โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ทนายรณณรงค์ ยื่นหนังสือ ผู้ว่าฯสารคาม แก้เงินฌาปนกิจค้างจ่ายสมาชิก 1,400 ล้าน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ทนายรณณรงค์บุกศาลากลาง ยื่นหนังสือผู้ว่าช่วยแก้ไขปัญหาเงินฌาปนกิจที่ค้างจ่ายสมาชิกกว่า1,400 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ที่หอประชุมศาลากลางจังหวัดมหาสารคาม นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมด้วย นายดาว หมวกอินทร์ ตัวแทนผู้เสียหาย และสมาชิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์วาปีปทุม และสมาคมกองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์วาปีปทุม มายื่นหนังสือต่อนายนายชุมพิชญ์ เดชะรัฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม โดยมีนายขันชัย สีนอ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดมหาสารคาม เป็นตัวแทนรับหนังสือจากชาวบ้าน กรณีขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดใช้อำนาจตามกฎหมาย สั่งการแก้ไขปัญหาวิกฤตสมาคมฌาปนกิจสงคราะห์วาปีปทุม และกองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์วาปีปทุม ที่ค้างจ่ายเงินสมาชิกกว่า 1,400 ล้านบาท

ซึ่งทันทีที่ทนายรณณรงค์ เดินทางมาถึงชาวบ้านก็ได้มีการรวมตัวกัน ชูป้ายทวงเงินฌาปนกิจสงเคราะห์ฯ พร้อมกับเรียกหาผู้ว่าราชการจังหวัด เนื่องจากผู้ว่าฯ ไม่ได้มารับหนังสือด้วยตนเอง ก่อนที่นายขันชัย สีนอ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดมหาสารคาม จะแสดงตัวว่าเป็นตัวแทนผู้ว่าฯ มารับหนังสือแทน พร้อมกับเชิญชาวบ้านให้ไปร่วมนั่งรับฟังข้อชี้แจงต่าง ๆ

นายรณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานมูลนิธิรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม กล่าวว่า ที่เดินทางมาวันนี้ชาวบ้านมีข้อเรียกร้อง 4 ข้อ ต้องการเงินคืนให้กับญาติที่ส่งเงินเข้าฌาปนกิจไว้ ถือเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่ง 1 ในข้อเรียกร้องของชาวบ้านก็คือให้ดำเนินคดีกับนายทะเบียนท้องถิ่นในฐานะละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ กรณีปล่อยให้ฌาปนกิจล้มละลายโดยที่ไม่มีคนรับผิดชอบ ฌาปนกิจไม่ได้ล้มได้ในวันสองวัน เดือนสองเดือน ต้องมีสัญญาณมาก่อนหน้านั้น คำถามคือ นายทะเบียนท้องถิ่น ได้ตรวจสอบหรือไม่ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ตรวจเลย แค่เซ็นชื่อรับรองอย่างเดียว จนกระทั่งขาดทุนไม่มีใครรู้ เอาของใหม่ไปจ่ายของเค้า โดยไม่ทราบเส้นเงินเลยว่าเงินเอาไปปล่อยกู้ยืม หรือเอาไปทำอะไร ภาครัฐที่มีหน้าที่ดูแลตามกฎหมายฌาปนกิจสงเคราะห์ก็ไม่ดำเนินการ จึงขอให้ผู้ว่าฯ ตรวจสอบทั้งจังหวัดว่ามี สมาคมฌาปนกิจไหนที่มีความเสี่ยง ต้องรายงานให้ประชาชนทราบ และตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง โดยเฉพาะฌาปนกิจที่ล้มไปแล้ว ต้องไล่ออกอย่างเดียว

