โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธนาคารกรุงเทพแจ้งกำไรสุทธิครึ่งปีแรก 2568 ทะลุ 2.4 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.5%YoY ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกผันผวน

THE STANDARD

อัพเดต 17 ก.ค. 2568 เวลา 13.31 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2568 เวลา 13.31 น. • thestandard.co
ธนาคารกรุงเทพแจ้งกำไรสุทธิครึ่งปีแรก 2568 ทะลุ 2.4 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.5%YoY ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกผันผวน

วันนี้ (17 กรกฎาคม) ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการแข็งแกร่ง สำหรับงวดครึ่งแรกของปี 2568 โดยมีกำไรสุทธิรวม 24,458 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า สะท้อนความสามารถในการบริหารจัดการสินทรัพย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ

ผลกำไรมาจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 63,614 ล้านบาท และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ที่ 2.85% ซึ่งเป็นไปตามทิศทางของอัตราดอกเบี้ย

นอกจากนี้ รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยยังเพิ่มขึ้นจากกำไรสุทธิจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน และกำไรจากเงินลงทุน แม้ว่ารายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิจะลดลงจากการบริการธุรกรรมผ่านธนาคาร แต่ก็ถูกชดเชยด้วยรายได้จากบริการการค้าระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้น

เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวชั่วคราว ภาคบริการยังเผชิญแรงกดดัน

ในไตรมาส 2 ปี 2568 เศรษฐกิจไทยมีการปรับตัวดีขึ้นชั่วคราวจากการเร่งคำสั่งซื้อ (Front-loading orders) สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักรและอุปกรณ์ รวมถึงยานยนต์จากประเทศคู่ค้าหลัก ก่อนมาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐอเมริกาจะมีผลบังคับใช้ในครึ่งหลังของปี

อย่างไรก็ตาม แรงส่งนี้มีลักษณะชั่วคราวและยังไม่สะท้อนการฟื้นตัวของอุปสงค์โลกที่แท้จริง ขณะที่ภาคบริการซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ยังคงเผชิญแรงกดดันจากการลดลงของจำนวนนักท่องเที่ยวจีน แม้ว่านักท่องเที่ยวจากรัสเซีย อินเดีย และอาเซียนจะเพิ่มขึ้น และช่วยพยุงรายได้ภาคการท่องเที่ยวได้ในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่เพียงพอที่จะผลักดันให้ภาคบริการโดยรวมฟื้นตัวอย่างชัดเจน

ด้านเสถียรภาพราคา อัตราเงินเฟ้อทั่วไปยังคงอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งสะท้อนแรงกดดันด้านต้นทุนที่จำกัด แต่ในขณะเดียวกันก็ชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางของอุปสงค์ภายในประเทศ โดยเฉพาะการบริโภคภาคครัวเรือนที่ยังคงถูกกดดันจากภาระหนี้สูง และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและการใช้จ่ายภาคเอกชน

ธนาคารกรุงเทพยืนเคียงข้างลูกค้า ยึดมั่นการเติบโตอย่างยั่งยืน

ท่ามกลางความท้าทายที่เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้า ผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศที่รุนแรง และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่รวดเร็ว ธนาคารกรุงเทพยังคงมุ่งมั่นเป็น ‘เพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน’ พร้อมให้คำปรึกษาและสนับสนุนลูกค้าแต่ละกลุ่มอย่างเหมาะสม ทั้งด้านเงินทุนและองค์ความรู้ที่ทันต่อการเปลี่ยนแปลง เพื่อช่วยให้ธุรกิจเติบโตและขยายกิจการไปต่างประเทศผ่านกลยุทธ์ Regionalization

นอกจากนี้ ธนาคารยังคงสนับสนุนนโยบายภาครัฐในการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนของเศรษฐกิจไทย เช่น โครงการ ‘คุณสู้ เราช่วย’ เพื่อบรรเทาภาระหนี้ของลูกหนี้ให้สามารถฟื้นตัวในระยะยาว พร้อมทั้งดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวัง ยึดมั่นแนวทางการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) และมุ่งมั่นให้บริการทางการเงินที่รับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และการเติบโตอย่างยั่งยืน

ฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง รองรับการเติบโตอย่างมั่นคง

ธนาคารยังคงรักษาสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและรอบคอบ โดยมีเงินให้สินเชื่อ ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2568 อยู่ที่ 2,712,930 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.7% จากสิ้นปีก่อน ส่วนใหญ่มาจากสินเชื่อลูกค้าธุรกิจรายใหญ่

อัตราส่วนเงินให้สินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตต่อเงินให้สินเชื่อรวมอยู่ที่ 3.2% ซึ่งยังคงบริหารจัดการได้ โดยมีอัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตต่อเงินให้สินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 283.6% เป็นผลจากการตั้งสำรองอย่างระมัดระวังและรอบคอบอย่างต่อเนื่อง

ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2568 ธนาคารมีเงินรับฝากจำนวน 3,195,939 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.8% จากสิ้นปีก่อน และมีอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อเงินรับฝากอยู่ที่ 84.9%

นอกจากนี้ อัตราส่วนเงินกองทุนทั้งสิ้น อัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 และอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของต่อสินทรัพย์เสี่ยงของธนาคารและบริษัทย่อยอยู่ที่ 22.0%, 17.5% และ 16.7% ตามลำดับ ซึ่งสูงกว่าอัตราส่วนเงินกองทุนขั้นต่ำที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...