โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“เงินบาท” เปิดเช้านี้แข็งค่าแตะ 31.07 บ./ดอลลาร์

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 26 ก.พ. เวลา 02.18 น. • เผยแพร่ 26 ก.พ. เวลา 02.18 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีเอ็มบีธนชาต หรือ TTB เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาดที่ระดับ 31.07 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากราคาปิดตลาดเมื่อวานนี้ที่ระดับ 31.10 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ โดยทิศทางของเงินดอลลาร์ปรับตัวอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ขณะที่ตลาดกำลังจับตามาตรการด้านภาษีของสหรัฐอเมริกา รวมถึงการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์รอบที่ 3 ระหว่างคณะผู้แทนของสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันนี้

ด้านความเคลื่อนไหวของสหรัฐฯ โฆษกทำเนียบขาวได้ระบุว่า รัฐบาลสหรัฐฯ เตรียมพิจารณาปรับขึ้นอัตราภาษีศุลกากรสู่ระดับ 15% จากปัจจุบันที่ระดับ 10% อย่างไรก็ตามยังไม่มีกำหนดการบังคับใช้ที่แน่ชัด โดยเงื่อนไขเวลาจะขึ้นอยู่กับคำสั่งเปลี่ยนแปลงจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งสอดคล้องกับนายเจมีสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) ที่กล่าวว่า สหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษีศุลกากรสำหรับบางประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 15% หรือสูงกว่านั้น จากอัตรา 10% ที่เพิ่งประกาศใช้ไปก่อนหน้านี้ แต่ยังไม่ได้ระบุรายชื่อประเทศคู่ค้ารายใดที่จะถูกเก็บภาษีเพิ่มเติม

นอกจากนี้ เมื่อวานที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้เสร็จสิ้นการแถลงนโยบายประจำปีต่อสภาคองเกรส ซึ่งถือเป็นการแถลงครั้งแรกนับตั้งแต่เข้าสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยที่สอง โดยประธานาธิบดีทรัมป์ได้หยิบยกหลายประเด็นสำคัญขึ้นมากล่าวถึง ตั้งแต่ปัญหาเงินเฟ้อ ภาวะตลาดหุ้น การยุติโครงการด้านความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วม (DEI) ไปจนถึงประเด็นการลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย และวิกฤตนิวเคลียร์อิหร่าน

สำหรับปัจจัยในประเทศ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติ 4 ต่อ 2 เสียง ให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ต่อปี จากระดับ 1.25% มาอยู่ที่ 1.00% ต่อปี โดยให้มีผลทันที ซึ่งมติดังกล่าวเป็นไปในทิศทางที่สวนทางกับที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ ประเมินว่า แม้เศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2568 จะขยายตัวได้สูงกว่าที่ประเมินไว้ แต่ในภาพรวมยังมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าระดับศักยภาพ อันเป็นผลมาจากปัญหาเชิงโครงสร้างและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ขณะเดียวกันอัตราเงินเฟ้อในระยะข้างหน้าก็มีความเสี่ยงด้านต่ำเพิ่มสูงขึ้นจากที่เคยประเมินไว้เดิม

ทั้งนี้ ภายหลังจากการประกาศมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยของ กนง. ส่งผลให้ค่าเงินบาทในขณะนั้นมีการปรับตัวอ่อนค่าลงเล็กน้อย แต่ยังคงเคลื่อนไหวอย่างผันผวนในกรอบ และมีทิศทางสอดคล้องกับสกุลเงินส่วนใหญ่ในภูมิภาค โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในช่วงนี้ ได้แก่ ทิศทางของกระแสเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้าสู่ประเทศไทย รวมถึงความเคลื่อนไหวของราคาทองคำในตลาดโลก ซึ่งล่าสุดในช่วงเช้าวันนี้ ราคาทองคำตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 5,183 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในส่วนของสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติเมื่อวานนี้ พบว่านักลงทุนต่างชาติทำการขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยจำนวน 2,324.09 ล้านบาท และมียอดซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรไทยจำนวน 541 ล้านบาท

สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินประจำวันนี้ ทีทีบีประเมินและให้คำแนะนำในการลงทุนดังนี้

USD/THB: กรอบ 30.90 - 31.20 บาท/ดอลลาร์ (แนะนำทยอยซื้อที่ 30.90 / ขาย 31.20)

EUR/THB: กรอบ 36.50 - 37.00 บาท/ยูโร (แนะนำซื้อ 36.50 / ขาย 37.00)

JPY/THB: กรอบ 0.1970 - 0.2020 บาท/เยน (แนะนำซื้อ 0.1970 / ขาย 0.2020)

GBP/THB: กรอบ 41.90 - 42.40 บาท/ปอนด์

AUD/THB: กรอบ 21.90 - 22.40 บาท/ดอลลาร์ออสเตรเลีย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...