นอกจากนั้นต้องหาทางเอาเงินมาคืนให้กับพี่น้องประชาชนให้ได้ จะเป็นงบประมาณส่วนกลางของภาครัฐหน่วยงานไหนก็ต้องเอามาคืน เมื่อมีหน้าที่กำกับดูแล แล้วปล่อยปละละเลยให้เกิดความเสียหายจนเกิดความเสียกว่า 1,000 ล้าน รัฐต้องมาเยียวยา มันคือความผิดพลาดของภาครัฐ ไม่ใช่ประชาชนไปกู้กันเอง ถ้าประชาชนไปกู้กันเอง จะมีกฎหมายฌาปนกิจมาทำไม ชาวบ้านไม่มีใครเข้าใจหรอกว่าเงินฌาปนกิจคือเงินบริจาค หวังแค่ว่าตายแล้วจะได้เงินมาจัดงานศพ อยากให้เร่งรัดคดีเดิม ที่มีการสั่งไม่ฟ้อง ต้องมีคำตอบให้กับประชาชนว่า ทำไมถึงสั่งไม่ฟ้อง แล้วจะทำอย่างไรได้บ้างให้สั่งฟ้อง

โดยในการชี้แจงทำความเข้าใจกับชาวบ้าน นอกจากตัวแทนผู้ว่าราชการจังหวัดแล้ว ยังมีนายกฤษณ์ธนพันธ์ จันทเขตร์ นายกเทศมนตรีตำบลวาปีปทุม พ.ต.อ.สุมิตร นันสถิตย์ ผกก.สภ.วาปีปทุม ตัวแทนทนายความ เข้าร่วมชี้แจงทำความเข้าใจกับชาวบ้าน

ซึ่งเรื่องดังกล่าว เมื่อปี 2566 ชาวบ้านได้มีการร้องเรียนขอให้ตรวจสอบกองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์วาปีปทุม และสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์วาปีปทุม ชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีชาวบ้านถูกตัดสิทธิ เนื่องจากขาดส่งเงินเข้ากองทุน และกรณีมีญาติพี่น้องเสียชีวิต แต่ได้รับเงินค่าฌาปนกิจไม่ครบตามสัญญาที่ให้ไว้ รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 1,400 ล้านบาท โดยนายทะเบียนสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ประจำท้องที่เทศบาลตำบลวาปีปทุม ได้ออกคำสั่ง ที่ 3/2566 เรื่อง ให้สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์วาปีปทุมและกองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์วาปีปทุม ระงับการรับเงินและการจ่ายเงินสงเคราะห์ไว้ก่อน จนกว่าจะมีการแก้ไขปัญหา การเรียกเก็บและการจ่ายเงินสงเคราะห์ให้เสร็จสิ้น

และในปี 2567 ได้มีคำสั่งที่ 8/2567 เรื่องให้เลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์วาปีปทุม และคำสั่งที่ 9/2567 เรื่องให้เลิกกองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์วาปีปทุม เนื่องจากทั้งสมาคมฯ และกองทุนฯ ไม่สามารถดำเนินการจ่ายค่าจัดการศพ หรือค่าจัดการศพและสงเคราะห์ครอบครัวให้แก่ผู้รับผลประโยชน์ของสมาชิกที่ถึงแก่ความตายที่ได้ระบุไว้ในบัตรสมัครให้เป็นผู้รับเงินสงเคราะห์ และหรือเป็นผู้จัดการศพให้เสร็จสิ้นได้ภายใน 97 วัน ซึ่งไม่เป็นไปตามประกาศกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เรื่องวิธีการจ่ายเงินค่าจัดการศพ หรือค่าจัดการศพและสงเคราะห์ครอบครัว การจ่ายและการเก็บรักษาเงินของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ 2545 ข้อ 4

โดยสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์วาปีปทุม มีรายการยอดค้างจ่ายเงินค่าจัดการศพ หรือค่าจัดการศพและสงเคราะห์ครอบครัว (ข้อมูล ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2566) จำนวน 749,450,000 บาท และกองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์วาปีปทุม มีรายการยอดค้างจ่ายเงินค่าจัดการศพ หรือค่าจัดการศพและสงเคราะห์ครอบครัว (ข้อมูล ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2566) จำนวน 722,875,000 บาท รวมเป็นเงิน 1,472,325,000 บาท

