าน, ทนายตุ๋ย พรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์ , โอ๊ต ลูกศิษย์ครูบา , ริชชี่ ลูกศิษย์สายปฏิบัติ
คุณโอ๊ตรู้ข่าวใช่มั้ย ครูบาโดนเรื่องคดีรุกป่า รุกจริงๆ ใช่มั้ย?
โอ๊ต : คำตอบนี้ผมอยากให้ครูบาเป็นคนตอบมากกว่าครับ เพราะจริงๆ แล้วท่านมีการทำเอกสารไปบางส่วน แต่ยังไม่ได้รับอนุญาต ในมุมของโอ๊ต ถามว่ารุกจริงมั้ย ขออนุญาตไม่ตอบว่ารุกหรือไม่รุก เพราะเชิงในเอกสารที่สปก.ทำ เราไม่ได้มีข้อมูลตรงนั้น แต่ครูบาท่านมี ที่มีการปรึกษาหารือกัน
วัดป่าชนะใจ ไปสร้างกระต๊อบเอาไว้บนผาชนะใจ ปักต้นไม้เอาไว้ นี่คือเตรียมอะไร?
โอ๊ต : ข้างบนท่านทำเป็นสถานที่ให้คนไปนั่งสวดมนต์ จริงๆ เรามีวัดอยู่ข้างล่าง ที่กำลังจะตั้งเป็นวัด ท่านก็พาลูกศิษย์ลูกหาสวดมนต์ภาวนา เสร็จปุ๊บก็ลงมาที่เดิม ตรงนั้นไม่ได้พักอาศัย เป็นเหมือนเถียงนาไปตั้งเอาไว้
หน้าวัดทำไมเป็นแบบนี้ เดี๋ยวนี้ไม่เป็นเหลืองๆ ส้มๆ แล้วเหรอ?
โอ๊ต : ต้องเห็นก่อนหน้าเป็นโรงนมเก่าๆ ก่อนท่านเข้าไปพัฒนา เป็นป่ารกร้างหมดเลยครับ
ลูกศิษย์เยอะมั้ย?
โอ๊ต : นับไม่ได้ครับ เยอะครับ
อย่ามาด่าผมนะ ไม่แน่นะ เดี๋ยวจะกลายเป็นว่าไอ้หนุ่มทำไมพูดแบบนี้ ไปเย้ยหยันฝั่งวัดป่าหรือเปล่า ลูกศิษย์ลูกหามาด่าผมไม่ได้นะ ต้องไปเตือนเขานะ สัญญาแล้วนะ?
โอ๊ต : ครับ สัญญาครับ (หัวเราะ)
ทำแบบนี้ทีไรผมโดนทุกที เป็นครูบาบวช 2 พรรษาเป็นครูบาได้เลยเหรอ?
โอ๊ต : จริงๆ ท่านเคยบวชแล้วครับ มีการสึกแล้วไปบวชอีก คำว่าครูบา ถ้าภาษาอีสานไม่เหมือนครูบาแถวภาคเหนือ เป็นคำเรียกกัน ภาคอีสานจะเรียกครูบาๆ คนอีสานดูอยู่จะเข้าใจ
ท่านเองบวช 2 พรรษา ท่านเองเป็นครูบา แต่ไม่ได้เป็นครูบาแบบนั้น?
โอ๊ต : ท่านไม่ได้เป็นครูบา แต่คำเรียกคนอีสาน คือครูบา แต่คนละบา คนละความหมาย ไม่ใช่เป็นตำแหน่ง
ภาคอีสานเรียกกันแบบนี้?
โอ๊ต : ภาคอีสานจะรู้กันเลยว่าเป็นคำเรียกครูบา
ทนายตุ๋ย : คล้ายๆ หลวงพี่ หลวงพ่อหรือเปล่า
โอ๊ต : ประมาณนั้น มันเป็นคำเรียกตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วครับ เป็นคำเรียกของคนอีสาน
ไม่ใช่อุปโลกน์ขึ้นมาว่าเป็นครูบา ให้คนอื่นมานับถือ ศรัทธาแล้วบริจาค?
โอ๊ต : ไม่ใช่ครับ ไม่ใช่ตำแหน่ง
เมื่อวานบิ๊กเต่าลงไป 4 จุด จุดแรกตรวจค้นที่ทำการวัดป่าชนะใจ อยู่ในเขตพื้นที่สปก.13 ไร่ เดิมทีพื้นที่แห่งนี้มีผู้ครอบครองสิทธิ์ทำกินแต่ภายหลัง ผู้ครอบครองไม่ได้เข้าไปทำประโยชน์ ทางวัดเลยเข้าไปถือครองเอาไว้ มีการก่อสร้างอาคาร 10 หลัง จุดที่สองเป็นหมู่บ้านอาริยะ อยู่ระหว่างแผ้วถางป่า ปรับแต่งพื้นที่ให้เรียบ แบ่งล็อกแต่ละพื้นที่ขึ้นโครงฐานทำบ้านน็อกดาวน์มาติดตั้ง พร้อมสาธาณูปโภค เตรียมสร้างบ้านพักให้กับพุทธศาสนิกชนที่มาปฏิบัติธรรมกับทางวัด เสนอขายให้คนที่ไป 5 แสนบาท จริงมั้ย?
โอ๊ต : อันนี้ไม่จริงครับ ต้องเล่าอย่างนี้ครับ ประเด็นโดนพาดพิงว่าครูบาทำบ้านขาย ทำอสังหาริมทรัพย์ มันเป็นประเด็นที่ทางสื่อไม่รู้ได้ข้อมูลมาจากไหน ผมจะเล่าข้อเท็จจริงในมุมของผม การที่เราเข้าไปปฏิบัติกับท่าน ลูกศิษย์ลูกหาเยอะมาก เราไปปฏิบัติยังรักสบายอยู่ อยากติดแอร์ อยากมีบ้านเป็นของตัวเอง แต่ไม่อยากไปเบียดเบียนวัด เราเลยรวมรวบกันว่า เราสร้างถวายวัดมั้ย แต่เวลาเราไปปฏิบัติก็ถือว่าครูบาให้สิทธิ์คนที่สร้างหน่อยได้มั้ยครับ อย่างผมอยู่ 7 วัน ผมขออยู่บ้านที่ผมถวาย แต่ถ้าเกิดพระสงฆ์องค์เจ้าแม่ชีมา ก็สามารถใช้ได้หมด หรือคนมาปฏิบัติใช้ได้หมด
ลูกศิษย์บางคนยังรักความสบาย พอไปเจอครูบา ก็เลยขอเอาเงินบริจาคสัก 5 แสน สร้างที่อยู่ติดแอร์ เวลามาปฏิบัติธรรมจะได้เข้าไปอยู่ตรงนั้น ได้มั้ยครูบา?
