โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

อิหร่านโต้ทรัมป์ ปัดซุ่มพัฒนาขีปนาวุธโจมตีสหรัฐ จับตาคุยรอบสามที่เจนีวา

เดลินิวส์

อัพเดต 25 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 23.31 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
รัฐบาลอิหร่านตอบโต้ถ้อยแถลงผู้นำสหรัฐ ในประเด็นซุ่มพัฒนาขีปนาวุธไว้โจมตีสหรัฐ ขณะที่เจรจานัดสำคัญรอบที่ 3 ณ เมืองเจนีวา จะเกิดขึ้นในวันที่ 26 ก.พ. นี้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 25 ก.พ. ว่านายเอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวถึงการแถลงนโยบายประจำปีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ซึ่งมีเนื้อหาตอนหนึ่งว่า อิหร่านมี "ความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์ที่ชั่วร้าย" และ "พัฒนาขีปนาวุธที่คุกคามยุโรปและฐานทัพสหรัฐในต่างแดนได้แล้ว" และ "กำลังสร้างขีปนาวุธที่สามารถโจมตีถึงสหรัฐได้ในอีกไม่ช้านี้" ว่าเป็นเพียง "การโกหกคำโตซ้ำแล้วซ้ำเล่า"

ไม่กี่ชั่วโมงก่อนการแถลงของทรัมป์ นายอับบาส อารักชี รมว.การต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า การบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐ เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าทางทหารนั้น "อยู่แค่เอื้อม" ซึ่งเป็นโอกาสทางประวัติศาสตร์ที่จะเกิดข้อตกลงซึ่งตอบสนองผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย แต่อารักชีเน้นย้ำว่า ต้องให้ความสำคัญกับการทูตเป็นอันดับแรก พร้อมให้คำมั่นว่า อิหร่านจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ไม่ว่าอยู่ในสถานการณ์ใดก็ตาม แต่ยืนกรานในสิทธิที่จะใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์เพื่อสันติ

ทั้งนี้ รัฐบาลเตหะรานและรัฐบาลวอชิงตันมีกำหนดจัดการเจรจานิวเคลียร์รอบที่ 3 ที่เมืองเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์ ในวันที่ 26 ก.พ. นี้ ซึ่งถือเป็นความเคลื่อนไหวล่าสุด นับตั้งแต่มีการรื้อฟื้นการเจรจาขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อต้นเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา ท่ามกลางบรรยากาศสุ่มเสี่ยงของการเผชิญหน้าทางทหาร จากคำขู่ของทรัมป์

อย่างไรก็ตาม ในการแถลงนโยบายต่อสภาคองเกรส ทรัมป์ยังคงยืนยันว่า ต้องการใช้วิธีการทูตเพื่อแก้ไขปัญหากับอิหร่านให้ลุล่วง

ย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้ว อิหร่านและสหรัฐเคยจัดการเจรจานิวเคลียร์กันมาแล้ว 5 รอบ ก่อนหยุดชะงักนับตั้งแต่เกิด "สงคราม 12 วัน" ระหว่างอิสราเอลกับอิหร่าน เมื่อเดือน มิ.ย.2568.

เครดิตภาพ : REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...