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 51(2) และมาตรา 52(4) แห่งพระราชบัญญัติการฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ.2545 จึงมีคำสั่งให้ยกเลิกกองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์ และสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์วาปีปทุม และตั้งผู้ชำระบัญชี ทั้งนี้ หากไม่เห็นด้วย ก็มีสิทธิอุทธรณ์ต่อปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อนายทะเบียนภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่ง เพื่อให้นายทะเบียนประจำท้องที่ นำส่งคำอุทธรณ์ไปยัง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เพื่อวินิจฉัยต่อไป

ซึ่งในการดำเนินคดีอาญา ทาง พ.ต.อ.สุมิตร นันสถิตย์ ผกก.สภ.วาปีปทุม ได้ชี้แจงว่า ในคดีนี้ได้แยกผู้เสียหายออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่ 1 คือกลุ่มที่เสียชีวิตแล้ว ได้เงินฌาปนกิจแล้ว บางคนจ่ายเงินเข้าสมาคม 20,000-30,000 บาท ได้เงินไป 200,000 บาท กลุ่มที่ 2 คือกลุ่มที่เสียชีวิตแล้ว แต่ได้เงินบางส่วน โดยสมาคมบอกว่าจะจ่ายเงินศพละ 200,000 บาท เมื่อเสียชีวิตแล้วบางรายได้เงินแล้ว 50,000 บาท ส่วนที่เหลือจะจ่ายเพิ่มเติมแต่ยังไม่ได้รับ กลุ่มที่ 3 คือกลุ่มที่เสียชีวิตแล้ว แต่ยังไม่ได้รับเงินสักบาท และกลุ่มที่ 4 คือกลุ่มที่ยังไม่เสียชีวิต

สำหรับคดีอาญา ในส่วนของที่รับผิดชอบ ตนเองย้ายมาดำรงตำแหน่งเมื่อ 9 มีนาคม 68 ซึ่งทางพนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนไปตั้งแต่ก่อนที่ตนจะมาดำรงตำแหน่ง ได้ส่งสำนวนไปให้พนักงานอัยการ หลังจากนั้นมีการเฝ้ารอคำสั่งของอัยการ สำนวนที่ส่งไป 8 คดี อัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง 3 คดี อีก 5 คดีอยู่ที่พนักงานอัยการ ส่วนเหตุผลที่สั่งไม่ฟ้อง ในการดำเนินกระบวนการทางอาญา เมื่อพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานในคดีเสร็จจะส่งสำนวนในพนักงานอัยการ พนักงานสอบสวนสั่งฟ้อง อัยการสั่งไม่ฟ้อง จะส่งสำนักไปยังตำรวจภูธรภาค 4 ซึ่งได้รับมอบหมายจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้เป็นตัวแทนในการพิจารณาว่าจะเห็นว่าให้ฟ้องหรือไม่ฟ้อง หรือจะสั่งสอบเพิ่มเติม โดยทั้ง 3 คดีที่อัยการแจ้งผลมา ซึ่งทางตำรวจภูธรภาค 4 มีความเห็นตรงกันกับพนักงานอัยการ แล้วแจ้งกลับมายังที่ สภ.วาปีปทุม ซึ่งก็ได้แจ้งให้กับทางผู้เสียหายได้ทราบแล้ว ส่วนอีก 5 คดีที่เหลือยังไม่ได้รับแจ้งอย่างเป็นทางการ