โอ๊ต : ไม่ใช่ครับ เราตกลงกันเองกับลูกศิษย์ลูกหา
ครูบาอนุญาต?
โอ๊ต : ครูบาไม่ได้ยุ่ง เป็นการอนุญาตโดยที่ครูบาอนุญาต ส่วนบางคนเอาบ้านน็อกดาวน์มาเอง บางคนโอนไปทำบุญกับมูลนิธิ
แล้วเขามีสิทธิ์อะไรเอาไปตั้ง?
โอ๊ต : เป็นที่ของชาวบ้านที่มีเอกสาร เขายินยอมให้ที่กับมูลนิธิเพื่อใช้ประโยชน์เป็นสถานธรรม ชาวบ้านเซ็นมาให้เรียบร้อย มีหลักฐานครับ
ทนายตุ๋ย : ส่วนตัวผมมองว่าถ้าที่สปก. อนุญาตเพื่อทำการเกษตร แล้วมันโอนเปลี่ยนมือไม่ได้ ตามกฎหมายเป็นแบบนี้ ส่วนท่านจะทำเป็นสำนักธรรม เข้าใจว่าน่าจะขออนุญาตเป็นเรื่องโครงการพุทธอุทยาน
โอ๊ต : อันนั้นจะเป็นอีกส่วนครับ แต่ในส่วนหมูบ้านที่เรียกว่าอาริยะที่เราทำขาย เราขอเรียกว่าเป็นโมเดลของพวกหนองนา
เป็นพื้นที่ของใคร?
โอ๊ต : เป็นพื้นที่ของชาวบ้านที่สละให้กับมูลนิธิ
ขายหรือสละ?
โอ๊ต : เขาตกลงกันแล้วสละถวายให้มูลนิธิครับ ทางลูกศิษย์ลูกหามีไอเดียว่าอยากมาปฏิบัติธรรม แล้วอยากมาสร้างบ้านอยู่เองจัง จะตั้งได้ตรงไหน ก็เลยกลายเป็นว่าตั้งกุฏิของใครของมัน
คนรักสบาย มีเงิน 5 แสน ก็ถวาย ขอสร้างบ้านตรงนี้ ครูบาก็โอเค เป็นแบบนั้นมั้ย?
โอ๊ต : ตรงนี้ต้องให้ท่านอธิบาย ในมุมผมจะเป็นแบบนี้ครับ เราไม่ได้สร้างบ้านขาย ตามที่ข่าวบอกสร้างขายหลังละ 5 แสน ไม่มีครับ
พื้นที่ตรงนั้นเป็นพื้นที่อะไร?
โอ๊ต : เท่าที่ทราบเป็นพื้นที่สปก.ที่ชาวบ้านเรียกว่าสละให้ทางมูลนิธิ
ทนายตุ๋ย : มันสละไม่ได้ สปก.จริงๆ คือที่ของรัฐ เราแค่ใช้ประโยชน์ การใช้ประโยชน์เขาก็ควบคุมอยู่แล้ว
เขาใช้เพื่อการเกษตรอย่างเดียว สปก.?
โอ๊ต : แต่ตอนนี้เราทำเป็นโมเดลนั้นเลยครับ เรามีภาพอินเสิร์จขึ้น มันจะมีแปลงผักที่เราทำ มีโคกหนองนา ปลูกผัก ปลูกเห็ด มีสระน้ำ ฟาร์มเห็ด ฟาร์มผักที่เราทำ
แต่มีบ้านไปตั้งอยู่ตรงนั้นด้วย?
โอ๊ต : ใช่ครับ เป็นบ้านน็อกดาวน์เอาไปตั้งครับ ถึงมีที่อยู่อาศัยด้วยครับ
มันเป็นเหลี่ยมหรือเปล่า จริงๆ สร้างบ้าน แต่อ้างว่าฉันไปทำการเกษตร ถามกันตรงๆ คนก็ต้องมองแบบนั้น มันเหลี่ยมมั้ย?
ริชชี่ : อันนี้ริชชี่ไม่ได้ทราบเรื่องลึกในของที่ เพราะเราเข้าไป เราสนใจศึกษาแต่ธรรมที่ท่านสอน
โอ๊ต : ถ้าให้โอ๊ตตอบ ก็แล้วแต่ทางผู้ชมจะตัดสินใจ แต่ในมุมเรา เราเข้าไปด้วยเจตนาดีทั้งนั้น แต่ในข้อกฎหมาย ขอเอ่ยถึงแม่ชีพุด น่าจะรู้จักวัดดี เราเข้าไปด้วยเจตนาเข้าไปเพื่อปฏิบัติเหมือนกัน วันนี้โอ๊ตโดนรายการเชิญมา ก็เป็นลูกศิษย์ทั้งสองฝ่าย เพียงแต่เราไม่ได้มีประเด็นกับท่าน
พุทธ : แต่ตอนพุทธไป ทางคุณก็พูดนะว่ามีที่ขายนะ คุณบอกบ้านราคานี้ พุทธยังมีหลักฐานการคุยกับคุณอยู่เลย พุทธมีเพื่อนสนใจ เขาอยู่กรุงเทพฯ เขาอยากหาที่ปฏิบัติ แล้วคุณแม่เขาแก่แล้ว เขาอยากได้ที่สบายๆ ไปพัก หนูก็คุยกับคุณโอ๊ต
โอ๊ต : พี่พุทธเป็นคนถามก่อนเลยครับว่ามีที่ขายมั้ย ผมบอกว่าที่มีขายนะครับ แต่เป็นที่รอบข้างของชาวบ้าน พี่พุทธลองดู
พุทธ : มีในไลน์อยู่ ที่คุณโอ๊ตบอกว่าหมู่บ้านอาริยะเต็มแล้วนะ
โอ๊ต : แม่พุทธแฟร์ๆ กับฝั่งโอ๊ตหน่อยเนอะ เพราะเราไม่ได้มีประเด็นอะไรกัน เอางี้ก่อนแม่พุทธจะถามสิ่งนี้ แม่พุทธถามผมว่าไงครับ
พุทธ : อันนี้ไม่เกี่ยวกับคุณ
โอ๊ต : แม่พุทธบอกว่าแม่ศรัทธากับครูบามาก แม่อยากมาอยู่ที่นี่ อยากพาเพื่อนมาอยู่ที่นี่
พุทธ : ไม่ใช่
โอ๊ต : นี่ไม่ใช่แชตนะ คือเราคุยกันก่อน เราขึ้นไปบนเขาด้วยกัน เราสนทนาธรรมกัน พากันไปเก็บกระถิน แล้วแม่พุทธบอกว่าแม่มีสายต่างชาติ โอ๊ตพูดคำนึงว่าที่ดินมีขายนะ แต่รอบวัดแต่ที่จะทำ แม่พุทธรู้ดีอยู่แล้วว่าพวกเราจะจัดตั้งกัน 11 ไร่ ทำเป็นโคกหนองนา เป็นหมู่บ้านอาริยะ คนที่มาอยู่ต้องเป็นคนปฏิบัติและฟังครูบา ถ้าไม่ฟังก็คุยกันไม่รู้เรื่อง
ในข้อเท็จจริงเรื่องการปฏิบัติเป็นเรื่องนึง คนเข้าไปเพราะอยากปฏิบัติ เข้าใจมุมนี้ แต่ที่เรากำลังพูดถึง ปฏิบัติได้ แต่ปฏิบัติไปตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ผิดกฎหมาย มันไม่ได้ มันคนละเรื่องนะ ถ้าจะปฏิบัติที่นี่ๆ ได้หมด วันดีคืนดีคุณไปปฏิบัติในบ้านคนอื่นเขา ซึ่งเขาไม่ได้อนุญาต อันนี้คือคุณผิด คุณจะบอกว่าไม่ได้ ผมเข้าไปบ้านคุณไปนั่งปฏิบัตินะ ไม่ได้?
