โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

หุ้นกรี๊ด ภาษีทรัมป์ ไทยจบ20% ?

INN News

อัพเดต 21 ก.ค. 2568 เวลา 08.23 น. • เผยแพร่ 21 ก.ค. 2568 เวลา 02.00 น. • INN News

หุ้นไทยสุดร้อนแรง ยืนเหนือ 1,200 จุด เฉพาะแค่วันพฤหัสบดีที่ 17 กรกฏาคมที่ผ่านมา บวกแรงถึง 40 จุด ถือเป็นการขึ้นแรงอันดับ 2 ของปีนี้ พร้อมกับมูลค่าซื้อขาย 6.3 หมื่นล้านบาท สูงสุดเมื่อเทียบกับ TOP5 ในวันที่ ดัชนีตลาดหุ้นไทยขึ้นแรงสุดของปี หนุนให้ SET บวก 109 จุด หรือ 10% สูงสุดเป็นอันดับ 2 ของโลก

สำหรับปัจจัยที่ทำให้หุ้นขึ้นนั้น มาจากความคาดหวังการเจรจาภาษีระหว่างไทยกับสหรัฐฯ จะออกมาดี หลังจากก่อนหนี้อัตราภาษีรอบใหม่ที่สหรัฐฯ เรียกเก็บไทยอยู่ในระดับเดิมที่ 36% ทำให้ไทยอาจกลายเป็นประเทศที่ถูกเก็บภาษีในอัตราสูงสุดเป็นอับดับ 4 ของโลก รองจากบราซิลที่ 50%, ลาว 40% และพม่า 40%

โดยล่าสุดทีมเจรจา ได้เข้าเสนอดีลใหม่ซึ่งมาพร้อมกับการปรับลดกำแพงภาษีเหลือ 0% สำหรับสินค้าสหรัฐกว่าหมื่นรายการ โดยคิดเป็น 90% ของรายการสินค้าทั้งหมดที่สหรัฐส่งมาขายไทย โดยยืนอยู่บนหลัก win-win หากสามารถบรรลุดีล คาดว่าจะลดการเกินดุลของไทยที่มีต่อสหรัฐ ลงไปได้ถึง 70% ภายใน 3 ปี และจะเข้าสู่ดุลยภาพการค้าใหม่ใน 5 ปี

นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป มองว่า ครั้งนี้ไทยคาดหวังจะบรรลุดีลด้วยกำแพงภาษี 18-20% เพื่อให้ยังสามารถรักษาขีดความสามารถทางการแข่งขันของสินค้าไทยกับประเทศอื่น ๆ ที่มีสินค้าส่งออกใกล้เคียงกันอย่างอินโดนีเซีย และเวียดนาม ที่บรรลุดีลที่ 19 และ 20%

หากสามารถบรรลุดีลได้ตามคาด ตลาดหุ้นจะตอบรับเชิงบวก โดยหากบรรลุที่ขอบบนคือ 20% มอง GDP ไทยยังขยายตัวได้ที่ระดับ 1.7% และวางเป้าหมาย SET ปีนี้ที่ 1,230 จุด หากสามารถต่ำกว่า 20% มองจะยิ่งเป็นผลดีต่อตัวเลขทั้งสอง ส่วนในระยะสั้นมองตลาด ปรับตัวขึ้นแรงช่วงสั้นจากความคาดหวังการบรรลุดีล หากผิดคาดอาจมีแรงขายเข้ามา จึงแนะนำจับตาข่าวการเจรจาใกล้ชิด

ทั้งนี้ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น.สัมภาษณ์ "นายไพบูลย์ นลินทรางกูร" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ถึงภาพรวมการลงทุนในตลาดหุ้นไทย โดย "นายไพบูลย์" กล่าวว่า มี 3 ปัจจัยที่ทำให้หุ้นไทยขึ้น คือ 1.Rebound 2.เงินไหลออกจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ เข้าสู่ตลาดเกิดใหม่ และ 3.ขานรับดีลการค้าสหรัฐฯกับไทย

