ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ! หญิงจีน วัย 63 ปี คลอดลูกสาวน้ำหนัก 2.8 กก. หลังสูญเสียลูกชายไป
ดีใจด้วยกับคุณแม่ชาวจีนวัย 63 ปี ให้กำหนดลูกสาวน้ำหนัก 2.8 กก. ด้วยวิธีผสมเทียม (IVF)
เพจเฟซบุ๊ก 'China Story' ได้โพสต์ภาพหญิงวัย 63 ปี และเด็กน้อยคนหนึ่งเพศหญิง โดยระบุข้อความว่า หญิงจี๋หลินวัย 63 คลอดทารกหญิง 2.8 กก.ปลอดภัย แต่ดันเกิดประเด็นถกวุ่นวาย
เมื่อวันที่ 4 มีนาคม ที่เมืองซงหยวน มณฑลจี๋หลิน มีหญิงวัย 63 ปี รายหนึ่งได้คลอดบุตรด้วยการผ่าตัดและได้ให้กำเนิดทารกหญิง น้ำหนัก 2.8 กิโลกรัมอย่างปลอดภัยทั้งแม่และเด็ก
ข้อมูลระบุว่า แม่เด็กรายนี้เคยมีบุตรมาแล้วหนึ่งคน กระทั่งลูกคนเดียวอายุได้ 35 ปี ก็ป่วยด้วยโรคเนื้องอกและเสียชีวิต เมื่อเธอเสียลูกคนเดียวของเธอไปแล้ว สองสามีภรรยาก็อยู่อย่างเป็นทุกข์ ทั้งคู่จึงตัดสินใจทำเด็กหลอดแก้ว ซึ่งนับว่าเป็นอันตรายไม่น้อยสำหรับหญิงที่ต้องคลอดบุตรเมื่อสูงวัยแล้ว
หญิงผู้นี้ได้ตอบข้อสงสัยของสังคมเกี่ยวกับความพร้อมในการเลี้ยงดูลูกของเธอ โดยบอกว่าเธอและสามีมีเงินรวมกันหลังเกษียณเดือนละประมาณ 10,000 หยวน หรือประมาณ 46,000 บาท ทั้งยังมีรายได้เสริมจากการค้าขายส่วนตัวอีก ซึ่งเพียงพอต่อการเลี้ยงดูหนูน้อย และหากในอนาคตเกิดเรื่องไม่คาดคิดต้องจากโลกนี้ไปก่อน ก็ยังมีหลานชายลูกพี่ลูกน้องรับปากจะดูแลลูกของเธอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เรื่องทั้งหมดกลายเป็นประเด็นในสื่อสังคมออนไลน์ มีทั้งคนที่แสดงความยินดีที่สามารถคลอดลูกได้ปลอดภัยในตอนที่อายุมากแล้ว และก็มีคนที่มองว่าการมีลูกตอนอายุเยอะเป็นเรื่องที่เห็นแก่ตัว บางคนก็รู้สึกเศร้าที่เรื่องนี้เหมือนเป็นการสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นจริงของครอบครัวที่มีลูกคนเดียวเมื่อเกิดเรื่องไม่คาดคิด
จีนเริ่มนำนโยบายการวางแผนครอบครัวมาใช้ในช่วงปลายทศวรรษที่ 1970 ซึ่งนโยบายลูกคนเดียวได้ถูกเริ่มบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบในช่วง ทศวรรษที่ 1980 เป็นต้นมา ส่งผลให้ผู้คนจำนวนมากโดยเฉพาะคนที่เกิดในยุค 80 และ 90 ต้องเติบโตมาในครอบครัวที่มีลูกเพียงคนเดียว