โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สมรภูมิร้านอาหาร 2568 ร้านเปิดใหม่ลด 30% พบ ‘ลูกค้าไม่ได้กินน้อยลง แค่ไม่ได้ไปที่ร้าน’ ดันยอดเดลิเวอรีโตสวนทาง ขณะที่ ‘ทำเลในห้าง’ ยังเป็นแต้มต่อรอดตายสูง

THE STANDARD

อัพเดต 20 ก.ค. 2568 เวลา 15.01 น. • เผยแพร่ 20 ก.ค. 2568 เวลา 15.01 น. • thestandard.co
สมรภูมิร้านอาหาร 2568 ร้านเปิดใหม่ลด 30% พบ ‘ลูกค้าไม่ได้กินน้อยลง แค่ไม่ได้ไปที่ร้าน’ ดันยอดเดลิเวอรีโตสวนทาง ขณะที่ ‘ทำเลในห้าง’ ยังเป็นแต้มต่อรอดตายสูง

สมรภูมิธุรกิจร้านอาหารไทยในปี 2568 กำลังเผชิญกับความท้าทายระลอกใหม่ที่แตกต่างจากช่วงปีที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง หลังจากยุคฟื้นตัวหลังโควิดที่เต็มไปด้วยการเติบโต ตลาดได้ส่งสัญญาณของภาวะชะลอตัวที่ชัดเจนขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่เพื่อความอยู่รอดและมองหาโอกาสท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือด

ข้อมูลเชิงลึกถูกเปิดเผยโดย เอกลักษณ์ วิริยะโกวิทยา Managing Director, Merchant Digital Solutions จาก LINE MAN Wongnai ในงาน Thailand Restaurant Conference 2025 ซึ่งได้ฉายภาพความเป็นจริงของตลาดผ่านตัวเลขสถิติจากฐานข้อมูลขนาดใหญ่ของแพลตฟอร์ม เพื่อเป็นเข็มทิศให้ผู้ประกอบการในยุคเปลี่ยนผ่าน

สมรภูมิร้านอาหาร 2568 สัญญาณชะลอตัวและแต้มต่อทำเล

สัญญาณแรกที่ชัดเจนที่สุดคือจำนวนร้านอาหารเปิดใหม่ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 มีร้านเปิดใหม่ประมาณ 44,000 ร้าน ลดลงถึง 30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีร้านเปิดใหม่ถึง 63,000 ร้าน

อย่างไรก็ตาม แม้จำนวนร้านเปิดใหม่จะลดลง แต่สถานการณ์ก็ยังมีมุมบวกอยู่บ้าง เพราะอัตราการปิดตัวยังคงที่ ไม่ได้แย่ลงไปกว่าเดิม โดยมากกว่า 50% ของร้านเปิดใหม่ยังคงปิดตัวลงภายในปีแรก ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกับปีก่อนๆ สะท้อนว่าพื้นฐานความยากของธุรกิจยังคงเท่าเดิม เพียงแต่มีผู้เล่นกระโดดเข้ามาในสนามนี้น้อยลง

ในภาวะที่การแข่งขันสูง ปัจจัยด้าน ‘ทำเล’ ซึ่งเป็น ‘ต้นทุนคงที่’ ที่สำคัญ ได้กลายเป็นตัวชี้วัดการอยู่รอดที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ข้อมูลระบุว่าร้านอาหารที่ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้ามีอัตราการรอดสูงกว่าร้านนอกห้างถึง 22% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างคงที่มาตลอด 3 ปี

เอกลักษณ์ได้ให้คำจำกัดความที่น่าสนใจว่า “การลงทุนเปิดในห้างเหมือนกับการซื้อประกัน แม้จะมีต้นทุนคงที่สูงกว่า แต่ก็ได้ Traffic ที่พร้อมซื้อมาทันทีตั้งแต่วันแรก”

อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงที่ตอกย้ำภาพความ ‘เหนื่อย’ ของธุรกิจในปีนี้ คือยอดขายหน้าร้าน (Offline) ที่ลดลงถึง 14% เมื่อเทียบไตรมาส 2 ปีนี้กับไตรมาส 2 ของปีที่แล้ว สวนทางกับยอดขายผ่านช่องทางเดลิเวอรีบน LINE MAN ที่ยังคงเติบโตเกิน 15%

สิ่งนี้สะท้อนว่าผู้บริโภคไม่ได้บริโภคน้อยลง แต่ ‘ลดการเดินทางไปที่หน้าร้าน’ และหันมาใช้ช่องทางที่ให้ความสะดวกสบายมากกว่า ทำให้แพลตฟอร์มเดลิเวอรีอาจไม่ใช่แค่ทางเลือกแต่กำลังกลายเป็น ‘ทางรอด’ หรือ ‘ช่องทางหลัก’ สำหรับหลายๆ ร้าน

