โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นิยายรักโรแมนติก เรื่อง ตำนานดาวเคราะห์สีฟ้า - โหรแห่งสยาม

LINE TODAY SHOWCASE

เผยแพร่ 13 ก.พ. 2565 เวลา 23.00 น. • โหรแห่งสยาม

ตำนานดาวเคราะห์สีฟ้า

ผู้เขียน ภาวิดา ชุณหะวัต

ตอนที่ 1 ตำนานดาวเคราะห์สีฟ้า

       “นานมาแล้วยังมีดาวเคราะห์เล็กๆ ดวงหนึ่งซึ่งมีสิ่งมีชีวิตมากมายอาศัยอยู่……มีความรักความผูกพันของมนุษย์ผู้หญิงและผู้ชาย ของเด็กและคนแก่ ของคนและสัตว์ ของสิ่งที่แตกต่าง” ชายชรากล่าว พร้อมถอนหายใจ “แล้วไงครับคุณตา” เด็กชายน้อยถาม แววตาของเขาช่างฝัน แตกต่างจากเด็กชายทั่วๆ ไปบนดาวแห่งนี้ที่เขาอยู่ยิ่งนัก เขาชอบฟังนิทานเรื่องดาวเคราะห์สีฟ้าที่คุณตาอายุร่วม 270 ปีของเขาเล่ามาก ชายชราอายุยืนยาวเพราะเคยเดินทางไปในอวกาศที่ไกลแสนไกล เมื่อกลับมาบนดาวอังคารที่เขาอยู่นี้จึงยังไม่แก่มานัก ชายชราเล่าถึงเทพนิยายกรีกความรักของเทพเจ้าหนุ่มคิวปิดกับเจ้าหญิงไซคี

ชายชราหาวพร้อมกล่าวว่า“เอเฟซัส เอากุญแจนี่ไป พรุ่งนี้ไขเข้าไปในห้องลับของพ่อของเจ้ามีหนังสือเกี่ยวกับดาวเคราะห์สีฟ้าอีกมากมาย วันนี้ตาง่วงแล้ว ขอไปนอนก่อน” เอเฟซัสคือเด็กชายเล็กๆ อาศัยอยู่ที่ดาวอังคาร เขาสืบเผ่าพันธุ์มาจากมนุษย์โลกอย่างเราๆ นี่เอง ทำไมน่ะหรือ ลองอ่านประวัติศาสตร์ของตำนานดาวเคราะห์สีฟ้าดูซิคะ

       “ณศตวรรษที่ 24 เกิดสงครามใหญ่ของเผ่าพันธุ์มนุษย์ เป็นสงครามที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา มนุษย์ถูกแบ่งเป็นสองฝ่ายนั่นคือผู้หญิงกับผู้ชาย จนในที่สุดสงครามระหว่างผู้หญิงกับผู้ชายก็เกิดขึ้น เหตุการณ์นี้ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นมาอย่างช้าๆ ตั้งแต่ศตวรรษที่ 21 เมื่อผู้ชายล่วงละเมิดทางเพศผู้หญิงมากขึ้น มีการประดิษฐ์กล้องวิดิโอถ่ายทะลุเสื้อผ้า มีการแอบถ่ายภาพ รวมทั้งลวนลามบนรถเมล์ ทั้งการข่มขืนทารุณ เหตุการณ์ลุกลามใหญ่โตขึ้น เมื่อผู้หญิงหันมาสู้ และ ต้องการกุมอำนาจของรัฐไว้ จนในในปลายศตวรรษที่ 24 เมื่อผู้หญิงสามารถก้าวขึ้นเป็นผู้นำขององค์การสหประชาชาติ คณะกรรมการขององค์กรฝ่ายชาย

ไม่พอใจเป็นอย่างมาก ลุกขึ้นประท้วง และ ใช้อำนาจแห่งความเป็นชายย่ำยีด้วยการเอาภาพที่แอบถ่ายขณะปฎิบัติภาระกิจในส่วนตัวไปส่งผ่านดาวเทียมไปทั่วโลก และกักขังเธอไว้ในสภาสหประชาชาติ ผู้หญิงทั่วโลกกรีดร้องอย่างหนัก พากันพร้อมใจกันเดินขบวนไปบ้านของคณะกรรมการผู้ชาย และพากันออกเดินขบวนจำนวนสิบสามล้านล้านคนทั่วโลกเพื่อแสดงให้เห็นว่าตนเองไม่ใช่เบี้ยล่างของผู้ชายอีกต่อไปแล้ว และตนเองจะไม่ยอมตกเป็นฝ่ายเสียหาย ทั้งหมดบุกเข้าไปในสภาเพื่อปลดปล่อยผู้นำหญิง

ผู้นำหญิงหลังถูกปลดปล่อยก็จัดการนำกำลังอาวุธที่ซ่อนไว้ออกมาขับไล่ผู้ชายทั้งโลก ผู้หญิงทั้งโลกพากันออกมาจากบ้างและมีการส่งอาวุธลำเลียงทางช่องทางลับ ในศตวรรษนี้ผู้ชายมีจำนวนประชากรเพียงหนึ่งในห้าเท่านั้น ผู้หญิงส่วนใหญ่เกลียดผู้ชายเพราะเขาจะเลือกแต่คนสวยๆ เป็นภรรยา เพราะผู้ชายมีน้อยกว่ามากจึงเป็นฝ่ายเลือก การถูกละเมิดทางเพศมีมากจนผู้หญิงรู้สึกถูกกดขี่อย่างรุนแรง

ผู้ชายทั้งโลกวิ่งหนีขึ้นเครื่องบินที่แอบซ่อนไว้เช่นกันมารวมกันที่อ่าวมินดาเนา พวกเขาเตรียมการไว้นับสิบปี มียานอวกาศมารอรับพวกเขาอยู่แล้ว และแล้วผู้ชายทั้งโลกก็พากันขึ้นยานอวกาศหนีไปดาวอังคารไปจนหมดโลก พวกผู้หญิงร้องเฮด้วยความดีใจ ในที่สุดโลกก็เป็นของพวกเธอ ผู้หญิงทุกคนกลับไปบ้านแล้วจัดเตรียมทุกอย่างที่ต้องการ ดูโทรทัศน์ที่ผู้นำหญิงนางเอมิต้า คาร์ลอสออกแถลงการ “ต่อไปนี้โลกจะสืบพันธุ์ด้วยวิธี FMP Genetic หรือ การสืบพันธุ์ที่มีแต่ผู้หญิงโดยเอารหัสพันธุ์กรรมที่สร้างจากโปรตีนเลียนแบบของคนมาใส่ไว้แล้วผสมกับยีนส์ของพวกเรา แล้วเราก็ไม่ต้องตั้งท้องด้วย พวกเราทุกคนจะมีนี่”

แล้วกล้องก็ถ่ายที่ข้างๆ ของนางเอมิต้า ปรากฎเป็นหุ่นยนต์หน้าตาใจดี ออกอ้วนๆ แล้วนางเอมิต้าก็กล่าวต่อว่า” หุ่นยนต์เคนนี่ พวกเราจะมีกันคนละบ้าน หลังจากเราผสมพันธุ์กับยีนที่เราสร้างแล้ว เราก็นำไปใส่ในตัวหุ่นนี่ และหุ่นจะตั้งท้องแทนเรา และคลอดแทนเรา เนื่องจากหุ่นตัวอ้วนกลมจึงมีเนื้อที่ในการตั้งท้องทารก 9 เดือนได้”

ตอนที่ 2 ดาวอังคารโลกใหม่

  หลังจากนั้นโลกก็เปลี่ยนไป ไม่มีปัญหาล่วงละเมิดทางเพศอีกเลย ไม่มีปัญหาอาชญากรรม ไม่มีการรบราฆ่าฟัน ผู้หญิงไปจ่ายตลาดกับหุ่นยนต์รับใช้ และคลอดลูกให้ ไม่มีการอดอาหารหรือการไดเอท ไม่มีการศัลยกรรม ผู้หญิงต้องการแต่เพียงความฉลาดเพื่อนำเทคโนโลยีมาพัฒนาโลกเท่านั้น

พวกผู้ชายก็พากันอพยพไปอยู่ดาวอังคารตามที่เตรียมการไว้นานแล้ว ที่นั่นมีแต่สถานบันเทิงเริงรมย์และหญิงสาวที่สวยไร้ที่ติ ถูกคัดมาจากคนที่มียีนส์ของความสวยงาม และไม่อ้วน และมีความสามารถทางเซ็กส์ที่เยี่ยมยอด ไม่มีสมอง ไม่ต้องการเรียกร้องอะไรเลย มีแต่การเอาใจใส่ให้ความจงรักภักดี และความสุขทางเพศ ที่นี่คือสวรรค์ของผู้ชายที่แท้จริง พวกเขาไม่คิดจะกลับไปยังโลกอีกเลย การสืบพันธุ์ใช้การโคลนนิ่งที่ดาวนี้ผู้ชายเป็นคน แต่ผู้หญิงเป็นเพียงสัตว์เท่านั้นเป็นการคัดเลือกแต่ยีนส์ที่ให้ผู้ชายมีสมองอันชาญฉลาดจากพ่อ แต่ผู้หญิงเหมือนหุ่นยนต์ที่ทำหน้าที่รับใช้ต่างๆ มีสมองกลวงเท่าเมล็ดถั่ว

       เมื่อความรักอย่างชายหญิงได้หายไปจากโลก พวกผู้หญิงรู้สึกเงียบเหงาแต่ก็สงบสุขความรักของจักรวาลที่เคยมีบนโลกได้หายไปแล้ว ความสมดุลที่เคยเชื่อมความแตกต่างได้ขาดสายใยออกจากกัน ไม่มีใครคิดอยากพบเจอผู้ชายอีกเลย ……………”

เอเฟซัสอ่านตำนานดาวเคราะห์สีฟ้าทุกบท เขาอ่านมาถึงบทที่ว่าด้วยความรักของโรมิโอและจูเลียตและตำนานเรื่องคู่แท้ …ทุกคนมีคู่แท้ของตน มันช่างแตกต่างกับที่ดาวของเขาเหลือเกิน ที่ทุกคนมีเพียงหนึ่งเดียว ไม่มีคู่ของตน เอเฟซัสคิดว่า หรือเราจะไม่เหมาะที่จะอยู่บนดาวนี้นะ เอเฟซัสคิดอยู่ในส่วนลึกๆ เสมอว่าเขามีอีกชีวิตอีกวิญาณหนึ่งอยู่ในที่ๆ ไกลแสนไกล เขาอยากไปตามหาเหลือเกิน บางทีอีกวิญญาณของเขาอาจอยู่ที่ดาวเคราะห์สีฟ้าก็ได้นะ เอเฟซัสอ่านนิยายรักอย่างตั้งใจจนจบ เอเฟซัสปิดหนังสือลง “สักวันหนึ่ง เราจะต้องไปในอวกาศ เพื่อค้นหาให้เจอว่าอะไรคือความรักที่แท้จริงของดาวเคราะห์สีฟ้าให้ได้”

หลังจากนั้นเอเฟซัสก็เติบโตขึ้น และกลายเป็นชายหนุ่มที่รูปหล่อและเก่งกาจในเรื่องการบินในอวกาศ เขามีสมองที่ชาญฉลาดและความขยัน เขาตั้งใจเรียนอย่างหนักเพื่อความฝัน และแล้ววันหนึ่งเขาได้ผ่านคัดเลือกเพื่อเดินทางไปดาวเคราะห์สีฟ้า …ดวงดาวที่มีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์และมีความรักที่หาไม่ได้จากดาวอังคาร เขาต้องร่วมคณะเดินทางเพื่อขอทรัพยากรกลับไปช่วยมนุษย์บนดาวอังคาร

ตอนที่ที่ 3 การพบกันของความรัก

     เขามากับคณะสำรวจเดินทางด้วยการวาร์ปซึ่งต้องใช้แร่ธาตุแทนทิเนียมมหาศาลซึ่งมีมากบนดาวของเขามาสู่ดาวอันไกลโพ้นห่างไกลเหลือเกิน พวกคณะเดินทางปลอมตัวเป็นผู้หญิงเพื่อเดินเที่ยวพักผ่อนก่อนการประชุมใหญ่ซึ่งทางฝ่ายดาวอังคารได้ติดต่อทางอินเตอร์เนตมายังโลกเพื่อนัดประชุมแล้ว เขาแยกจากกลุ่มมาที่ถนนแห่งหนึ่ง ถนนนี้ช่างสวยงามแตกต่างจากดาวอังคาร มีความสงบสุขอย่างที่ตลอดชีวิตเขาไม่เคยมี ผู้หญิงบนดาวนี้แตกต่างจากบนดาวอังคาร ดูอ่อนโยน แต่รูปร่างค่อนข้างอ้วน จนเขาไปสะดุดกับภาพของผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังอ่านหนังสือที่มีชื่อว่ากลศาสตร์วิศวกรรม

นี่ผู้หญิงบนดาวนี้อ่านหนังสือพวกนี้เป็นด้วยหรือ เอเฟซัสครุ่นคิด เขาเฝ้าสะกดรอยตามผู้หญิงคนนั้น หล่อนช่างอ้วนจริงๆ เป็นผู้หญิงที่อ้วนที่สุดที่เขาเคยพบ

เขาปลอมตัวเป็นผู้หญิงเข้าไปปะปน กับผู้คนสะกดรอยตามเธอไป เธอเข้าไปที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เขาคอยตามเธอไป มีแต่ผู้หญิงอ้วนๆ ทั้งนั้นเลย กินอะไรกันเข้าไปเนี่ย ผู้หญิงคนนั้นนั่งลงอ่านหนังสือเธอหยิบโดนัทมากิน หลังกินหมดเธอก็เดินไปซื้อเค้กมากินอีก อีกแล้วหรือนี่ช่างกินจุจริงๆ เขาเดินตรงไปหาเธอพร้อมพูดว่า“ขอโทษครับคุณหนักเท่าไร”หญิงสาวคนนั้นเธอชื่อเอเลียต เธอมองหน้าเอเฟซัสอย่างประหลาดใจ “ที่ดาวนี้ไม่มีเครื่องชั่งน้ำหนักคนค่ะ คนเราจะหนักเท่าไรก็ได้ ถ้าไม่เกินค่าคำนวณทางการแพทย์ ซึ่งคำนวณได้จากคอมพิวเตอร์”เอเฟซัสยังพูดอีกว่า

“คุณอ้วนจังครับ เขายิ้ม แต่ผมก็ชอบคุณนะ นี่ครับดอกไม้” เอเลียตงง “อ้วนคืออะไรคะ ฉันไม่เข้าใจแล้วทำไมคุณต้องให้ดอกไม้ฉันด้วย” เอเลียตรับดอกไม้มางงๆ

       ไม่แปลกที่เธอจะไม่เข้าใจ ดาวโลกไม่มีคำว่ารักแบบหนุ่มสาวนานแล้ว ไม่มีการไดเอ็ต ไม่มีการทำศัลยกรรม ทุกคนอยู่ด้วยความฉลาดเท่านั้น วิทยาการก้าวหน้าไปมาก เพื่อนๆ ของเอเฟซัสมาที่ห้องปฏิบัติการทางอวกาศของเขา พวกเขาปรึกษากันว่าจะเข้าถึงผู้นำของประชาคมโลกได้อย่างไร ขณะที่เอเฟซัสกลับคิดถึงแต่หน้าของเอเลียต เขาวาดรูปเอเลียตลงในกระดาษ เฮเมส เพื่อนของเอเฟซัสเดินเข้ามาหา พร้อมบ่นว่า“ผู้หญิงบนโลกนี้ไม่มีสวยสักคนอ้วนทั้งนั้นและยังประหลาด เอ๊ะ นี่รูปอะไร” เฮเมสทัก หยิบรูปของเอเลียตขึ้นมา เอเฟซัสหันไปถามเฮเมสว่า “เคยได้ยินคำว่ารักไหม”

