โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“มาม่า” เผยกำไรปี 68 วูบ 17% เซ่นพิษเศรษฐกิจโลก ต้นทุนพุ่ง

Thaiger

อัพเดต 26 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 23.30 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thaiger ข่าวไทย

“มาม่า” เผยกำไรปี 68 วูบ 17% เซ่นพิษเศรษฐกิจโลกและต้นทุนพุ่ง พร้อมกางแผนปี 69 รุกตลาดพรีเมียมสู้ศึกบะหมี่หมื่นล้าน

บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFMAMA ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตรา “มาม่า” เปิดเผยผลการดำเนินงานประจำปี 2568 ท่ามกลางความท้าทายจากสภาวะเศรษฐกิจและต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวน

สรุปตัวเลขผลประกอบการปี 2568

  • รายได้รวม: 27,640 ล้านบาท (ลดลง 6.61% จากปีก่อน)

  • กำไรสุทธิ: 3,700 ล้านบาท (ลดลง 17.27% หรือหายไปกว่า 774 ล้านบาท)

  • สาเหตุหลัก: ยอดขายต่างประเทศชะลอตัวจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ประกอบกับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและการแข่งขันที่รุนแรงในบางกลุ่มสินค้า

เจาะลึกตลาดในประเทศ “พรีเมียม” คือทางรอด

แม้ภาพรวมกำไรจะลดลง แต่มาม่ามองเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของกำลังซื้อในประเทศ โดยตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไทยปี 68 มีมูลค่ารวม 23,120 ล้านบาท (โตขึ้น 1.5%) ซึ่งมาม่ายังคงครองแชมป์เบอร์ 1 ด้วยส่วนแบ่งตลาด 50%

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป (แบบซองและถ้วย) เติบโต 2.3% โดยเฉพาะกลุ่มพรีเมียมอย่าง “MAMA OK Series” ที่ช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าได้เป็นอย่างดี กลุ่มเส้นหมี่-เส้นเล็ก-วุ้นเส้น เติบโตโดดเด่นถึง 10.04% และครองส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 51.3%

กลุ่มที่ต้องปรับตัว โจ๊กกึ่งสำเร็จรูปยอดขายลดลง 7.46% เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนและการแข่งขันที่ดุเดือด

ตลาดต่างประเทศ โจทย์หินที่ต้องแก้

รายได้จากต่างประเทศ (คิดเป็น 20.51% ของรายได้ทั้งหมด) ลดลงถึง 17.49% โดยตลาดหลักยังคงอยู่ใน เอเชีย (43.4%)และ ยุโรป (30%) สาเหตุมาจากคำสั่งซื้อที่ลดลงและสภาวะการค้าโลกที่ไม่เอื้ออำนวย ทำให้บริษัทต้องเร่งบริหารจัดการต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร

ทิศทางและกลยุทธ์ปี 2569 รับมือภาวะโลกร้อนและต้นทุนผันผวน

มาม่าคาดการณ์ว่าในปี 2569 ตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจะโตขึ้นประมาณ 2.3–3.3% โดยมีกลยุทธ์รับมือความเสี่ยง

  • บริหารความเสี่ยงวัตถุดิบ: เตรียมรับมือราคา “แป้งสาลี” ที่อาจพุ่งสูงขึ้นจากภัยแล้งและภาวะโลกร้อนในออสเตรเลียและแคนาดา โดยเร่งวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อหาวัตถุดิบทางเลือกอื่นมาทดแทน

  • นวัตกรรมและสินค้ามูลค่าสูง: เดินหน้าพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เร่งรีบ และเน้นสินค้ากลุ่มพรีเมียมที่ทำกำไรได้ดีกว่า

  • ความยั่งยืน (ESG): เชื่อมโยงกลยุทธ์ธุรกิจเข้ากับการดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคมตลอดซัพพลายเชน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนและรักษาความมั่นคงของวัตถุดิบในระยะยาว

ปีที่ผ่านมาถือเป็นปีที่มาม่าต้องปรับตัวอย่างหนักกับปัจจัยภายนอกที่ควบคุมยาก แต่การรักษาฐานลูกค้าในประเทศและรุกตลาดสินค้าพรีเมียม ยังคงเป็นอาวุธสำคัญที่ทำให้มาม่ารักษาความเป็นผู้นำไว้ได้อย่างแข็งแกร่ง

ที่มา: nationthailand

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...