“มาม่า” เผยกำไรปี 68 วูบ 17% เซ่นพิษเศรษฐกิจโลก ต้นทุนพุ่ง
“มาม่า” เผยกำไรปี 68 วูบ 17% เซ่นพิษเศรษฐกิจโลกและต้นทุนพุ่ง พร้อมกางแผนปี 69 รุกตลาดพรีเมียมสู้ศึกบะหมี่หมื่นล้าน
บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TFMAMA ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตรา “มาม่า” เปิดเผยผลการดำเนินงานประจำปี 2568 ท่ามกลางความท้าทายจากสภาวะเศรษฐกิจและต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวน
สรุปตัวเลขผลประกอบการปี 2568
รายได้รวม: 27,640 ล้านบาท (ลดลง 6.61% จากปีก่อน)
กำไรสุทธิ: 3,700 ล้านบาท (ลดลง 17.27% หรือหายไปกว่า 774 ล้านบาท)
สาเหตุหลัก: ยอดขายต่างประเทศชะลอตัวจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์และความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ประกอบกับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและการแข่งขันที่รุนแรงในบางกลุ่มสินค้า
เจาะลึกตลาดในประเทศ “พรีเมียม” คือทางรอด
แม้ภาพรวมกำไรจะลดลง แต่มาม่ามองเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของกำลังซื้อในประเทศ โดยตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปไทยปี 68 มีมูลค่ารวม 23,120 ล้านบาท (โตขึ้น 1.5%) ซึ่งมาม่ายังคงครองแชมป์เบอร์ 1 ด้วยส่วนแบ่งตลาด 50%
บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป (แบบซองและถ้วย) เติบโต 2.3% โดยเฉพาะกลุ่มพรีเมียมอย่าง “MAMA OK Series” ที่ช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าได้เป็นอย่างดี กลุ่มเส้นหมี่-เส้นเล็ก-วุ้นเส้น เติบโตโดดเด่นถึง 10.04% และครองส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 51.3%
กลุ่มที่ต้องปรับตัว โจ๊กกึ่งสำเร็จรูปยอดขายลดลง 7.46% เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนและการแข่งขันที่ดุเดือด
ตลาดต่างประเทศ โจทย์หินที่ต้องแก้
รายได้จากต่างประเทศ (คิดเป็น 20.51% ของรายได้ทั้งหมด) ลดลงถึง 17.49% โดยตลาดหลักยังคงอยู่ใน เอเชีย (43.4%)และ ยุโรป (30%) สาเหตุมาจากคำสั่งซื้อที่ลดลงและสภาวะการค้าโลกที่ไม่เอื้ออำนวย ทำให้บริษัทต้องเร่งบริหารจัดการต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร
ทิศทางและกลยุทธ์ปี 2569 รับมือภาวะโลกร้อนและต้นทุนผันผวน
มาม่าคาดการณ์ว่าในปี 2569 ตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจะโตขึ้นประมาณ 2.3–3.3% โดยมีกลยุทธ์รับมือความเสี่ยง
บริหารความเสี่ยงวัตถุดิบ: เตรียมรับมือราคา “แป้งสาลี” ที่อาจพุ่งสูงขึ้นจากภัยแล้งและภาวะโลกร้อนในออสเตรเลียและแคนาดา โดยเร่งวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อหาวัตถุดิบทางเลือกอื่นมาทดแทน
นวัตกรรมและสินค้ามูลค่าสูง: เดินหน้าพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เร่งรีบ และเน้นสินค้ากลุ่มพรีเมียมที่ทำกำไรได้ดีกว่า
ความยั่งยืน (ESG): เชื่อมโยงกลยุทธ์ธุรกิจเข้ากับการดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคมตลอดซัพพลายเชน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนและรักษาความมั่นคงของวัตถุดิบในระยะยาว
ปีที่ผ่านมาถือเป็นปีที่มาม่าต้องปรับตัวอย่างหนักกับปัจจัยภายนอกที่ควบคุมยาก แต่การรักษาฐานลูกค้าในประเทศและรุกตลาดสินค้าพรีเมียม ยังคงเป็นอาวุธสำคัญที่ทำให้มาม่ารักษาความเป็นผู้นำไว้ได้อย่างแข็งแกร่ง
ที่มา: nationthailand
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง