โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“จิรายุ” ลุยปราบ “บุหรี่เถื่อน-บุหรี่ไฟฟ้า” เต็มรูปแบบ คุมเข้มลักลอบนำเข้า-ขาย-ออนไลน์

สยามรัฐ

อัพเดต 17 ก.ค. 2568 เวลา 05.11 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2568 เวลา 05.11 น.

“ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี” เผยวิกฤตบุหรี่เถื่อนพุ่งหลังรัฐมุ่งปราบบุหรี่ไฟฟ้าทำบุหรี่เถื่อนโตไม่หยุด ยันสั่งกวาดล้าง “บุหรี่เถื่อน” ให้ราบคาบ วาง 3 มาตรการ ปูพรมปราบบุหรี่เถื่อนให้เด็ดขาดเช่นเดียวกับบุหรี่ไฟฟ้า คุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์ สกัดช่องทางจำหน่ายทั่วไทย

วันที่ 17 กรกฎาคม 2568 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เผย ช่วง 6 เดือนแรกปี 2568 รัฐบาล “แพทองธาร ชินวัตร” เร่งเดินหน้าปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งการปิดหน้าร้านและช่องทางออนไลน์ เพื่อลดอัตราการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเด็กและเยาวชนไทย แต่กลับพบว่าการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากหันกลับไปสูบบุหรี่มวน โดยเฉพาะ “บุหรี่เถื่อน” ที่ราคาถูก หาซื้อได้ง่ายและมีรสชาติที่ตรงใจผู้สูบบุหรี่ แต่สิ่งที่ตามมา คือ เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ทำให้รัฐบาลเก็บภาษีบุหรี่มวนได้ลดลง

สอดรับกับข้อมูล “สมาคมการค้ายาสูบไทย” ที่ระบุผลการสำรวจบุหรี่ผิดกฎหมายประจำไตรมาสแรก ปี 2568 พบอัตราบุหรี่เถื่อนพุ่งสูงถึง 28.1% หากเทียบกับช่วงไตรมาส 3 ปี 2567 ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นสูงสุดอย่างเป็นประวัติการณ์ โดยพบว่ามีสองพื้นที่ที่น่าเป็นห่วง ได้แก่ 1. จังหวัดในภาคใต้ ได้แก่ สตูล สงขลา พัทลุง ภูเก็ต และ นครศรีธรรมราช คือพื้นที่ครองแชมป์ที่มีสัดส่วนการบริโภคบุหรี่เถื่อนในจังหวัดสูงสุด คิดเป็นมากกว่า 60% ในขณะที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล แม้มีสัดส่วนบุหรี่เถื่อนอยู่ในระดับ 40%-50% แต่เนื่องจากเป็นเมืองขนาดใหญ่ที่มีประชากรอาศัยอยู่มาก ทำให้ 40% ของปริมาณการบริโภคบุหรี่เถื่อนในประเทศมาจากพื้นที่ดังกล่าว

“ภาครัฐมีความเป็นห่วงในสถานการณ์ดังกล่าว และจะสั่งเดินหน้าแก้ไขวิกฤติบุหรี่เถื่อนอย่างจริงจัง เช่นเดียวกับ การแก้ไขปัญหาบุหรี่ไฟฟ้า”

นายจิรายุ กล่าวว่า ผลดำเนินการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า ภายใต้นโยบายของ “น.ส. แพทองธาร ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ที่สั่งการให้ปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศอย่างจริงจัง นับตั้งแต่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 จนถึง เดือนมิถุนายน 2568 สามารถลดจำนวนการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเยาวชนและดำเนินคดีกับผู้นำเข้าได้เป็นจำนวนมาก

“การปราบปรามบุหรี่เถื่อน ถือเป็นนโยบายที่ขับเคลื่อนควบคู่มากับการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้ามาตลอด ทั้งระยะเร่งด่วน ระยะสั้น และ ระยะยาว โดยมี น.ส.จิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ดูแลนโยบาย โดยประสานงานร่วมกับ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบด้านปราบปราม ซึ่งมีการมอบหมายให้ พล.ต.อ. ประจวบ วงศ์สุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นหัวหน้าชุดปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าและบุหรี่เถื่อน”

