กมธ.สาธารณสุข สว.ลุยสอบสปสช.พบข้อมูลค้างจ่าย รพ.
กมธ.สาธารณสุข วุฒิสภา เดินเกมตรวจสอบ งบ สปสช. หลังพบข้อมูลค้างจ่าย รพ.อื้อ "สว.ประพนธ์" เรียกร้อง เปิดข้อมูลงบฯ ย้อนหลังอย่างโปร่งใส เหตุโรงพยาบาลรัฐอ่วม แบกภาระหนี้จนขาดสภาพคล่อง ประเมิน 1-2 ปี รพ.เล็กอยู่ไม่ได้แน่นอน
นพ.ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล สว. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การสาธารณสุข วุฒิสภา ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบการบริหารงบประมาณกองทุนสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เนื่องจากความล่าช้าและความไม่ชัดเจนในการเบิกจ่ายงบประมาณของ สปสช.
ซึ่งส่งผลกระทบต่อการจัดบริการการจัดซื้อยาเวชภัณฑ์และการบริหารค่าตอบแทนบุคลากรทางการแพทย์ ว่า ทาง กมธ.ได้ตั้งคณะอนุกรรมาธิการศึกษาการบริหารงบประมาณของ สปสช. และผลกระทบต่อโรงพยาบาลของรัฐขึ้น
โดยได้เชิญสปสช.เข้ามาชี้แจง แต่ข้อมูลที่ได้รับมีหลายประเด็นที่ไม่สอดคล้องกับข้อร้องเรียนที่ทางกมธ.ได้รับมา เช่นทางสปสช. ยืนยันว่าข้อมูลยอดค้างจ่ายไม่เป็นความจริงโอนงบได้ดำเนินการตามปกติ ทั้งที่ยังมีปัญหาการเบิกจ่ายงบประมาณอยู่ในหลายพื้นที่ จึงจำเป็นต้องเชิญสปสช.มาชี้แจงเพิ่มเติม เพื่อให้ประเด็นที่ยังไม่สอดคล้องกันเกิดความกระจ่างมากขึ้น
ทางกมธ.จึงเรียกร้องให้ สปสช. เปิดเผยข้อมูลงบประมาณที่ค้างจ่ายต่อโรงพยาบาลอย่างโปร่งใส พร้อมทั้งเร่งรัดการจ่ายเงินให้กับโรงพยาบาลที่มีภาระหนัก รวมถึงจัดทำรายงานสถานการณ์ทางการเงินของกองทุนให้ชัดเจนและเปิดเผยต่อสาธารณะ และยุติการให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนหรือไม่ตรงกับข้อเท็จจริงในพื้นที่
นพ.ประพนธ์ กล่าวต่อว่า ปัญหาดังกล่าวส่งผลต่อการบริหารจัดการทางการเงินของโรงพยาบาลรัฐจำนวนมาก หลายแห่งจำเป็นต้องนำเงินบำรุงสะสมมาใช้เพื่อดำเนินการประจำวัน เนื่องจากยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับช่วงเวลาการโอนงบประมาณจาก สปสช. และระบบบริหารงบประมาณของ สปสช. ยังคงใช้แนวทางงบประมาณแบบปลายปิด
ซึ่งมีลักษณะการจัดสรรและคำนวณงบประมาณย้อนหลังจากสิ้นปีงบประมาณไปแล้ว ทำให้หน่วยบริการไม่สามารถวางแผนการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ และต้องรับภาระค่าใช้จ่ายล่วงหน้าโดยไม่ทราบจำนวนเงินที่จะได้รับจริงส่งผลให้หลายโรงพยาบาลประสบภาวะขาดสภาพคล่องทางการเงินและเกิดผลขาดทุนสะสมต่อเนื่อง
ส่งผลให้โรงพยาบาลบางแห่งไม่สามารถจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อใช้รักษาผู้ป่วยได้ ทางกมธ.ยังได้ข้อมูลอีกว่ามีโรงพยาบาลหลายแห่งได้รับการจัดสรรงบไม่เป็นไปตามภาระงานแต่เบื้องต้นทางรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขเองได้ออกมายืนยันแล้วว่าทางสปสช.ได้อนุมัติงบประมาณล่วงหน้าเพื่อลดภาวะการขาดสภาพคล่อง
ซึ่งทางกมธ.ต้องไปตรวจสอบว่าจริงหรือไม่และเงินตอบแทนนั้นสอดคล้องกับทรัพยากรทางการแพทย์หรือไม่ งานทางการแพทย์ต้องใช้บุคลากรที่เก่งและมีความสามารถเป็นอย่างมาก หากได้รับค่าตอบแทนที่น้อยกว่าความเป็นจริงโรงพยาบาลเองก็ไม่สามารถอยู่ได้
คาดว่า ภายในสองปีนี้โรงพยาบาลขนาดเล็กอาจจะเกิดปัญหาขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรง ดังนั้นทางกมธ. จะเร่งตรวจสอบและพยายามแก้ปัญหาเพื่อให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นต่อสาธารณสุขของประเทศไทย
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews