“ป.ป.ช.”โต้ข้อเรียกร้องยกเลิก ITA ย้ำยังจำเป็น ปรับเกณฑ์ใหม่ปี 2569 พร้อมแจงปม STRONG ต้านทุจริต
ป.ป.ช. ชี้แจงกรณีเครือข่าย STRONG ต้านทุจริตประเทศไทย และภาคีเครือข่ายภาคประชาชนแถลงการณ์ ขอให้สำนักงาน ป.ป.ช. ยกเลิกการประเมิน ITA และขอให้ประธานกรรมการ ป.ป.ช. และกรรมการ ป.ป.ช. แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก
วันนี้ (20 มกราคม 2569) นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. ชี้แจงว่า การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment : ITA) ยังคงมีความจำเป็นและเป็นกลไกสำคัญในเชิงป้องกันและเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมคุณธรรมและความโปร่งใสในภาครัฐให้ปฏิบัติราชการอย่างมีธรรมาภิบาล ทั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. อยู่ระหว่างการวิเคราะห์ ทบทวน และรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนพร้อมทั้งปรับปรุงเครื่องมือการประเมิน ITA ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ให้มีความเหมาะสมสอดคล้องกับบริบทของหน่วยงานภาครัฐ โดยการปรับปรุงหลักเกณฑ์ ข้อคำถามให้มีความเชื่อมโยงกับภาพลักษณ์ของหน่วยงาน และการเพิ่มประสิทธิภาพการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะของภาครัฐ เพื่อตอบสนองต่อความคาดหวังของสังคมได้มากยิ่งขึ้น และสะท้อนปัญหาการทุจริตของแต่ละองค์กรในการประเมิน ITA คาดว่าจะสามารถประกาศหลักเกณฑ์การประเมิน ITA ในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2569
สำหรับการแสดงความคิดเห็นหรือข้อเรียกร้องที่เกี่ยวข้องกับประธานกรรมการ ป.ป.ช. และกรรมการ ป.ป.ช. นั้น สำนักงาน ป.ป.ช. ขอยืนยันว่าการดำเนินงานของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นไปตามหน้าที่และอำนาจ ขั้นตอน และหลักเกณฑ์ตามที่กฎหมายกำหนด ประเด็นใดที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่หรือพฤติการณ์ของผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว คณะกรรมการ ป.ป.ช. สำนักงาน ป.ป.ช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องพิจารณาและดำเนินการภายใต้กระบวนการตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น การที่มีการเผยแพร่ข้อมูล ข้อเท็จจริงที่คลาดเคลื่อนบิดเบือนว่าจะไม่เป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้องบัญญัติไว้ ซึ่งสร้างความเสียหายหรือสร้างความเคลือบแคลงสงสัยให้กับสาธารณชน สำนักงาน ป.ป.ช. จึงขอให้ประชาชนรับฟังข้อมูลข่าวสารด้วยความระมัดระวัง เพราะขั้นตอนกระบวนการต่าง ๆ ต้องเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายบัญญัติไว้
อนึ่ง เพจเครือข่าย STRONG ต้านทุจริตประเทศไทย และเพจ "Strong Act" เป็นแอคเคาท์สื่อสังคมออนไลน์ที่เป็นการดำเนินการของภาคประชาชนที่รวมตัวกันขึ้น โดยแยกจากเครือข่ายภาคประชาชนที่สำนักงาน ป.ป.ช. ส่งเสริมและสนับสนุนตามกรอบกฎหมายภายใต้ชื่อ “ชมรม STRONG จิตพอเพียงต้านทุจริต” ซึ่งใช้ชื่อเพจสังคมออนไลน์ว่า “ชมรม STRONG จิตพอเพียงต้านทุจริตจังหวัด…”การใช้ชื่อหรือถ้อยคำที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน อาจทำให้สาธารณชนเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับสถานะ ความเกี่ยวข้องกับชมรม STRONG จิตพอเพียงต้านทุจริต ภายใต้การส่งเสริมและสนับสนุนของสำนักงาน ป.ป.ช. ซึ่งต้องมีความชัดเจนในการสื่อสารเพื่อมิให้เกิดความสับสนในสังคม
สำนักงาน ป.ป.ช. ขอเน้นย้ำว่า เคารพสิทธิและเสรีภาพของประชาชน และพร้อมส่งเสริม สนับสนุนการรวมกลุ่มเพื่อขับเคลื่อนภารกิจด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พร้อมทั้งเปิดรับข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วนที่สื่อสารอย่างมีความรับผิดชอบโดยยึดประโยชน์สาธารณะ ความน่าเชื่อถือขององค์กร และความเชื่อมั่นของประชาชนเป็นสำคัญ ซึ่งต้องไม่ละเมิดต่อสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่นจนเกินขอบเขตของกฎหมายด้วย
จึงแถลงมาให้ทราบโดยทั่วกัน