อิหร่านโต้ทรัมป์ ปัดซุ่มพัฒนาขีปนาวุธโจมตีสหรัฐ จับตาคุยรอบสามที่เจนีวา
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 25 ก.พ. ว่านายเอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวถึงการแถลงนโยบายประจำปีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ซึ่งมีเนื้อหาตอนหนึ่งว่า อิหร่านมี "ความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์ที่ชั่วร้าย" และ "พัฒนาขีปนาวุธที่คุกคามยุโรปและฐานทัพสหรัฐในต่างแดนได้แล้ว" และ "กำลังสร้างขีปนาวุธที่สามารถโจมตีถึงสหรัฐได้ในอีกไม่ช้านี้" ว่าเป็นเพียง "การโกหกคำโตซ้ำแล้วซ้ำเล่า"
ไม่กี่ชั่วโมงก่อนการแถลงของทรัมป์ นายอับบาส อารักชี รมว.การต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า การบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐ เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าทางทหารนั้น "อยู่แค่เอื้อม" ซึ่งเป็นโอกาสทางประวัติศาสตร์ที่จะเกิดข้อตกลงซึ่งตอบสนองผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย แต่อารักชีเน้นย้ำว่า ต้องให้ความสำคัญกับการทูตเป็นอันดับแรก พร้อมให้คำมั่นว่า อิหร่านจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ไม่ว่าอยู่ในสถานการณ์ใดก็ตาม แต่ยืนกรานในสิทธิที่จะใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์เพื่อสันติ
ทั้งนี้ รัฐบาลเตหะรานและรัฐบาลวอชิงตันมีกำหนดจัดการเจรจานิวเคลียร์รอบที่ 3 ที่เมืองเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์ ในวันที่ 26 ก.พ. นี้ ซึ่งถือเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุด นับตั้งแต่มีการรื้อฟื้นการเจรจาขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อต้นเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา ท่ามกลางบรรยากาศสุ่มเสี่ยงของการเผชิญหน้าทางทหาร จากคำขู่ของทรัมป์
อย่างไรก็ตาม ในการแถลงนโยบายต่อสภาคองเกรส ทรัมป์ยังคงยืนยันว่า ต้องการใช้วิธีการทูตเพื่อแก้ไขปัญหากับอิหร่านให้ลุล่วง
ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้ว อิหร่านและสหรัฐเคยจัดการเจรจานิวเคลียร์กันมาแล้ว 5 รอบ ก่อนหยุดชะงักนับตั้งแต่เกิด "สงคราม 12 วัน" ระหว่างอิสราเอลกับอิหร่าน เมื่อเดือน มิ.ย.2568.
เครดิตภาพ : REUTERS