ทนายตุ๋ย : วัตถุประสงค์ดี เจตนารมณ์ดี เพียงแต่ว่าต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย พอผิดกฎหมายก็เป็นเรื่องอื่น มันก็เป็นแบบนี้แหละครับ
โอ๊ต : ในส่วนนั้นถ้าเราทำแล้วไม่ถูกต้อง เราก็ยอมรับครับ แต่โอ๊ตยกมือตรงนี้เลย แม่พุทธก็รู้ดีว่าเจตนาเราเข้าไปทำไม เราเข้าไปปฏิบัติทั้งนั้น แม่พุทธเข้าไปกับโอ๊ต เราอยู่ด้วยกัน แม่ถามโอ๊ตเองว่าแม่จะพาคนมาอยู่ต้องทำยังไง เราไม่เบียดเบียนครูบานะ แม่ยังบอกว่าดีจังเลย สร้างหมู่บ้านเองอยู่ข้างหลัง หาน็อกดาวน์มาตั้ง ไม่เบียดเบียนพระ
พุทธ : ไม่ใช่ นี่มันคือประเด็นมั้ย
โอ๊ต : หมายถึงที่เราคุยกัน แม่จำไม่ได้ครับ พอคุยกันไปสักพักนึง แม่มาถามถึงจะเข้ามาอยู่ในหมู่บ้าน ต้องทำยังไงบ้าง 1 2 3 4 โอ๊ตก็อธิบายตามที่เราคุยกัน ไม่ปฏิเสธครับแม่ แต่ลึกๆ แล้วคำพูดที่ไม่ใช่การพิมพ์ โอ๊ตคิดว่าแม่รู้ถึงเจตนาโอ๊ต
พุทธ : รู้เจตนาคุณ แต่ว่าพุทธเข้าไปอยู่ พุทธได้เห็นว่ามันเป็นแบบนี้จริงๆ
โอ๊ต : อันนั้นมุมแม่ แต่อยากเคลียร์ว่าเราไม่ได้ผิดใจอะไรกัน โอ๊ตไปอยู่ตรงนั้นในฐานะลูกศิษย์ ตอนนี้แม่กำลังจะบอกว่าโอ๊ตขายบ้าน (หัวเราะ) โอ๊ตทำอสังหาฯ อยู่
วันนี้ที่เชิญแม่ชีพุทธ คุณพุทธต้องการพูดในมุมเธอเองเรื่องเงิน 5 ล้าน ส่วนคุณต้องการปกป้องวัดป่าที่คุณเคารพ ศรัทธา อันไหนผิดก็ว่ากันไปตามผิด คุณพุทธแค่พูดในลักษณะที่ว่าถ้าคุณบอกว่าตรงนั้นไม่ได้มีการขาย แต่ทำเกษตรกรรม มีการปลูกบ้านจริง แต่เขาแย้งมาว่าแต่จริงๆ มีการขายนะ อาจไม่ใช่คุณขายก็ได้ อาจเป็นคนในวัดขายก็ได้?
โอ๊ต : ครับ ว่ากันไปตามหลักฐาน
เพื่อความเป็นธรรมทั้งสองฝั่ง เขาอ้างว่าคนครอบครองอยู่ไม่ได้ทำประโยชน์ วัดเลยไปถือครอง ก็งงๆ อยู่วัดถือครองยังไง?
ทนายตุ๋ย : จริงๆ ถือครองไม่ได้ เพราะเขาห้ามเปลี่ยนมือ ถ้าจะมีสัญญาเหมือนที่คุณโอ๊ตพูดช่วงแรกว่าเขาทำหนังสือสละอะไรมาให้ ส่วนตัวมองว่าการทำนิติกรรมตรงนั้นเป็นโมฆะ เพียงแต่ว่าทำเพื่อให้เห็นเจตนาว่าสละให้นะ ก็เข้าไปครอบครอง
จุดแรกมีการก่อสร้างอาคาร 10 หลัง จุดที่สอง หมู่บ้านอาริยะ วัดป่าชนะใจ เป็นการสร้างบ้านขายในราคา 5 แสนบาทต่อหลัง จุดที่สาม พุทธสถานรักษาใจนานาชาติ เป็นอีกจุดที่กำลังปรับแต่งพื้นที่ ใช้รถแบ็กโฮ รถสิบล้อขุดหลุมถมดิน ตัดต้นไม้ เตรียมพื้นที่ก่อสร้างสถานปฏิบัติธรรมเพิ่มเติมตรงจุดนี้ ตร.ก็ไปลงมาเหมือนกัน จุดที่สี่ คือผาชนะใจ จุดนี้เป็นเนินเขาสูง มีร่องรอยการปรับแต่งพื้นที่ เตรียมสร้างพระประธานองค์ใหญ่ตรงจุดนี้ แล้วมีการปลูกต้นไทรขนาดใหญ่ เอาธงประจำวัดไปปักเอาไว้ด้วย เหมือนแสดงความเป็นเจ้าของ ขณะเดียวกัน พบว่าป้ายประกาศห้ามบุกรุก เอามาติดไว้ ว่าตรงนี้เป็นของวัด ห้ามใครมายุ่ง ปรากฏว่ามีการไปตรวจสอบ พบว่ามีการประกาศเรี่ยไรเชิญชวนให้ซื้อบ้าน ราคาหลายแสนบาท ซึ่งจะมีการตรวจสอบว่าเข้าข่ายฉ้อโกงหลอกลวงหรือเปล่า เพราะที่ดินทั้งหมดไม่ใช่โฉนด แต่เป็นที่ดินของรัฐ สปก4-01 ไม่สามารถนำไปจัดสรรหรือทำประโยชน์อื่นๆ ได้ นอกจากเกษตรเท่านั้น ขณะเดียวกันลูกศิษย์ลูกหาของทางพระครูบาชัยวัฒน์ ก็มอบหมายให้คุณโอ๊ตและริชชี่มาชี้แจง คุณโอ๊ตยืนยันว่าทั้งหมดถูกต้อง?
