โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สหรัฐฯ ถอนทหารจากซีเรีย แต่ยังคงกำลังใกล้อิหร่าน ทรัมป์ชี้พร้อมโจมตี

Amarin TV

อัพเดต 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา
รัฐบาลสหรัฐฯ ถอนทหารออกจากซีเรีย หลังสถานการณ์ความมั่นคงเริ่มดีขึ้น ขณะที่ในตะวันออกกลาง ทรัมป์ยังส่งกำลังใกล้อิหร่าน พร้อมโจมตี หากมีคำสั่ง

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของทำเนียบขาวเปิดเผยกับสำนักข่าว BBCว่า รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังเตรียมถอนกำลังทหารที่เหลืออยู่ในซีเรียเกือบทั้งหมดภายในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า โดยให้เหตุผลว่า รัฐบาลซีเรียได้ตกลงจะรับบทบาทนำในการปราบปรามการก่อการร้ายภายในประเทศ ดังนั้นการปรากฏตัวของกองกำลังสหรัฐฯ “ในระดับขนาดใหญ่” จึงไม่จำเป็นอีกต่อไป

กองทัพทหารอเมริกันประจำการอยู่ในซีเรียมาตั้งแต่ปี 2015 อันเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้าย เพื่อสกัดกั้นอิทธิพลของกลุ่มรัฐอิสลาม หรือ IS

ถอนกำลังจากซีเรีย แต่ยังคงทหารไว้ใกล้อิหร่าน

การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เดินหน้าเพิ่มกำลังทหารสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ขณะที่ความตึงเครียดกับอิหร่านกำลังทวีความรุนแรง

เจ้าหน้าที่รายเดิมระบุว่า การถอนกำลังทหารราว 1,000 นายที่ยังประจำการอยู่ในซีเรีย เป็นส่วนหนึ่งของ “การเปลี่ยนผ่านตามเงื่อนไข” (conditions-based transition) พร้อมย้ำว่า สหรัฐฯ ยังคงพร้อมตอบสนองต่อภัยคุกคามใด ๆ ในภูมิภาค

ข่าวดังกล่าวยังเกิดขึ้นท่ามกลางการเพิ่มจำนวนทหารสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งใกล้กับอิหร่าน

บีบีซีรายงานยืนยันว่า ยืนยันตำแหน่งของเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln ซึ่งติดตั้งเรือพิฆาตติดขีปนาวุธนำวิถีและเครื่องบินขับไล่หลายสิบลำว่าอยู่ในบริเวณใกล้อิหร่าน

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าสหรัฐฯ ได้ส่งเรือ USS Gerald R Ford ซึ่งถือเป็นเรือรบขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มุ่งหน้าสู่ตะวันออกกลาง และคาดว่าจะเดินทางถึงภูมิภาคภายในสามสัปดาห์ข้างหน้า

เจ้าหน้าที่ความมั่นคงระดับสูงเปิดเผยกับ CBS News ซึ่งเป็นพันธมิตรของ BBC ในสหรัฐฯ ว่า ทรัมป์ระบุว่ากองทัพอเมริกันพร้อมสำหรับการโจมตีอิหร่านได้เร็วที่สุดในวันเสาร์นี้ แม้ผู้นำสหรัฐฯ จะยังไม่ได้ตัดสินใจขั้นสุดท้ายว่าจะโจมตีหรือไม่ก็ตาม

สำหรับในซีเรีย กองกำลังสหรัฐฯ ได้ถอนตัวออกจากฐานทัพสองแห่งไปก่อนหน้านี้ในปีนี้ ได้แก่ ฐานอัล-ทันฟ์ ทางตอนใต้ และฐานอัล-ชัดดาดี ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ

สถานการณ์ความมั่นคงในซีเรียดีขึ้น

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังการล่มสลายของรัฐบาลบาชาร์ อัล-อัสซาด ในปี 2024 และการอ่อนกำลังลงของกลุ่ม IS ท่ามกลางสถานการณ์ความมั่นคงในซีเรียที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

นับจากนั้น รัฐบาลทรัมป์พยายามกระชับความสัมพันธ์ทางการทูตกับรัฐบาลดามัสกัส และขยายความร่วมมือกับประธานาธิบดีอาห์เหม็ด อัล-ชาราอา ของซีเรีย

อัล-ชาราอา เดินทางเยือนทำเนียบขาวในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา นับเป็นการเยือนของผู้นำซีเรียครั้งแรกในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ

แม้รัฐบาลของเขาจะมีความขัดแย้งกับกลุ่มติดอาวุธท้องถิ่นบางส่วน แต่ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ได้บรรลุข้อตกลงบูรณาการกองกำลังประชาธิปไตยซีเรีย (SDF) ที่นำโดยชาวเคิร์ด เข้ากับกองทัพซีเรีย

ด้านรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ มาร์โก รูบิโอ พบหารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศซีเรีย อัสซาอัด อัล-ชาอิบานี เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพื่อหารือเรื่องการรักษาข้อตกลงหยุดยิง โดยรูบิโอยังแสดงความกังวลต่อภารกิจการปราบปรามการก่อการร้ายที่ยังดำเนินอยู่

BBC

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...