เฮเมสงง “เพี้ยนไปแล้วมั๊ง” เขาเดินจากไปพร้อมหัวเราะเฝื่อนๆ

ตอนที่ 4 ปีแสงแห่งรัก

 วันรุ่งขึ้นเอเฟซัส และเพื่อนๆ หน่วยปฎิบัติการไปพบผู้นำประชาคมโลก ตามที่หัวหน้ากลุ่มของเขาชื่อเปนิจาได้เข้าไปนัดพบเรียบร้อยเพื่อที่จะขอทรัพยากรบางส่วนของโลกไปใช้กับดาวอังคาร ในห้องประชุมนั้นเองเอเฟซัสพบเอเลียตกำลังนั่งอยู่ที่ทางเดิน “คุณจำผมได้ไหมครับ” เขาทัก“ฉันจำได้ ที่แท้คุณมาจากดาวดวงอื่นจึงมีรูปร่างประหลาดจากพวกเรา” เอเฟซัสยิ้ม “คุณเคยได้ยินตำนานดาวแห่งความรักไหมครับ” เอเลียตทำหน้าสงสัย “มากับผมซิเราไปคุยกันที่นั่งในสวนนั้นดีกว่านะครับ” เอเลียตสนใจมาก “ดาวแห่งความรักหรือ ความรักคืออะไร” เอเลียตเดินคุยไปกับเอเฟซัส

“คุณไม่เหมือนเพื่อนคุณเลยนะเอเฟซัส พวกนั้นดูน่ากลัว ฉันเกรงว่าผู้นำของเราจะไม่ให้สิ่งที่พวกคุณต้องการ” เอเฟซัสตอบ

“กว่าผมจะสอบผ่านเพื่อมาในครั้งนี้ ผมต้องฝึกหนักมาก แต่เหตุผลของผมต่างกับพวกเขา ผมต้องการพบโลกดาวสีฟ้า ดาวแห่งสันติที่จักรวาลเลื่องลือ มีผู้หญิงที่งดงามที่จิตใจไม่ใช่มนุษย์โคลนนิ่งเพื่อสนองตัณหาอย่างบนดาวของผม ผมอยากรู้ว่าความรักที่แท้นั้นคืออะไร มันยิ่งใหญ่และงดงามเพียงใด” เอเลียตอึ้งไป “ฉันเคยอ่านพบในตำราที่เก่าแก่เล่มหนึ่งเกี่ยวกับเทพเจ้าบนสวรรค์ที่หลงรักกันอย่างลึกซึ้ง และต่อสู้ทุกอย่างเพื่อให้ได้ความรักนั้นมามันเป็น ตำนานของไซคีและเทพคิวปิด” เอเลียตนิ่งไป “ถ้าดาวของพวกคุณได้ทรัพยากรไป คุณสัญญาได้ไหมว่าจะกลับมาหาฉันอีก”

เอเฟซัสตอบ“ผมต้องการอยู่กับคุณตลอดไป” “ทำไมคุณคิดแบบนี้ เราเพิ่งเคยรู้จักกัน” “แต่ผมรู้สึกเหมือนเจอคุณมาแล้วตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอคุณ”

“จริงเหรอ ฉันก็รูสึกเช่นนั้น เอเฟซัสก้มหน้า “สิ่งที่ดาวผมมีคือเซ็กส์เท่านั้น ผู้หญิงคือสัตว์ประเภทหนึ่ง ไม่มีสมองไม่มีหัวใจ กำเนิดมาด้วยการโคลนนิ่งจากพันธุกรรมที่เน้นเรื่องเพศและความสวยเท่านั้น” เอเลียตป้องปาก “น่าสงสารผู้หญิงพวกนั้นจริงๆ ผู้ชายต้องการแต่เซ็กส์เท่านั้นหรือ ต้องการแต่ความสวยของผู้หญิงไม่ต้องการมองว่าผู้หญิงก็เป็นคนเหมือนพวกเขา ฉันเคยอ่านเจอในตำนานเช่นกัน สงครามระหว่างผู้หญิงกับผู้ชายเกิดขึ้นเมื่อผู้หญิงเริ่มฉลาดกว่าผู้ชายและก้าวขึ้นเป็นประธานประชาคมโลกใช่ไหม” เอเฟซัสพูด “ใช่ครับ แต่ดูเหมือนผู้หญิงบนดาวดวงนี้มีไอคิวสูงมากสังเกตจากวิทยาการ