นายจิรายุ กล่าวต่อว่า ปัจจัยเริ่มต้นที่การบริโภคบุหรี่ผิดกฎหมาย ทั้งบุหรี่ไม่เสียภาษี และบุหรี่ปลอม ทวีเพิ่มขึ้น เกิดผลกระทบจากนโยบายการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าสกัดสิงห์อมควันที่เข้มข้นของภาครัฐ รวมถึงการยึดของกลางหลายล้านชิ้นที่ไม่สามารถลักลอบเข้ามาได้ จึงทำให้บุหรี่ไฟฟ้าขาดตลาด จนถึงขั้นมีการบุกโจรกรรมของกลางบุหรี่ไฟฟ้าในโกดังศุลกากรจนเป็นข่าวเผยแพร่เมื่อเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา

“เมื่อบุหรี่ไฟฟ้าขาดตลาด ปฏิเสธไม่ได้ว่า ผู้สูบบุหรี่จำนวนมาก ย่อมหาทางเลือกอื่น จึงหันไปบริโภคบุหรี่มวนแบบเดิม รวมถึงบุหรี่เถื่อนที่มีราคาถูก ซึ่งต้องยอมรับว่า พื้นที่จังหวัดสตูล สงขลา พัทลุง ภูเก็ต และ นครศรีธรรมราช มีกลุ่มผู้บริโภคสูบบุหรี่หนีภาษี หรือบุหรี่เถื่อน จำนวนมากมาเป็นเวลานาน เนื่องจากหาซื้อง่ายและราคาถูก เมื่อเปรียบเทียบราคาบุหรี่ถูกกฎหมาย แต่ทั้งนี้ได้กำชับให้หน่วยปราบปรามทางท้องทะเลเพิ่มความเข้มในการปราบปรามตามที่นายกรัฐมนตรีสั่งการ”

สำหรับแนวทางปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าที่ประสบความสำเร็จ นายจิรายุ กล่าวว่า เป็นต้นแบบแนวทางการนำไปสู่การขับเคลื่อนปฏิบัติการปราบปรามบุหรี่เถื่อนเชิงรุก รวม 3 แนวทาง คือ 1) เข้มการปราบปรามแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน ภาคเหนือ ภาคตะวันออก ภาคใต้ และภาคตะวันตก ปิดช่องทางลักลอบนำเข้าผ่านช่องทางธรรมชาติทั้งทางบกและทางทะเล ภายใต้แผนเฉพาะกิจการปราบปรามบุหรี่ผิดกฎหมาย

2) เข้มการปราบปรามและจับกุมดำเนินคดีร้านค้าลักลอบนำเข้าและขายบุหรี่เถื่อน โดยมอบหมายให้ผู้บังคับบัญชาการตำรวจแห่งชาติ กวดขันจับกุมในทุกพื้นที่ทั่วประเทศอย่างจริงจัง ให้เหมือนกับการปราบปรามบ่อนการพนัน รวมถึงบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่และส่วนกลาง เช่น กระทรวงการคลัง (กรมศุลกากรและกรมสรรพสามิต) กระทรวงมหาดไทย และทหาร ตามแผนปฏิบัติการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหาการลักลอบนำเข้าบุหรี่หนีภาษีอย่างมีประสิทธิภาพ และ

3) เข้มการปราบปรามผ่านช่องทางออนไลน์ ที่ปัจจุบันเป็นช่องที่ได้รับความนิยมในการซื้อขาย โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี รับเป็นเจ้าภาพในการปิดกั้นโซเชียลมีเดีย เพจ และเว็บไซต์ URLs ที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่เถื่อน ตัดวงจรช่องทางการซื้อ-ขาย และลักลอบนำเข้า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...