เงินหมื่นไม่มา! ครม.เคาะโอนงบ 1.57 แสนล้าน กระตุ้น 4 โครงการใหญ่
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า มติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้ 20 พฤษภาคม 2568
เห็นชอบแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายใต้กรอบวงเงิน 157,000 ล้านบาท ตามที่กระทรวงการคลัง เสนอ ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ครั้งที่ 2/2568 เมื่อวันจันทร์ที่ 19 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา
สำหรับแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายใต้กรอบวงเงิน 157,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นการโยกเงินที่ใช้ในโครงการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาทมีข้อเสนอโครงการและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 4 ด้าน ดังนี้
1. โครงสร้างพื้นฐาน : ด้านน้ำ และ ด้านคมนาคม
- ป้องกันอุทกภัยช่วงฤดูฝน และกักเก็บน้ำใช้ในฤดูแล้ง
- กระจายน้ำเพื่อสนับสนุนภาคเกษตรในพื้นที่ต่าง ๆ
- ปรับปรุงและพัฒนาระบบประปาในชุมชน
- แก้ปัญหาคอขวดจราจรและจุดเชื่อมต่อที่ขาดหาย
- เพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางและขนส่ง
- แก้ไขจุดตัดทางรถไฟกับถนนเสมอระดับ
- พัฒนาจุดพักรถบรรทุกให้รองรับกฎหมายการขนส่ง
- ปรับปรุงถนนเชื่อมเมืองรอง แหล่งท่องเที่ยว และพื้นที่การผลิต
2. การท่องเที่ยว
- พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว สนามกีฬา ห้องน้ำ ห้องพัก และป้ายบอกทาง
- ยกระดับระบบอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว
- เพิ่มความปลอดภัย เช่น ติดตั้งกล้อง CCTV ในเมืองท่องเที่ยว
- กระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ โดยเฉพาะเมืองรอง
3. การส่งออกและเพิ่มผลิตภาพ
- ภาคเกษตร: สนับสนุนการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มผลผลิต
- แรงงาน: สนับสนุนมาตรการทางการเงิน เช่น สินเชื่อสำหรับผู้ส่งออก เพื่อส่งเสริมการจ้างงานผ่านกองทุนประกันสังคม
- ด้านดิจิทัล: พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อส่งเสริมรัฐบาลดิจิทัลและการค้าระหว่างประเทศ
4. เศรษฐกิจชุมชนและการพัฒนาคุณภาพชีวิต
- สนับสนุนกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง (SML)
- ส่งเสริมโครงการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและโครงการที่ตอบสนองความต้องการของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่
- พัฒนาทุนมนุษย์ด้านการศึกษา เพื่อวางรากฐานเศรษฐกิจในระยะยาว
นายจิรายุ กล่าวเพิ่มเติมว่า นายกรัฐมนตรีเชื่อมั่นว่าแผนนี้จะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นการเร่งรัดการใช้จ่ายผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งจะนำไปสู่การจ้างงาน กระจายรายได้ และหมุนเวียนเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ ยังเป็นการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจในระยะยาว ผ่านการลงทุนในทุนมนุษย์และการปรับปรุงกฎเกณฑ์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้ดียิ่งขึ้น ภายใต้ระบบการติดตามที่รัดกุม เพื่อให้การใช้งบประมาณเกิดประสิทธิภาพสูงสุด