ที่ล้ำหน้าขนาดนี้ถูกสร้างมาด้วยมือของผู้หญิงล้วนๆ เอเลียตครับคุณทำงานอะไรอยู่ครับ”

เอเลียตพูด “ฉันกำลังทำวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกอยู่ค่ะ” เอเฟซัสมองหน้า “แต่ผมดูอายุคุณไม่น่าถึง 20 นะครับ” “พวกเราส่วนใหญ่ก็เรียนปริญญาเอกเมื่อายุเท่านี้เท่านั้น แล้วคุณละคะ ฉันไม่อยากเชื่อเลยว่า คุณต้องการมาที่โลกเพราะต้องการรู้ว่าความรักคืออะไร” เอเฟซัสยิ้ม “แต่ผมมาเพราะอย่างนั้นจริงๆ และผมเชื่อว่าต้องมีใครที่รักผมบนดาวดวงนี้ ผมไม่มีพ่อแม่ มีแต่คุณตาที่เป็นนักบินอวกาศเท่านั้น” เอเลียตยิ้ม “คุณเชื่อเรื่องคู่แท้ไหมคะ คนที่ไม่เคยรู้จักกันแต่เจอครั้งแรกกลับจำเขาไว้จนตาย” “จะผิดอะไรไหมครับถ้าผมจะบอกว่า บอกว่า…” เอเฟซัสหยุดพูด “ผมไม่รู้จะพูดอะไรดี

มันเป็นสิ่งที่พบไม่เคยเห็นตัวอย่างและไม่เคยเห็นการพูดอย่างนี้เลย การพูดคำว่ารักต่างจากการพูดธรรมดาทั่วไปหรือเปล่าครับ”

เอเลียตยิ้ม “คำว่ารักไม่ต่างจากคำพูดคำอื่น คำว่ารักแทนความหมายได้ดีค่ะ” “ผมกลัวว่าคำนั้นจะไม่มีค่าถ้าพูดบ่อยและเร็วเกินไป ผมจะบอกคุณให้ดีกว่านั้น” เอเลียตงงมองหน้าเอเฟซัส “บอกฉัน” เอเฟซัสพยักหน้า “ผมจะบอกคุณด้วยหัวใจจนคุณรู้ได้ด้วยตัวเอง” เอเลียตยิ้ม “แล้วพรุ่งนี้มาเจอกันที่นี่ตอนนี้นะคะ”

     เอเลียตกลับมาที่บ้าน แม่ของเธอ เอริก้าจ้องหน้าเอเลียตพักหนึ่งแล้วก็พูดว่า “เอเลียตวันนี้แม่เห็นลูกเดินไปกับพวกที่เดินทางมาจากดาวอังคาร” แม่ของ เอริก้านั้นเป็นหนึ่งในคณะกรรมการประชาคมโลก เธอกล่าวด้วยความระแวงว่า “แม่สงสัยว่าเขาจะรู้นะว่าลูกเป็นใคร เขาอาจหลอกใช้ลูกก็ได้”เอเลียตบอกว่า “หนูจะระวังค่ะแม่” เอริก้าลูกหัวลูกสาว พร้อมกับกล่าวว่า “หวังว่าสมองอันเป็นอัจฉริยะของลูกจะแยกแยะออกนะ”

ตอนที่ 5 การจากลาเพื่อเฝ้ารอ

 พวกของเอเฟซัสกลับมาที่ห้องปฏิบัติการทางอวกาศ พวกเขานั่งประชุมกัน เฮเมสกล่าวว่า “น่าแปลกมากที่หัวหน้าคณะกรรมการประชาคมโลกไม่ยอมมาร่วมประชุมกับเรา” เปนิจาหัวหน้าคณะเดินทางซึ่งเป็นเพื่อนคนหนึ่งของเอเฟซัสมองมาที่เอเฟซัสแล้วเขาสงสัยยิ่งนักที่เพื่อนมีสีหน้าครุ่นคิด กล่าวว่า “เอเฟซัสทำไมนายไม่เข้าร่วมประชุมเมื่อกลางวัน พวกเรารอกันแทบแย่ นายทำตัวแบบนี้ได้ไง” เอเฟซัสตาลอยคิดถึงแต่หน้าของเรื่องราวที่ได้พูดกับเอเลียต “เอเฟซัส”

