ทีมกฎหมายส้ม งัดหลักฐานเด็ด! ชี้ ‘บัตรซ่อมไร้เลขต้นขั้ว’ มัดตัว กกต.
ทีมกฎหมายส้ม งัดหลักฐานเด็ด! ชี้ "บัตรซ่อมไร้เลขต้นขั้ว" มัดตัว กกต. ทำเลือกตั้ง 8 ก.พ. ไม่เป็นความลับ
วันนี้ (23 ก.พ.)นายธีระ สุธีวรางกูร ทีมเฉพาะกิจตรวจสอบการนับคะแนนเลือกตั้ง และทีมกฎหมายพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี การเลือกตั้งใหม่เมื่อวันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา บัตรเลือกตั้งสีชมพูไม่มีการระบุหมายเลขที่ต้นขั้วบัตร แต่ยังสามารถสแกนบาร์โค้ดได้อยู่ ว่า เมื่อวานนี้ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน ได้ชี้แจงแล้วว่า การที่บัตรเลือกตั้งเมื่อวานนี้ไม่มีการระบุหมายเลขที่บัตร แสดงให้เห็นว่า การเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. 69 ที่มีทั้งเลขบนต้นขั้วบัตรและเลขบนบัตรเลือกตั้งมีปัญหา
เนื่องจากมีต้นขั้วให้ตรวจสอบได้ พอบัตรใหม่ไม่มีต้นขั้วจะไม่สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปได้ ทำให้อนุมานได้ว่า การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. 69 สามารถสืบย้อนกลับไปได้ถึงตัวผู้ออกเสียงเลือกตั้งในบัตรนั้นๆ จึงถือเป็นหลักฐานอย่างหนึ่งที่ใช้ในการฟ้องคดีต่อศาล ว่าเป็นการแสดงเจตนาว่าการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. 69 มีปัญหาจริงๆ
นายธีระ กล่าวถึงปัญหาบัตรเขย่งในการเลือกตั้งครั้งนี้มีที่เป็นจำนวนมาก ว่า ก่อนอื่นต้องไปตรวจสอบว่า บัตรเขย่งระหว่างผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง กับบัตรขานคะแนน ที่แตกต่างกันจำนวนมากเกิดขึ้นจากอะไร และใครเป็นคนรับผิดชอบเรื่องนี้ ถ้าเราสามารถรู้ได้ว่าบัตรที่เกินมามีความผิดปกติจริง และเกิดจากการกระทำของใครคนใดคนหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)หรือกรรมการประจำหน่วย(กปน.) ก็จะดำเนินการตามข้อเท็จจริง
“ในข้อเท็จจริงหากมีจำนวนบัตรเขย่ง เกินกว่าความเป็นจริงและไม่สามารถอธิบายได้ ก็สามารถอนุมานได้ว่าการเลือกตั้งไม่สุจริต ไม่เที่ยงธรรม”
ทั้งนี้ นายธีระ ยอมรับว่าตามกฏหมายไม่มีการกำหนดสัดส่วนของบัตรเขย่ง แต่หากคุยกันด้วยสามัญสำนึก ถ้ามีบัตรเขย่ง 2-3 ใบ อาจพูดได้ว่าเป็นความผิดพลาดคลาดเคลื่อนของมนุษย์ที่ดูแลเรื่องนี้ได้ แต่ถ้าต่างกันเป็นหลักร้อย หลักพัน หรือหลักหมื่น โดยไม่มีคำชี้แจงอย่างมีเหตุมีผล จะกลายเป็นข้อเท็จจริงที่ชี้ให้เห็นว่า บัตรเขย่งที่เกิดขึ้นผิดธรรมชาติ หากบัตรเขย่งที่เกิดขึ้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้สะท้อนว่าการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นเป็นไปตามเจตจำนงของผู้มาใช้สิทธิ์ แต่เกิดจากการเขย่งของบัตร ที่ไม่รู้ว่าใครไปกาแทนให้
เมื่อถามย้ำว่า จากการเก็บข้อมูลของนักวิชาการ พบว่ามีจำนวนบัตรเขย่งทั่วประเทศ 3 แสนใบ มีความผิดปกติที่จะทำให้ กกต. จัดการเลือกตั้งใหม่ได้หรือไม่ นายธีระ กล่าวว่า จะต้องไปดูบัตรเขย่งในแต่ละเขต เพราะบางหน่วยอาจจะเขย่งหลักร้อย บางเขตหลักพัน แต่ต้องยอมรับว่าในภาพรวม เขย่ง 3 แสนใบ เป็นยอดที่ผิดปกติมาก เพราะการเลือกตั้งครั้งก่อนก็มีบัตรเขย่งไม่มาก ซึ่งหากส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครอง จำนวนบัตรเขย่งในภาพรวมทั้งประเทศก็สามารถอนุมานได้ว่า การเลือกตั้งนอกจากจะไม่เป็นไปโดยลับแล้ว ยังไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมจริงๆ
เมื่อถามว่าในระเบียบของกกต. มีการกำหนดสัดส่วนของบัตรเขย่งหรือไม่เพื่อให้กกต.พิจารณาว่าควรจะเลือกตั้งใหม่ นายธีระ กล่าวว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจสั่งให้เลือกตั้งใหม่ได้หากพบว่ามีการเลือกตั้งที่เป็นไปโดยไม่สุจริตและไม่เที่ยงธรรมซึ่งบัตรเขย่งตั้งแต่หลักพันขึ้นไป ส่วนตัวมองว่าเป็นเหตุตามกฎหมายที่กกต. สามารถใช้ดุลพินิจสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ได้ แต่กลับพบว่าหลังการเลือกตั้งมาสองอาทิตย์จนถึงตอนนี้ กกต. นิ่งมาก และไม่รู้ว่าข้อร้องเรียนเรื่องบัตรเขย่งมีการพิจารณาแล้วหรือไม่ ซึ่งต้องดูว่ากกต. จะว่าอย่างไร
อย่างไรก็ตามขณะนี้ประเด็นมันบานปลายอาจไปถึงศาลรัฐธรรมนูญและศาลปกครองด้วย จึงไม่มั่นใจว่าในทางปฏิบัติกกต.จะต้องรอความชัดเจนว่าเรื่องนี้จะไปถึงศาลหรือไม่ เพราะหากไปถึงศาลคงต้องรอว่าศาลจะมองว่าการเลือกตั้งเป็นไปโดยลับหรือไม่ ถ้าศาลมองว่าเรื่องนี้เป็นเหมือนกับการเลือกตั้งเมื่อ 2549 ก็อาจจะได้จัดการเลือกตั้งใหม่
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- กกต. นัดถกบ่ายนี้! จ่อรับรองผลเลือกตั้งใหม่ 'คันนายาว-น่าน-อุดร'
- 'เทพไท' ฟันธง กกต. เจอทางตัน! ปมบัตรเลือกตั้ง
- ‘เท้ง’ เปิดตัว ‘อาสาสมัคร’ เป็นหูเป็นตา ปูพรมเฝ้าระวังโกงเลือกตั้ง
ติดตามเราได้ที่