โอ๊ต : ไม่ขอยืนยันครับ (หัวเราะ) พี่หนุ่มก็ชงเกิน เราเข้าไปเป็นผู้ปฏิบัติครับ เอกสารต่างๆ ต้องให้ทางมูลนิธิครูบาชี้แจงเอง ผมขอถามพี่หนุ่มกลับเลยด้วยความเคารพ อย่างภาพอินเสิร์จขึ้น มองด้วยตาเปล่า ถ้าผ่านไปผ่านมาเห็นมั้ยครับว่าแถวนั้นทำอะไรกัน คิดว่าจะหลบสายตาคนได้มั้ยครับ
ผมว่าถ้าอยู่ด้านล่างไม่เห็น นี่ต้องขึ้นไปนะ?
โอ๊ต : ด้านหน้าก็มีทางเข้าครับ ในเรื่องนี้ให้ทางครูบาอธิบายดีกว่า ผมกลับมองว่าเราไม่ได้รู้กฎหมาย แต่เราเข้าไปด้วยเจตนาจะไปปฏิบัติธรรม ทางเราเป็นลูกศิษย์ที่ไม่ได้เสียหายอะไร เรามาชี้แจงในมุมลูกศิษย์ ตอนเข้าไปผมก็มีเอ๊ะเหมือนกัน ทำแบบนี้คิดว่าเจ้าหน้าที่จะไม่เห็นเหรอครับ ทำไมไม่ห้ามล่ะครับ
คุณจะบอกว่าเจ้าหน้าที่รู้เห็นเป็นใจเหรอ?
โอ๊ต : ไม่ใช่ครับ โอ้โห พี่หนุ่มก็ชงให้ผมอีกแล้ว เราถามกันตรงๆ ครับ ไม่มีคนเห็นบ้างเหรอครับ ที่ครูบาทำแบบนี้ แล้วไม่ไปแนะนำไปห้ามท่านหน่อยเหรอครับ
ปล่อยไว้แบบนี้แสดงว่าถูก?
โอ๊ต : ไม่รู้ครับ พี่หนุ่มพูดเองนี่ครับ (หัวเราะ)
เลยทำให้ครูบารู้สึกว่าอ้าว ไม่มีใครมาว่าฉันนี่?
โอ๊ต : ก็พระท่านไม่ได้รู้กฎหมายครับ เราเองก็ไม่ได้รู้กฎหมาย ผมต้องปรึกษาทนายด้วยซ้ำ ผมเป็นลูกศิษย์เข้าไปปฏิบัติ เราก็ทำบุญบ้างเล็กๆ น้อยๆ ไม่ได้ทำบุญทีละล้านเหมือนแม่ชี
พระสร้างอะไรสักที่ จะอ้างว่าไม่รู้กฎหมายไม่ได้ ต้องรู้กฎหมาย ไปทำอะไรในสถานที่สักแห่ง?
ทนายตุ๋ย : กฎหมายบอกเลยว่าห้ามอ้างว่าไม่รู้กฎหมายถ้าทำผิด
โอ๊ต : งั้นก็ขอให้เป็นไปตามกระบวนการแล้วกัน
ทนายตุ๋ย : แต่กรณีที่บอกว่าเข้าไปแล้วไม่รู้ มันเป็นอีกเรื่องนึง ผมเชื่อว่าท่านอาจจะเชื่อว่าเมื่อเข้าไปแล้วชาวบ้านทำหนังสือสละสิทธิ์การครอบครองให้ทางท่านไป ท่านเลยอาจคิดว่าท่านทำได้ โดยไม่ได้ทำหนังสือสอบถามหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง
มีทำเกษตร ตรงจุดไหน?
โอ๊ต : จุดที่เขาบอกว่าเป็นหมู่บ้านอาริยะ แล้วทำขาย 5 แสนนี่แหละครับ นี่ตามข่าว
แม่ชีเคยไปมั้ย?
พุทธ : น่าจะทำใหม่ เมื่อก่อนท่านให้พุทธไปอาศัยอยู่ตรง 5 ไร่ อันนั้นเคยเห็น
โอ๊ต : แม่กลับไปเยี่ยมอีกสักรอบก็ได้ ตอนนี้ผักเต็มเลย ปลูกผักเยอะมาก ผักออแกนิกส์ เรานำไปแจกชาวบ้าน เอาไปให้ชาวบ้านรอบข้างหมดเลยครับ
มีทั้งผัก มีทั้งปลา?
โอ๊ต : มีต่างชาติอยู่เยอะครับที่นั่น
ทำบังหน้าหรือเปล่า?
โอ๊ต : เจตนาเราดี ตัวผมเองไม่ได้คิดว่าเราทำบังหน้า
ทำบังหน้าเหมือนทำให้เห็นว่าฉันทำการเกษตร เพื่อหลีกเลี่ยงในการสร้างบ้าน?
โอ๊ต : ไม่ได้ทำบังหน้า ทำให้เห็นเลยครับ ผมตอบตรงๆ ครับ
ทนายตุ๋ย : ทำเพื่อเลี่ยงว่าฉันทำเกษตรไง มีคนแนะนำหรือเปล่า
โอ๊ต : อาจให้ทางกฎหมายหรือครูบาชี้แจง เพราะเราเข้าไปเป็นผู้ปฏิบัติ และหวังดีว่าเข้ามาปฏิบัติในวัด ไม่อยากเบียดเบียนวัด ลูกศิษย์ก็รวมตัวกัน เอากุฏิไปตั้ง ไปถวายมั้ย เวลาเราไปปฏิบัติ ถ้าเราไม่อยู่ เราก็ถวายให้วัด ทุกอย่างไม่ใช่ของเรานะครับ เป็นของมูลนิธิของสงฆ์หมดเลย
พื้นที่ตรงนี้เท่าที่ทราบมา 2 พันไร่?
โอ๊ต : ไม่ถึงครับ ผมเคารพครูบาท่านมาก มีประมาณพันกว่าครับ
แบ่งทำการเกษตรกี่ไร่ ปลูกบ้านกี่ไร่?
โอ๊ต : ต้องแยกอย่างนี้ครับ ในส่วนหมู่บ้านอาริยะ มันคือสปก.ที่เขาสละมา ตามเอกสาร เดี๋ยวท่านมาชี้แจงอีกที ที่โดนกล่าวหาว่าขายบ้านตรงนั้น มันเป็นที่ที่คนเข้ามาปฏิบัติธรรม และบริจาคเอง และอยู่เอง ปลูกผักทำสวนครู ขุดบ่อ ทำโมเดลโคกหนองนา
ทนายตุ๋ย : ผู้ได้สิทธิ์เดิมเขาบริจาคเหรอครับ
โอ๊ต : ถูกต้องครับ เขาสละให้
เอาแชตไลน์มาดู อันนี้ของใคร มันก็เป็นการเลี่ยงหรือเปล่า?
โอ๊ต : ต้องถามท่านว่าแชตนี้คุยกับใคร ใครเป็นคนส่งไป ต้องให้ท่านอธิบาย ลูกศิษย์ท่านร้อยพ่อพันแม่ ท่านก็คุยเล่น อย่างเวลาโอ๊ตไปให้ท่านสอนธรรม ท่านบอกไม่มีธรรม มีแต่วาง วางความยึดมั่นถือมั่นสิ เราก็ไม่เข้าใจหรอกครับแรกๆ
พอเห็นภาพนี้ก็แตกต่างจากสิ่งที่เราเห็น อีกภาพมีผักออแกนิกส์ แต่แชตไลน์มันก็บอกได้ว่าเป็นการทำบังหน้า ทำเลี่ยง ทำขึ้นมาพรีเซ็นต์ มันก็เลยกลายเป็นเรื่องลำบากใจกันไปหมดเลย เรื่องนี้คุณตอบไม่ได้หรอกต้องฟังท่านตอบ
อดีตแม่ชีพุทธ เป็นใครมาจากไหน ก่อนเข้าไปอยู่วัดป่าแห่งนี้?
พุทธ : จริงๆ มาจากอังกฤษ ด้วยความที่เต็มอิ่มกับชีวิตประเทศนอก ที่รู้กันอยู่ว่าอากาศด้วย ผิดหวังกับความรัก หย่ามา จิตใจค่อนข้างบอบช้ำ ไม่ไหวแล้ว เลยตัดสินใจว่าเราเป็นพระพุทธ หวังพึ่งพระพุทธศาสนา อยากมาบวช เงินทองเราก็โอเคแล้ว มีบ้านเราก็ขายเพื่อมาบวชตลอดชีวิตค่ะ เผื่อสภาพจิตใจจะดีขึ้นเต็มร้อย ช่วงนั้นยอมรับว่าสภาพจิตใจไม่เต็มร้อย แล้วเพื่อนเห็นว่าวัดนี้คอนเซ็ปต์เขาคือถ้ามาบวช ก็คือบวชได้ตลอดชีวิต เราจะดูแลคุณไปตลอดชีวิต ไม่ต้องออกค่าใช้จ่ายอะไรเลย แม้แต่ผ้าอนามัยก็ซื้อให้ เราก็บอกเพื่อนว่าไปเป็นเพื่อนหน่อย ไปดูสิว่าเขาปฏิบัติยังไง เราก็เลยมา แรกๆ เราไปก็รู้สึกว่าดี เขาดูแลเราดี คนเจ็บช้ำมาทางโลก พอเจอกัลยาณมิตร เจอแม่ชี เจอพระ ทุกอย่างดูดีเราก็โอเค ลองคุยว่าขอบวชได้มั้ยตลอดชีวิต ท่านบอกว่าได้ แต่ถ้าบวชที่นี่ต้องบวชตลอดชีวิตนะ แต่ต้องรอดูไปก่อน เป็นแม่ชีนาคไปก่อน จนกว่าวันเกิดท่านปีนึงสักอย่างนี่แหละถึงจะได้บวชเป็นแม่ชี
จากนั้นยังไงต่อ?
พุทธ : จากนั้นก็หลายเรื่องเกิดขึ้นเรื่อยๆ มีประเด็นคำพูดที่พระกับแม่ชี ตอนแรกก็งงเหมือนกัน กับคำสอนของวัดนี้ มีพระองค์นึงพอเห็นหน้าเรา เขารู้ว่าเรากลับมาจากนอก เราเป็นคนนิสัยไม่ดีอย่างนึง เราถือศีลห้าโกหกไม่เป็นว่าเราขายบ้านมา เขารู้ว่าเราเป็นยังไง เขาบอกว่าไหนมึงลองทำให้อีพุทธมันรักครูบา ตอนนั้นหนูก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน
แม่ชีรูปนึงมาบอกเรา?
พุทธ : แม่ชีหลายคนเลยค่ะ บอกว่าพระองค์นึงบอกว่าไหนมึงช่วยทำให้อีพุทธรักครูบาสิ เราก็งง พูดถึงเรื่องอะไร เราไม่เข้าใจ ก็คิดว่าเขาพูดเล่น เราได้ยินคำนั้นจริงๆ เราอาจไม่ทันคน เราซื่อมาก เรามาจากต่างประเทศ
พี่อยู่อังกฤษกี่ปี?
พุทธ : 13-14 ปี เอาจริงๆ พุทธใช้ภาษาอังกฤษมากกว่าภาษาไทย พูดยังงงๆ กับภาษาไทยนิดนึง ด้วยความทำงานกับต่างประเทศ ไม่ค่อยได้ใช้ภาษาไทย
ให้เล่าใหม่?
พุทธ : ตั้งแต่เริ่มต้น เราเห็นเขาโฆษณาดี คอนเซ็ปต์ดี ท่านบอกจะดูแลตลอดชีวิต เอาคุณแม่มาบวชก็ได้ เอาลูกหลานมาส่งเรียน คนป่วยก็ส่งเสียค่าใช้จ่าย เข้ารพ.ไม่ต้องเสียอะไรเลย ท่านบอกต่อหน้าไลฟ์กับเพื่อนว่าถ้ามีสมบัติก็ขาย ส่วนหนึ่งให้พี่น้อง ส่วนหนึ่งก็แบ่งมาให้วัด ท่านจะดูแลตลอดชีวิต แม้แต่ผ้าอนามัยก็จะซื้อให้
คุณไปมั้ย?