เปนิจากล่าวอีกครั้ง เอเฟซัสเพิ่งรู้สึกตัว “ขอโทษครับ” “ระวังตัวไว้นะเอเฟซัส” เปนิจากล่าว

การารัสเพื่อนคนหนึ่งกล่าวว่า “ผมสงสัยว่าเราอาจไม่ได้รับการช่วยเหลือจากประชาคมโลกก็ได้ครับพวกเขาอ่านข้อเสนอของเราแล้วไม่พูดอะไรเลย ซ้ำประธานกรรมการก็ไม่เข้าประชุมด้วย อีกอย่างพวกชาวโลกมีภาพลักษณ์ที่ไม่ค่อยดีกับดาวของเราเท่าไร เกี่ยวกับอดีตของเราทั้งสองดวงดาวนะครับ” เปนิจาทำท่าครุ่นคิด แล้วกล่าวว่า“วันพรุ่งนี้เราต้องเข้าประชุมทุกคน เพราะเขาจะให้คำตอบแก่เรา เอเฟซัสเข้าประชุมด้วยนะ ไม่งั้นนายเจอดีแน่” “ครับ” เอเฟซัสตอบ

จากนั้นทั้งหมดก็ถกประเด็นรายละเอียดของการประชุมอย่างจริงจัง เปนิจาสังเกตตลอดว่าเอเฟซัสยังคงใจลอย แต่เขาก็เก็บความคิดนี้ไว้ในใจไม่กล้าถามออกมา…

       วันรุ่งขึ้นคณะกรรมการประชาคมโลกและกลุ่มเดินทางเข้าประชุมกัน ก่อนเข้าประชุมเอเฟซัสเจอเอเลียตที่ทางเดินของหอประชุมสหประชาชาติ เขาเอเลียตทักว่า“วันนี้คุณสวยมาก ผมชอบจังเลยที่คุณใส่ชุดสูท คุณเป็นพนักงานของสำนักงานประชาคมโลกด้วยหรือครับ” “ใช่ค่ะ”เอเลียตตอบ

เอเฟซัสกล่าวต่อ “แล้วหลังประชุมเราเจอกันนะครับที่สวนเมโมเรียลปาร์คเมื่อวานนะครับ ผมประชุมไม่นานครับ อีก 3 ชม เจอกันนะครับ” “ค่ะ”เอเลียตรับคำ

       ทั้งหมดเดินทางเข้าที่ประชุม ทุกคนเดินเข้ามาที่โต๊ะ เอเฟซัสต้องประหลาดใจเมื่อพบเอเลียตเข้าประชุมด้วย และนั่งตรงที่ประธาน คณะกรรมการท่านหนึ่งแนะนำว่าเธอคือประธานประชาคมโลก เอเฟซัสต้องตกตะลึงกับภาพตรงหน้า ที่แท้แล้วเอเลียตคือประธาน และที่แท้เธอเป็นคนมีสมองอัจฉริยะ เก่งในทุกๆ เรื่อง เปนิจายิ้มแล้วมองมาที่เอเฟซัส ทางฝ่ายกรรมการโลกได้อธิบายแสดง ความเข้าใจต่อข้อเสนอของกลุ่มนักเดินทาง เอเลียตกล่าวว่า “เท่าที่พวกคุณได้เสนอมานั้น

เราตกลงยกทรัพยากรให้ส่วนหนึ่งก่อน คือแร่พลังงานลิกไทส์ และ อะโครมาติกส์ แต่หลังจากนั้นคุณต้องส่งแร่แทนทิเนียมที่มีมากของดาวคุณตามมาที่หลัง เป็นการแลกเปลี่ยน จากนั้นเราจะส่งทรัพยากรที่เหลือให้ตามที่พวกคุณต้องการ” พวกคณะสำรวจยิ้มด้วยความพอใจ

