มอบสิ่งของพระราชทาน!! ให้ผู้ประสบภัยอพยพออกจากพื้นที่ภัยสงคราม ในศูนย์พักพิงฯ จ.สระแก้ว
สระแก้ว – ในหลวงมอบสิ่งของพระราชทาน ให้ผู้ประสบภัยหลังต้องอพยพออกจากพื้นที่ภัยสงครามชายแดนไทย-กัมพูชา โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานกระจายสิ่งของไปยังในศูนย์พักพิงฯ ทั้ง 5 แห่ง มอบให้ผู้อพยพในพื้นที่ครอบครัวละ 1 ถุง จ.สระแก้ว เมื่อวันที่ 30 ก.ค.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่เทศบาลเมืองสระแก้ว จ.สระแก้ว นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ได้ร่วมกับส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน ภาค 1 มอบสิ่งของพระราชทาน และกระจายสิ่งของพระราชทาน ให้กับผู้อำนวยการศูนย์พักพิง 5 แห่ง ในพื้นที่ จ.สระแก้ว จำนวน 900 ชุด เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนในพื้นที่ 4 อำเภอ ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่พักอยู่ภายในศูนย์พักพิงฯ หลังต้องอพยพออกจากบภูมิลำเนาพื้นที่ภัยสงคราม เพื่อความปลอดภัย ตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยตัวเลขของผู้ประสบภัยที่ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข จังหวัดสระแก้ว เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2568 เวลา 18.00 น.หลังมีการยุบรวมศูนย์พักพิงเหลือจำนวน 5 แห่ง ยอดผู้อพยพในศูนย์ จำนวน 1,542 คน และเริ่มลดลงเรื่อย ๆ หลังมีการประกาศหยุดยิงและประชาชนเป็นห่วงบ้าน จึงเดินทางกลับไปก่อน คงมีเหลือเพียงเด็ก ผู้หญิง ผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง ที่รอคำยืนยันความปลอดภัยในพื้นที่จากหน่วยราชการอีกครั้ง
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลัง นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว แจกจ่ายสิ่งของพระราชทานเพื่อกระจายไปยังศูนย์พักพิงฯ ต่าง ๆ แล้ว โดยได้มอบหมายให้แต่ละศูนย์ดำเนินการมอบสิ่งของพระราชทานดังกล่าวให้กับผู้ประสบภัยฯ ต่อไป
สำหรับที่ศูนย์พักพิงผู้อพยพในพื้นที่ ต.บ้านแก้ง อ.เมืองสระแก้ว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 12.00 น. นายปริญญาฯ ร่วมกับ นายฐานิสร์ เทียนทอง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว ,นายไพโรจน์ เที่ยงธรรม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านแก้ง พล.ต.ต.ถาวร ดุลยวิทย์ ผบก.ภ.จว.สระแก้ว ,นายสุนทร มูเนาะวาเราะ นายอำเภอตาพระยา มอบถุงสิ่งของพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี ให้กับประชาชนและผู้ประสบภัยสงคราม ทั้งหมด จำนวน 200 ชุด พร้อมกับพูดคุยให้คลายความกังวลและสร้างขวัญกำลังใจกับผู้ประสบภัยภายในศูนย์พักพิงฯ
ขณะที่ นายไพโรจน์ เที่ยงธรรม นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านแก้ง ได้แจ้งกับผู้อพยพว่า ทางกระทรวงมหาดไทย แจ้งเตือนประชาชนผู้อพยพที่ศูนย์พักพิงฯ ขอให้งดเดินทางกลับภูมิลำเนาพื้นที่ใกล้ชายแดน จนกว่าจะมีการประกาศจากทางราชการ โดยนายก อบต.บ้านแก้ง ได้เข้าพูดคุุยกับชาวบ้านด้วยว่า ใครที่เป็นห่วงบ้านก็ขอให้กลับไปก่อน แต่คนที่ยังไม่จำเป็นหรือไม่มีธุระอะไร ก็อยู่กันไปก่อนจนกว่า จะมีประกาศให้กลับบ้านได้ สำหรับศูนย์พักพิงพื้นที่ อบต.บ้านแก้ง สามารถดูแลทุกคนได้อย่างดี เรามีที่พัก มีอาหาร มีน้ำและอื่น ๆ ให้โดยไม่ลำบาก หลังจากนี้ เมื่อมีประกาศอย่างเป็นทางการให้สามารถกลับบ้านได้ ผู้ที่ต้องการเดินทางกลับภูมิลำเนาและไม่มีรถ ทางส่วนราชการได้เตรียมการสนันสนุนยานพาหนะให้บริการเคลื่อนย้ายประชาชนจากศูนย์พักพิงฯ กลับภูมิลำเนาด้วย
ทางด้าน นางบัวริน สิมมา อายุ 73 ปี ชาวบ้านจากหมู่บ้านแก้วเพชรพลอย ต.ตาพระยา อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว ซึ่งเดินทางเข้าพักที่ศูนย์พักพิงฯใน อ.เมืองสระแก้ว จ.สระแก้ว ตั้่งแต่ค่ำวันที่ 24 ก.ค.68 เป็นต้นมา บอกว่า เดินทางออกมาได้ 5 วันแล้ว พร้อมครอบครัวรวม 8 คน พร้อมกับคนในหมู่บ้าน แยกย้ายกันอยู่ในพื้นที่หลายศูนย์ฯ ซึ่งตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่า สถานการณ์ที่บ้านเป็นอย่างไร มีเพียงตัวแทนชาวบ้านไม่กี่คนอยู่เฝ้าหมู่บ้าน หากปลอดภัยเมื่อไหร่เค้าก็จะโทรมาบอก เค้าบอกว่า ยังยิงกันอยู่ทางบุรีรัมย์ไปสุรินทร์ ซึ่งก็อยู่ติดกับพื้นที่ตาพระยา จึงยังไม่อยากให้กลับกัน
“คิดถึงบ้านเหมือนกัน 5 วัน 5 คืนแล้ว แต่มาพักที่ศูนย์พักพิงที่บ้านแก้งสบายดี อยากให้แก้ปัญหาชายแดนให้เสร็จสิ้นเสียที ยืดเยื้อมาหลายวัน เขมรพูดไม่มีสัจจะ ตอนนี้ยังไม่กล้ากลับกัน แต่ถ้าปลอดภัยแล้วเค้าให้กลับก็ค่อยกลับกัน ผู้ว่าฯ นายอำเภอ บอกว่า ถ้ากลับได้จะแจ้งให้เราทราบ เขายังไม่ให้กลับ ที่กลับตอนนี้คือ ไปดูบ้าน ไปดูวัวดูควาย ดูนา ดูไร่ ตอนนี้ลูกหลาน 8 คน ก็รออยู่ที่ศูนย์พักพิงฯ อีก 2 คนอยู่เฝ้าบ้าน จะเอาอย่างไรก็อยากให้จบเร็ว ๆ ชาวบ้านเดือดร้อน” นางบัวรินกล่าว
—————————– ข่าว-ภาพโดย/ธนภัท กิจจาโกศล ,เด่นชัย วิสุทธิ์วุฒิพงษ์ ทีมข่าวสระแก้ว