พุทธ : เราก็หาที่พึ่งทางใจอยู่แล้ว ตอนมีเงินทุกคนดูแลเราดีมาก ตอนเราเริ่มบริจาคแสนนึง จากที่ไม่คุยกับเราพอเห็นว่าเราเริ่มบริจาคก็ดูแลเทคแคร์เราอย่างวีไอพี มาถึงบางอ้อ ตอนเราบริจาคไปหมดแล้ว เราฝากชีวิตแล้ว เราอยากให้แม่สบายใจ มาปฏิบัติธรรมและมีที่พัก เอาจริงๆ ตอนนั้นทางในนั้นมีคนบอกพุทธจริงๆ ว่าหมู่บ้านอาริยะเปิดขายนะ หลังเท่านี้ๆ ในวัดตอนพุทธอยู่บ้านน็อกดาวน์แสนห้า และที่ดินอีกแสนห้า รวมเป็น 3 แสน
โบรชัวเหรอ การสร้างกุฏิพระสงฆ์และแม่ชี 40 หลัง หลังละ 1.5 แสน?
โอ๊ต : อันนี้เป็นในเพจครับ เวลาท่านลงก็ลงในเพจ แม่ชีก็ทำบุญกุฏิมาด้วย สร้างกุฏิถวายพระกับแม่ชี
พุทธ : ตอนนั้นเขาอธิบายว่าคนแก่ที่นั่นจะมาสร้างบ้านอยู่ปฏิบัติไปจนตาย เขาบอกให้คุณแม่มา อยากให้คุณแม่มาจะได้อยู่สบาย เราก็เลยโอเค เอาหลังนึง ท่านบอกราคาเท่านี้ ที่ดินเท่านี้นะ เราก็โอเค เราสร้าง พอดีมีแม่ชีคนนึงท่านสั่งบ้านน็อกดาวน์มาแต่ไม่มีเงินแล้ว เขาเลยมาขายต่อให้พุทธ พุทธเลยซื้อต่อ ให้คุณแม่มาอยู่ เราก็จะได้มาอยู่ด้วย คุณแม่คนนั้นเขาจอง แต่ไม่มีเงินจ่าย หนูเลยเอา คนนี้ขายก่อนก็เลยเอาอันนี้
ทนายตุ๋ย : จ่ายเงินกับใคร ผมอยากรู้
พุทธ : ก็โอนไปบัญชีมูลนิธิเลยค่ะ
คนนั้นไม่เอา คุณเลยโอนเข้าวัด จากนั้นยังไงต่อ?
พุทธ : มาพูดเรื่องทำไมพุทธอยู่ไม่ถึง 2 เดือนแต่หมดไป 5 ล้าน เพราะท่านบอกว่าที่สร้างกุฏิให้พระกับแม่ชีอยู่ เพราะกุฏิไม่พอ แกคิดดูนะ ถ้าหลังนึงอาริยะเกิดขึ้นมา ให้สร้างเป็นชื่อเรา อุทิศส่วนกุศลให้ใครก็ได้ แกคิดดูนะว่าแกได้บุญขนาดไหน ที่สร้างที่พักถวายได้
เหมือนถวายเป็นบุญ แม่ชีมาพักบ้านที่ซื้อแล้วจะได้บุญด้วย?
พุทธ : ค่ะ แล้วยิ่งเป็นอาริยะได้ แกจะได้บุญขนาดไหน กี่เท่า ท่านพูดเลยว่าฉันก็ทำตัวอย่างให้เห็นแล้วว่าฉันทำได้หลายองค์แล้ว เป็นอาริยะแล้ว บรรลุแล้ว
ริชชี่ : เท่าที่สัมผัส ท่านไม่เคยบอกว่าใครในวัดเป็นอาริยะ ท่านไม่ได้ตัดสิทธิ์ด้วย อาริยะคือผู้บรรลุธรรม ตัดกิเลศได้ รู้เท่าทัน
คุณพุทธเชื่อเลย จ่ายไปเท่าไหร่?
พุทธ : ยอดหลักๆ คือ 3.9 ล้าน
เอาไปทำอะไรบ้าง?
พุทธ : ท่านบอกว่าส่วนนึงเอาไปทำกุฏิ อีกส่วนเอาไปทำแจกจ่ายให้คนที่มางานวันเกิดท่าน ใช้ไปหมดแล้ว เป็นเงินสด 2 ล้าน และเงินโอน พุทธขายทอง
ตอนนี้คุณออกจากวัดแล้วเหรอ?
พุทธ : ออกนานแล้วค่ะ เหตุการณ์ก่อนปีใหม่ สุดท้ายแล้วเราได้สติอีกทีนึง ตอนนั้นบริจาคหมดแล้ว จากที่ดูแลเราดีมาก เหมือนครอบครัว พอหมดเงินปุ๊บ โดนกลั่นแกล้ง มาใส่ร้าย มาว่า มึงสูงขนาดไหน ถ้ามึงไม่กราบตีนกูก็ไม่สำเร็จ เป็นภาษาที่ด่าว่าเรา กระแนะกระแหนเรา ล่าสุดที่แรงและไม่ไหวแล้ว คือว่าเรากลางไลฟ์ ว่าเข้าใจอีพุทธหน่อย อีพุทธเป็นไบโพลาร์ เดี๋ยวกูจะให้แม่ชีโหวตว่าควรให้มึงอยู่หรือเปล่า ไม่ว่ามึงจะบริจาคเยอะขนาดไหน แต่ถ้ามึงอยู่กับใครไม่ได้ มึงก็ต้องออก เราก็ปกตินี่หน่า เราดูแลคนอย่างดี ซื้อของดีๆ มาถวาย เราดูแลทุกคนอย่างดี
แล้วได้ถามเรื่องเงินที่ซื้อบ้านไปมั้ย ท่านว่าไง?
พุทธ : ตอนนั้นพุทธทั้งกลัวและโกรธ อารมณ์มันร่วมหมดเลย อีกอย่างคือเรายังมีเงินสด 1 ล้านที่ฝากไว้ให้คุณแม่ด้วย ตอนนั้นเงินอยู่กับท่าน เรากลัวจะไม่ได้ ไม่กล้าโวยวายอะไรมาก เอาง่ายๆ กลัวชีวิตออกไปจากวัดได้มั้ย จะยังไงต่อ เรารู้ว่าเรามาผิดที่แล้ว เราโดนแล้ว แต่ตอนนี้เราได้คืนแล้ว
คุณเห็นว่ามีการซื้อขายที่ดินที่นี่จริงๆ ถูกมั้ย?
พุทธ : ก็เขาเชิญชวนคนอื่นเหมือนกันนะคะ
ทนายตุ๋ย : เขาบอกมั้ยว่าพอซื้อแล้วชื่อจะเป็นของเรา
พุทธ : ไม่ได้เป็นชื่อเรา ให้เรามาอาศัยอยู่ได้ ส่วนจะเป็นของวัดหรือมูลนิธิ พุทธไม่แน่หใจตรงนั้น
เขาออกใบอะไรให้มั้ย?