โปรโมชันนำทาง เทรนด์คือโอกาส

เมื่อพฤติกรรมลูกค้าเปลี่ยนไป การทำความเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคจึงสำคัญที่สุด ข้อมูลชี้ว่าสิ่งที่ลูกค้ามองหาเป็นอันดับแรกเมื่อเปิดแอปพลิเคชันคือ ‘โปรโมชัน’ โดย 88% ของผู้ใช้ระบุว่าต้องการ ‘โปรฯ ค่าอาหาร’ ซึ่งกลายเป็นความคาดหวังพื้นฐานที่ขาดไม่ได้ไปแล้ว

โดยโปรโมชันที่ลูกค้ามองหามากที่สุดคือ ‘ส่วนลดค่าส่ง’ (59%) และ ‘Flash Sale’ (56%) ตามมาด้วยโปรโมชันในรูปแบบอื่นๆ เช่น การจัดเซตเมนู (29%) หรือส่วนลดสำหรับลูกค้าใหม่ (27%) ซึ่งทั้งหมดนี้ได้กลายเป็น ‘คันเร่ง’ สำคัญที่ช่วยเร่งการตัดสินใจซื้อ

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยอดออเดอร์ที่มีโปรโมชันบน LINE MAN คิดเป็นสัดส่วนเพียง 51% ของทั้งหมด ซึ่งแม้จะเพิ่มขึ้นจาก 43% ในปีก่อนหน้า แต่ก็ยังคงมีช่องว่างขนาดใหญ่ให้ผู้ประกอบการเข้าไปสร้างความได้เปรียบ

นอกเหนือจากโปรโมชันแล้ว การจับกระแสเมนูที่กำลังมาแรงก็เป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญ ข้อมูลการค้นหาบน LINE MAN พบว่าเมนูอย่าง ‘หม่าล่า’ (+60%), ‘หมี่ไก่ฉีก’ (+58%) และ ‘สุกี้’ (+51%) มีอัตราการเติบโตที่น่าสนใจ

ปรากฏการณ์ที่น่าทึ่งที่สุดคือ ‘ชิโอะปัง’ ที่มีการค้นหาเพิ่มขึ้นถึง 130 เท่าเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าซึ่งแทบจะไม่มีคนค้นหาเลย และเคยพุ่งขึ้นถึง 11 เท่าภายใน 1 เดือน ซึ่งเอกลักษณ์ชี้ว่า “ปรากฏการณ์ชิโอะปังแสดงให้เห็นถึงพลังของเทรนด์ที่มาเร็วและแรง ร้านค้าที่จับกระแสได้ทันก็จะสามารถสร้างโอกาสในการขายได้อย่างมหาศาล”

เทคโนโลยีคือหัวใจ ทางรุ่งยุคใหม่

สำหรับประสบการณ์หน้าร้าน เทคโนโลยีได้กลายเป็นหัวใจสำคัญ ไม่ใช่แค่เครื่องมือเสริมอีกต่อไป ลูกค้ากว่า 72% เลือกร้านที่มีช่องทางสั่งซื้อหลากหลายและครบวงจร และกว่า 66% เลือกร้านที่รองรับการชำระเงินได้หลายรูปแบบ โดยลูกค้าไม่ติดขัดกับการบริการตนเองบางส่วน เช่น การสแกน QR เพื่อสั่งอาหาร หากสิ่งนั้นช่วยให้ได้รับบริการที่เร็วขึ้น

ข้อมูลยังชี้ให้เห็นว่าการมีช่องทางการชำระเงินที่ครบครันสามารถเพิ่มยอดขายได้อย่างชัดเจน ร้านที่รับชำระเงินผ่าน QR Code และบัตรเครดิต จะมียอดขายต่อบิลสูงกว่าร้านที่รับเฉพาะ QR Code ถึง 32% ซึ่งเป็นสิ่งที่ร้านค้าสามารถทำได้ทันทีเพื่อเพิ่มโอกาสในการขาย

บทสรุปสำหรับผู้ประกอบการร้านอาหารในยุคนี้คือการ ‘ยืนบนไหล่ยักษ์’ ซึ่งหมายถึงการใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มที่มี Traffic มหาศาลอยู่แล้ว ทั้งห้างสรรพสินค้า (ยักษ์ออฟไลน์) และแพลตฟอร์มเดลิเวอรี (ยักษ์ออนไลน์)

“หากร้านค้าสามารถ ‘ขึ้นไปยืนอยู่บนไหล่ของยักษ์’ เหล่านี้ได้ ก็จะสะท้อนถึงผลลัพธ์ที่ดีขึ้นในด้านยอดขาย เพราะยักษ์เหล่านี้มี ‘Traffic ที่พร้อมซื้อ’ อยู่แล้ว” เอกลักษณ์ระบุ

ร้านที่อยู่รอดจึงไม่ใช่แค่ร้านที่ทำอาหารอร่อย แต่ต้องคิดอย่างเป็นระบบ มีข้อมูลนำทาง และใช้เทคโนโลยีให้เป็นแต้มต่อในการแข่งขัน เพื่อให้สามารถเดินเกมได้เร็วกว่าและชัดเจนกว่าคู่แข่งในทุกมิติ

ภาพ: ณาฌารัฐ ภักดีอาสา / THE STANDARD

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...