        หลังการประชุมเอเฟซัสรีบเดินมาพบเอเลียตเขายังงงกับภาพตรงหน้า เขาเห็นแต่ภาพผู้หญิงที่มาดมั่น และดูสวยงามมากจริงๆ ในแบบของเธอ แต่เปนิจาเดินตรงมาที่เอเฟซัส เขาตบไหล่เอเฟซัส กล่าวว่า “ทำดีมาก ขอบใจนะ” เอเลียตได้ยินเข้าพอดี เอเลียตมองมาที่เอเฟซัส ทั้งคู่จ้องมองกัน สุดที่จะกล่าวคำใดๆ เอเฟซัสส่ายหัว กล่าวคำว่า“ไม่ ไม่” แต่สมองที่ชาญฉลาดของเอเลียต ไม่ทำให้เธอเข้าใจความสับสนที่เกิดขึ้น ความรักช่างซับซ้อนเกินกว่าที่เธอจะหยั่งถึง

แม้เธอจะเป็นนักเรียนปริญญาเอกที่ฉลาดที่สุดของมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงที่สุดก็ตาม……………

   …ใช่แล้วความรักได้เกิดขึ้นอีกครั้งในจักรวาล ในดาวที่ไกลแสนไกลสองดาว เอเฟซัสร้องตะโกน แต่ภาพข้างหน้ามีเพียงเอเลียตที่งุนงง น้ำตาไหลริน เธอวิ่งจากไปจนสุดตา เอเฟซัสวิ่งตามไป แต่

เอริก้าแม่ของเอเลียตวิ่งมาทัน “เมื่อได้สิ่งที่ต้องการแล้วก็กลับไปซะ แล้วไม่ต้องมาอีก”เอริก้ากล่าว

       เอเฟซัสเงียบเหงา เขาต้องกลับดาวของเขาแล้ว เพื่อนๆ ต่างเที่ยวชมโลกก่อนกลับ แต่เขากลับนั่งคุกเข่าร้องไห้อยู่คนเดียวที่สวนเมโมเรียลปาร์ค… ที่ที่เกิดความรักครั้งแรกของเขา แต่แล้วก็มีเสียงเพลงดังขึ้น เอเฟซัสฟังเสียงเพลงนั้น …ประโยคที่ว่า ………ฉันเฝ้าดูคุณอยู่ทุกเวลา ดอกไม้ของคุณอยู่ในใจแม้ร่วงโรยไปตามกาลเวลา…… หันกลับมองตามเสียงเพลงนั้น พบใบหน้าของเธอเอเลียต เอเฟซัสก็ยิ้มออกมาได้ “ฉันรู้ว่าคุณจริงใจกับฉัน เพราะน้ำตาของคุณมันแทนคำว่ารักได้ดี”

เอเฟซัสสวมกอดเอเลียต “ผมยังเชื่อว่าคุณรู้ แม้ผมจะคิดไม่ออกว่าทำไงคุณจะเข้าใจผม แล้วมันก็จริง” เอเลียตมอบดอกไม้แก่เอเฟซัส “ฉันต้องทำงานรับใช้โลกอีก 30 ปี ฉันเตรียมที่ไว้แล้ว แม่ของฉันบอกว่ามีดาวดวงหนึ่งที่มีคนที่รักกันอยู่นั่นคือดาวเคราะห์พีเค 613 คนที่มีรักแท้จะมียานอวกาศมารับทุกๆ 50 ปี นี่เหลือเวลาอีก 30 ปี แล้วเจอกันที่นี่อีกครั้งนะคะ ในวันที่ 17 มิถุนายน 2788” เอเฟซัสรับคำ “ตกลง ผมจะรอทุกวัน ด้วยความสุข ผมจะใช้ชีวิตให้มีค่า เพื่อจะรอวันนั้น

เราจะติดต่อกันด้วยดาวเทียมอินเตอร์เนต ผมจะรอวันที่เราได้ไปดาวพีเคด้วยกัน” “ฉันก็เช่นกัน”เอเลียตกล่าว

ทั้งคู่สวมกอดกัน …ความรักยังมีเสมอในจักรวาล แม้ห่างไกลกันนับปีแสงหรือกว่านั้น…

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...