พุทธ : ไม่เลยค่ะ
ให้เงินเขาไปเฉยๆ เลย?
พุทธ : เขามีแต่โพสต์ว่าอนุโมทนาบุญ
ทนายตุ๋ย : น่าจะเป็นของมูลนิธิหรือเป็นของวัด
ต่อสายหา “ครูบาชัยวัฒน์” ตกลงพื้นที่รุกป่าจริงมั้ย?
ครูบาชัยวัฒน์ : เดี๋ยวจะขอคุยวันพรุ่งนี้อีกครั้งนึงเนอะ วันนี้ขอคุยคร่าวๆ เพราะเราเดินทางอยู่ด้วย สัญญาณอาจขาดๆ หายๆ พื้นที่ทั้งหมดของจังหวัดสระบุรี แบ่งเป็นอำเภอมวกเหล็ก เป็นสปก.หมดเลยทั้งจังหวัด ไม่มีโฉนดสักที่ โรงเรียน รพ. ที่ดินตรงนั้นเป็นสปก.ทั้งหมด สปก.จัดสรรให้ตามผู้ร้องขอ อย่างวัดเราจริงๆ ตอนแรกไม่ใช่วัด เป็นโรงนมเก่า เขามาสร้างเป็นโรงนม สหกรณ์โคนม เสร็จแล้วเขาถวายที่ดินให้หลวงปู่ท่านนึง หลวงปู่ก็แต่งตั้งรักษาการผู้ดูแลสำนักสงฆ์อยู่ที่นี่ 4 ปีท่านก็ไม่ได้พัฒนา เป็นป่ากระถิน พื้นที่ 13 ไร่ที่เราอยู่ มี 3 จุด จุดแรก คือ 13 ไร่ ทีนี้มันเต็ม ชาวบ้านก็สละให้เราอีก 5 ไร่ เราก็ปลูกไผ่ แปลงเป็นแปลงเกษตร เราก็ปลูกไผ่ มีแม่ชีไปอยู่บริเวณนั้น ก็เต็มอีก ก็ขายไปอีก ชาวบ้านก็สละสิทธิ์ให้ภายใต้มูลนิธิ ไม่ได้ยกให้ส่วนบุคคล ที่ดิน 13 ไร่แปลงแรกเนี่ย ขอดำเนินการประชาคมแล้วด้วย ประชาคมลงมติให้สร้างวัด ผู้ใหญ่บ้านก็เซ็น ใบที่มีการเปลี่ยนแปลง เพราะรักษาการคนเดิมท่านออกไป อาตมาเลยได้รับแต่งตั้งให้มาดูแลต่อ เราก็เลยยื่นเรื่องต่อ พอยื่นเรื่องต่อ มันเปลี่ยนมาหลายมือ เจ้าของที่เดิมที่มีชื่อ เขาไม่กล้าสละสิทธิ์ เราก็เลยปรึกษา สปก. สำนักพุทธ มีเรื่องร้องเรียนนี่แหละ โยมแม่ชีพุทธไปร้องเรียน เขาเลยเข้ามาคุยกันว่าจะหาทางออกยังไง สรุปว่าสปก.จะยึดพื้นที่นี้คืน แล้วจะยกให้สำนักพุทธมาใช้ต่อ เป็นสำนักสงฆ์ต่อไป และสร้างวัดต่อไป
อาจารย์คุยกับใคร?
ครูบาชัยวัฒน์ : คุยกับสำนักพุทธ เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะปกครอง
ให้สำนักพุทธเข้ามาดูแลแทน?
ครูบาชัยวัฒน์ : ระเบียบยังไง อาตมาไม่เข้าใจ แต่เข้าใจว่าการจะสร้างวัดต้องเป็นสำนักพุทธเท่านั้นเป็นคนขอ สมมติมีสงฆ์มาอาศัยในที่ดิน ที่ดินต้องถูกต้อง ถ้าเป็นสปก. ต้องให้ชาวบ้านสละสิทธิ์ เมื่อสละสิทธิ์เสร็จแล้วก็ไปยื่นที่สปก. สละสิทธิ์เพื่อเป็นสาธารณะประโยชน์
ที่ดินนั้นคือเป็นของรัฐ ภาครัฐต้องดูแล?
ครูบาชัยวัฒน์ : ใช่ๆ และพระคือคนของภาครัฐ
ครูบาจะทำตามนั้นมั้ย?
ครูบาชัยวัฒน์ : ทำแล้ว มันยังไม่เสร็จ มันทำไปนานแล้ว ตั้งแต่ก่อนอาตมามา ก็ 4 ปีแล้ว อาตมามาทำต่อก็ 2 ปี โยมคิดว่ามันติดขัดที่ตรงไหนล่ะทีนี้ เหลืออย่างเดียวแล้ว ไปยืนอยู่ข้างหน้าแล้ว
ทนายตุ๋ย : อยากเรียนถามท่านว่าท่านได้ขออนุญาตก่อนเข้ามาบริหารจัดการในที่ดินสปก.นี้หรือเปล่าครับ
ครูบาชัยวัฒน์ : เขาขอไว้นานแล้ว เป็นสำนักสงฆ์เดิม 4 ปีแล้ว ก่อนหน้านี้เป็นสหกรณ์โคนม ที่ดินทุกแปลงในเขตอำเภอมวกเหล็ก เป็นสปก.หมดเลย ดังนั้นถ้าอาตมาผิด ทุกคนในมวกเหล็กก็ต้องย้ายออกหมดเลย
ทนายตุ๋ย : ท่านทราบมั้ยว่าที่สปก.จริงๆ แล้วไม่สามารถทำอย่างอื่นได้นอกจากเกษตร
ครูบาชัยวัฒน์ : ไม่สอบถามแล้วอาตมาจะสร้างได้ยังไงโยม (หัวเราะ)
ทนายตุ๋ย : เอาเป็นว่าท่านบอกว่าท่านสอบถามแล้วนะครับ ท่านขออนุญาตแล้ว ความหมายผมไม่ได้หมายความว่าท่านทำไม่ได้ถูกนะครับ แค่ผมถามหลักกฎหมายว่ากรณีที่ท่านทำ จริงๆ ทำท่านทำเพื่อจุดประสงค์ดี เจตนารมณ์ดีนั่นแหละครับ ทำเพื่อปฏิบัติธรรม แต่ผมมองว่าที่ดินมันไม่สามารถก่อสร้างอะไรได้ นอกจากทำเกษตร ผมเลยถามท่านว่าท่านได้ขออนุญาตก่อนมั้ย หรือทราบก่อนมั้ย เพราะที่ดินมันเปลี่ยนมือไม่ได้แล้ว ที่ท่านขายต่อหลายๆ จุดนั่นแหละครับ ที่ผมมองว่าที่หน่วยงานรัฐลงไปตรวจก็เพราะตรงนี้ด้วย มันเลยเป็นความผิดทางกฎหมาย
ครูบาชัยวัฒน์ : เดี๋ยวคุยเป็นประเด็นต่อไปเนอะ มันถูกต้องแล้วล่ะ มันก็ดำเนินการอยู่ แต่ที่เขาไปตรวจเป็นที่ในเขา มันก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร เข้าใจว่าสละสิทธิ์มาแล้ว เขียนระบุด้วยว่าสละสิทธิ์เพื่อสาธารณะประโยชน์และประชาชนให้มูลนิธิครูบาชัยวัฒน์เพื่อสันติสุข ไม่ได้ให้ครูบาชัยวัฒน์
ทนายตุ๋ย : สำนักปฏิรูปเขาบอกว่าได้เหรอครับ
ครูบาชัยวัฒน์ : ได้นะจ๊ะ เพราะว่าที่ดินในมวกเหล็กเป็นสปก.หมดเลย ถ้าอาตมาผิดก็ผิดทั้งมวกเหล็กเลย ที่ดินทุกแปลงเป็นสปก.หมด ไม่มีโฉนด
ทนายตุ๋ย : เข้าใจครับ แค่แปลกใจว่าพอเป็นสปก.แล้ว ทางสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมที่ท่านไปหารือ
ครูบาชัยวัฒน์ : มีกฎหมายระบุไว้จ้ะ ว่าใช้เพื่อสาธารณะประโยชน์ มีวัด มีโรงเรียน มีสถานปฏิบัติธรรม มีเช่า สปก.ทำได้หลายอย่าง แต่เพื่อประโยชน์
ท่านสร้างบ้านพักใจในการขายมั้ย หลังจะ 5 แสน?