ส่วนประเด็นที่ทางทนายถามว่า จะมีพยานหลักฐานอื่นใดอีกหรือไม่ที่จะให้พนักงานอัยการสั่งฟ้องได้หรือไม่ นำเรียนว่าหากตราบใดที่ยังไม่ชำระบัญชี ไม่มีทางรู้ว่าเงินสมาคมไปไหนบ้าง อยากให้มีการชำระบัญชีให้เสร็จสิ้นเพื่อที่จะได้รู้ว่าเงินสมาคมไปอยู่ไหนบ้าง ใครทุจริต ประพฤติมิชอบอย่างไร ก็จะดำเนินการตามข้อเท็จจริงที่ได้รับ หากมีพยานหลักฐานใหม่นอกเหนือจากที่เคยให้กับพนักงานสอบสวนไปแล้ว ขอให้นำเอกสาร หลักฐานมามอบให้เจ้าหน้าที่เพื่อนำส่งไปยังพนักงานอัยการ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

โดย 4 ข้อเรียกร้องของชาวบ้านที่มายื่นหนังสือ คือ 1. สั่งการให้ “นายทะเบียนท้องที่” เร่งรัดแต่งตั้ง “ผู้ชำระบัญชี” ที่เป็นกลางภายใน 15 วัน โดยต้องไม่แต่งตั้งบุคคลจากคณะกรรมการชุดเดิมที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความเสียหาย แต่ให้สรรหาบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญจากภายนอก หรือเจ้าหน้าที่จากสำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ เข้ามาทำหน้าที่รวบรวมทรัพย์สินและสะสางหนี้สิน เพื่อป้องกันการยักย้ายถ่ายเทหลักฐานและทรัพย์สินในช่วงสูญญากาศ

2. ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงระดับจังหวัด เอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ขอให้ทางจังหวัดแต่งดั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เพื่อตรวจสอบการทำงานของนายทะเบียน ท้องที่และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องว่า มีพฤติการณ์ปล่อยปละละเลย ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ (ตาม ป.อาญามาตรา 157) หรือไม่ โดยเฉพาะประเด็นการไม่ตรวจสอบงบดุลประจำปีจนปล่อยให้หนี้สินพอกพูน และการปล่อยให้มีการตั้งกองทุนซ้อนทับที่ผิดกฎหมาย หากพบความผิดขอให้ดำเนินการทางวินัยและอาญาอย่างเด็ดขาดเพื่อเป็นบรรทัดฐาน

3. บูรณาการหน่วยงานความมั่นคง “อายัดทรัพย์สิน” ก่อนถูกถ่ายโอน ขอให้ใช้อำนาจในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด (กอ.รมน.จังหวัด) เป็นเจ้าภาพ บูรณาการร่วมกับ ตำรวจภูธรจังหวัด, ปปง. , และ DSI ในการสืบเส้นทางการเงินและดำเนินการยึด/อายัดทรัพย์สินของกรรมการสมาคมฯ และผู้เกี่ยวข้องในเครือข่าย ทั้งทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์และบัญชีเงินฝาก เพื่อนำมาเป็นกองทุนเฉลี่ยคืนแก่ผู้เสียหาย โดยไม่ปล่อยให้เป็นภาระของผู้เสียหายที่ต้องไป ฟ้องร้องสืบทรัพย์กันเองตามยถากรรม

และ 4. กำหนดแนวทางบริหารจัดการทรัพย์สินเพื่อ “เยียวยาเจ้าหนี้ (สมาชิก)” เป็นลำดับแรก ขอให้จังหวัดกำหนดนโยบายกำกับการชำระบัญชี โดยตีความตามหลักกฎหมายว่าด้วยเงินค่าสมัครและเงินสงเคราะห์ที่สมาชิกจ่ายไปถือเป็น “หนี้สิน” ที่สมาคมด้องชำระคืน ดังนั้น ทรัพย์สินใดๆ ที่ยึดมาได้ หรือทรัพย์สินของสมาคมที่นำออกขายทอดตลาด จะต้องนำมาเฉลี่ยคืนให้แก่สมาชิกในฐานะ “เจ้าหนี้บุริมสิทธิ์” จนครบถ้วนหรือมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนที่จะพิจารณานำทรัพย์สินที่เหลือ (ถ้ามี) ตกเป็นของแผ่นดินหรือสาธารณกุศลตามข้อบังคับ เพื่อมิให้สมาชิกถูกลิดรอนสิทธิซ้ำสอง