"ก็ที่ผ่านมาที่เราทราบกันดี ตลาดหุ้นไทยก็ Underperform ตลาดหุ้นโลกมาเยอะมากในปีนี้ โดยเฉลี่ยเราลดลงประมาณสัก 20% จากต้นปี ขณะที่ตลาดหุ้น เฉลี่ยเขาปรับขึ้นกันกว่า 10% เพราะฉะนั้นก็มีความเป็นไปได้ที่ Sentiment ดีขึ้น ก็มักจะมี
Technical Rebound หรือการฟื้นตัวของตลาดหุ้นอันนี้ข้อที่ 1 และของเราๆ ก็อยู่ในกรณีนั้น เพราะถ้าเราดูในแง่ของพวก Ratio ต่างๆ อัตราส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นใช้ Price to Book, Price to Earnings ต่างเหล่านี้ เราก็ถือว่าอยู่ต่ำมากๆเมื่อเทียบกับอดีตที่มีความ เป็นปกติอยู่แล้ว ของตลาดที่ปกติมักจะเกิดการ Rebound เกิดขึ้น"

"ข้อที่สอง ในช่วงที่ผ่านมาก็เริ่มมีกระแสเงิน ที่เริ่มไหลออกจากตลาดหุ้นสหรัฐฯเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่ เพราะว่าการอ่อนค่าของเงินดอลล่าร์ แล้วทุกคนก็ยังมองว่าตลาดเกิดใหม่มีอัพไซด์ที่น่าสนใจกว่าในแง่ของราคาหุ้นก็ยังถูกกว่าในสหรัฐฯ แล้วนักลงทุนทั่วโลกก็ได้กำไรเยอะแล้วในสหรัฐฯ 2-3 ปี ที่ผ่านมา เงินก็เลยโยกมาตลาดเกิดใหม่ ส่วนหนึ่งก็เข้าสู่ประเทศไทยด้วย เพราะเขามองว่าตลาดไทยมีความเป็นไปได้ที่จะมีการฟื้นตัว"

"ข้อที่สามเป็นเรื่องของอัตราภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ภาษีตอบโต้ของเขา ที่ล่าสุดเราเพิ่งส่งเข้าไปก็เข้าใจว่า ก็มีเสียงได้ยินมามีเสียงตอบรับค่อนข้างดี ผมเชื่อว่าตลาด ก็คงจะสะท้อนข่าวนี้เข้าไปในตลาดหุ้นด้วย ซึ่งทุกคนก็หวังว่า 36% คงไม่จบตรงนั้น อาจจบที่ 20% บวกลบ ก็เลยเกิดความคาดหวังที่ดีขึ้น"

และเมื่อถาม "นายไพบูลย์" ว่า ตลาดหุ้นไทยยังมีเสน่ห์น่าลงทุนหรือไม่ คำตอบที่ได้ น่าสนใจ

"ก็ถ้ามองระยะยาว ระยะสั้นก็แน่นอน ก็เหมือนหลาย ๆ ตลาดหุ้น ที่มีปัญหาเศรษฐกิจโลก ปัญหาเรื่องของการส่งออกเข้าไปยังสหรัฐฯ แต่ของเราก็จะมีเพิ่มเติม เรื่องของปัญหาเชิงโครงสร้าง เรื่องหนี้ครัวเรือน เรื่องอะไรต่างๆเหล่านี้ ที่ยังเป็นปัญหาที่ทำให้เศรษฐกิจไทย ไม่สามารถที่จะเติบโตกลับไประดับเดิมได้ ก็คงจะอยู่ประมาณแถวๆ ประมาณ 2% บวกลบ ก็ถือว่ายังเป็นปัญหาอยู่ แต่ถามว่าเสน่ห์ยังมีไหม ถ้าในระยะยาวก็เชื่อว่ายังมีเสน่ห์ เพราะศักยภาพของเรา ก็ยังถือว่าถ้าทำดี ๆ ก็ไปได้ทั้งเศรษฐกิจและตลาดหุ้น"

จากนี้ต่อไปจะต้องจับตาดีลการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เพราะทุกการขยับ ทุกการขับเคลื่อน ย่อมส่งผลต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและการลงทุนในตลาดหุ้นไทยนั่นเอง

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook: https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...