ครูบาชัยวัฒน์ : มันไม่ได้ขายนะโยม บ้านคุณหนุ่มหลังเท่าไหร่ 10 ล้าน แล้ว 5 แสน การสร้างบ้านหลังนึง คนอยู่ 4 คน มันไม่ได้หรูหราฟู่ฟ่าหรอก มันถูกที่สุดด้วย แต่เราไม่ได้ขายอย่างนั้น การสร้างบ้านหลังนึงไม่ได้ขาย 4 แสน 5 แสน มันตามค่าชั่ง คนไหนสร้างหลังเล็กก็ตามค่าชั่ง ค่าแรง ค่าของ อาตมาจะเอาเงินค่ากุฏิแล้วจะมาบวชทำไม อาตมาก็เป็นเซลล์เหมือนเดิมสิ เข้าใจเนอะ อาตมาเป็นผู้จัดการมาด้วย ขายของเป็นด้วย รู้ราคาของหมดแหละ 5 แสนมันสร้างไม่ได้หรอก จะเหลือกำไรไปทำอะไร
ทำไม 5 แสนสร้างไม่ได้?
ครูบาชัยวัฒน์ : หมายถึงหลังใหญ่ขนาดนั้น
ภาพเหมือนบังกะโลนี่นะ เป็นกุฏิ?
ครูบาชัยวัฒน์ : อาตมาทำ 3 โซน โซนคนมีลูกมีภรรยา มีพ่อแม่ ยังทิ้งงานไม่ได้ ปฏิบัติธรรมเริ่มต้น ก็อยู่อีกโซนนึง โซนเข้ามาคือผู้ถือพรหมจรรย์แล้ว ถือศีล 8 ได้แล้ว ต้องการมรรคผล นิพพานแล้ว ก็เป็นโซนแม่ชี แล้วเป็นโซนพระ คนที่มาปฏิบัติธรรม เขาไม่สามารถทิ้งได้ เขาบอกอาจารย์ หนูอยากมาอยู่ใกล้ๆ อาจารย์ ปฏิบัติธรรม มูลนิธิเลยเอาพื้นที่ที่มี ทำโคกหนองนา แล้วมีคนดูแล เป็นสถานปฏิบัติธรรม เป็นสมบัติของสาธารณประโยชน์ ใครก็ใช้ประโยชน์ได้ อาตมาตายไปก็เป็นของชุมชน ไม่ได้ทำเพื่อครูบาชัยวัฒน์ ครูบาชัยวัฒน์ไม่มีบัญชีส่วนตัว มีบัญชีเดียว ที่เหลือเป็นมูลนิธิ ไม่มีเงินด้วย
ทนายตุ๋ย : ที่ก่อสร้างกุฏิแบบนี้ต้องขออนุญาตด้วยใช่มั้ย
ครูบาชัยวัฒน์ : ขออบต.ตามระเบียบ มีลงบ้านเลขที่ด้วย
ทนายตุ๋ย : แปลว่าขออนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย
ครูบาชัยวัฒน์ : ขออนุญาตถูกต้องสิจ๊ะ แต่บางหลังก็ยังไม่ได้ขอ เพราะเพิ่งสร้าง
กุฏิของพระที่อยู่กัน มีการเรี่ยไร ใครเข้าไปอยู่ ที่ดินแสนห้า ค่าสร้างบ้านอีกแสนห้า?
ครูบาชัยวัฒน์ : อันนี้สำหรับคนที่มีเงิน อย่างโยมพุทธมาจากต่างประเทศ เขาก็อยากอยู่ของเขา เขาก็ทำเอง ซึ่งราคาของก็ไปดูเอง กุฏินึงหลังเท่าไหร่
ที่ดินแสนห้าแล้วโอนไปที่ไหน?
ครูบาชัยวัฒน์ : ไม่ๆ มันไม่ได้อย่างนั้นหรอก เหมือนคุณสร้างเอง ก็ซื้อของมาสร้าง มีกุฏิที่เขาสร้างไว้แล้วก็ราคานี้ ก็จ่ายตามราคานี้ ไปดูบ้านน็อกดาวน์ ราคาแสนห้า หลังไหนอยู่ได้มั้ย ต้องราคาแสนเจ็ด สองแสน สามแสน ที่เหลือก็เป็นการบริจาคช่วยวัด
ที่ดินคืออะไร?
ครูบาชัยวัฒน์ : ไม่ได้ขายที่ดิน มันขายไม่ได้อยู่แล้ว ที่นี่ไม่มีขายที่ดิน
เขาขายที่ดินมั้ย?
พุทธ : แล้วทำไมต้องจ่ายแสนห้าเพิ่มด้วย
ครูบาชัยวัฒน์ : มันไม่มีที่ดิน มันเป็นที่สปก. แล้วคนที่นี่จะรู้ทั้งหมด