นางบัวไข คำมี อายุ 60 ปี กล่าวว่า ตนเองส่งเงินเข้าฌาปนกิจให้ญาติ และแม่ รวม 3 คน ซึ่งต้องทุกคนเสียชีวิตหมดแล้ว จะต้องได้เงินทั้งหมด 800,000 บาท อยากมาเรียกร้องความเป็นธรรม สมาคมปิดไปแล้ว เงินไปไหนหมด ทำไมไม่จ่ายสมาชิก ทั้ง ๆ ที่ตนเองส่งเงินจนวันสุดท้ายที่สั่งให้หยุดดำเนินการ

นางเกษร ภักดี อายุ 68 ปี ราษฏรบ้านแคน ต.แคน อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม กล่าวว่า เริ่มทำตั้งแต่ปี 60 ทำให้ญาติพี่น้องในครอบครัว รวม 9 คน มีญาติเสียชีวิตไป 1 คน โดยตอนที่ทำญาติอายุ 75 ปี ส่งเงิน 2 สมาคม เสียค่าแรกเข้า 1,300 บาท ส่งรายเดือน เดือนละ 400 บาท ทำ 2 สมาคม จ่ายเดือนละ 800 บาท เมื่อเสียชีวิตไปติดต่อ ได้เงิน 100,000 บาท แต่หักเงินส่วนต่างค่าดำเนินการ เหลือเงินที่ได้จำนวน 41,117 บาท เค้าอ้างว่าติดลบ แต่ตนก็ไม่รู้ว่าติดลบอะไร บอกว่าค้างจ่าย แต่ตนไม่เคยค้างจ่ายแม้แต่เดือนเดียว ส่งเดือนสุดท้ายเดือนกันยายน ปี 65 ซึ่งได้งวดแรกเพียงงวดเดียว ไปติดตามทวงถามตลอด แต่ก็ได้รับคำตอบแค่ว่าบอกให้รออย่างเดียว ที่ตัดสินใจทำตอนนั้นเพราะว่าเจ้าหน้าที่รับประกันว่าจะไม่เจ๊ง มีรายได้เดือนละ 32 ล้านบาท จ่ายเงินค่าฌาปนกิจให้กับสมาชิกแค่เดือนละ 18 ล้านบาท ทำให้เราเชื่อ ตอนนี้ก็อยากได้เงินที่ส่งไปทั้งหมดคืน อยากได้เงินที่ค้างอยู่คืน เสียเงินไปทั้งหมดเกือบ 5 แสนบาท

ด้านนางคำนาง เหล่าน้ำใส อายุ 83 ปี มาจากบ้านชุ่มดิน อำเภอจตุรพักตรภิมาน จ.ร้อยเอ็ด โดยเดินทางมากับลูกสาวที่ไปทำงานตั้งรกรากอยู่ที่ จ.ชุมพร โดยคุณยาย กล่าวว่า จำไม่ได้แล้วว่าเริ่มทำตั้งแต่ปีไหน ทำให้กับสามี สามีเสียชีวิตตอนอายุ 83 ปี วันที่ 18 เมษายน 2567 ยังไม่เคยได้รับเงินสักบาท ตนเองอยู่กับสามีแค่ 2 คน ลูก ๆ ไปทำงานต่างจังหวัดกันหมด เอาเงินคนพิการ เอาเงินคนชราส่ง เดือนละ 1,000 บาท โดยที่ไม่เคยบอกลูก ๆ เลย พอไปติดต่อบอกแต่ให้รอคิว ไม่รู้ว่าต้องรอไปถึงเมื่อไหร่ ตอนนี้อยากได้เงิน 400,000 บาทคืน แต่หากไม่ได้ก็ขอเงินต้นคืน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทนายรณณรงค์ ยื่นหนังสือ ผู้ว่าฯสารคาม แก้เงินฌาปนกิจค้างจ่ายสมาชิก 1,400 ล้าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...