สัญญาณอันตรายเสี่ยง “มะเร็งทางเดินอาหาร” ต้องรีบพบแพทย์
มะเร็งทางเดินอาหาร เกิดจากความผิดปกติของเซลล์ในเยื่อบุทางเดินอาหาร หรืออวัยวะในระบบย่อยอาหารเจริญเติบโตผิดปกติ กลายเป็นก้อนเนื้อร้าย ซึ่งอาจเริ่มจากแผลเรื้อรัง ติ่งเนื้อ หรือการอักเสบสะสมในระบบย่อยอาหาร ที่สามารถลุกลามและแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นได้ จนเป็นโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งลำไส้ใหญ่ หรือมะเร็งหลอดอาหาร ในที่สุด หากเริ่มมีสัญญาณเหล่านี้ ติดต่อกันเกิน 2 สัปดาห์ควรรีบพบแพทย์โดยเร็ว
ถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS) ภัยเงียบผู้หญิง แพทย์เผยอาการและวิธีรักษา
10 สิ่งต้องทำหากรู้ว่าป่วยมะเร็งนรีเวช! ลดอัตราการเสียชีวิต
อาการทั่วไปของมะเร็งทางเดินอาหาร
- น้ำหนักลดรวดเร็ว โดยไม่ทราบสาเหตุ
- เบื่ออาหาร
- เหนื่อยง่าย
อาการที่ควรพบแพทย์
- ท้องอืด ปวดท้อง แน่นท้องหลังมื้ออาหารบ่อยๆ
- อาเจียนบ่อย โดยเฉพาะมีเลือดปน
- ถ่ายดำ หรือมีเลือดปนในอุจจาระ
- คลำเจอก้อนผิดปกติบริเวณช่องท้อง
- กลืนอาหารลำบาก
กลุ่มเสี่ยงมะเร็งที่ควรตรวจเช็ก?
การตรวจพบมะเร็งตั้งแต่ระยะเริ่มต้น สามารถเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายได้สูง โดยเฉพาะใน “กลุ่มเสี่ยง” เหล่านี้ที่ควรได้รับการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ
- อายุ 40 ปีขึ้นไป
- ความเสี่ยงของโรคมะเร็งทางเดินอาหารเพิ่มมากขึ้นตามอายุ โดยเฉพาะหลังอายุ 45 ปีขึ้นไป
- มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งทางเดินอาหาร โดยเฉพาะญาติสายตรง เช่น พ่อ แม่ พี่น้อง
- มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น เบาหวาน โรคอ้วน หรือโรคตับ รวมไปถึงโรคกระเพาะอักเสบเรื้อรัง ลำไส้อักเสบเรื้อรัง
- เคยตรวจพบเชื้อ Helicobacter pylori
- มีอาการผิดปกติระบบทางเดินอาหาร เช่น ปวดท้องบ่อย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ถ่ายมีเลือด ฯลฯ
พฤติกรรมเสี่ยงต้องระวัง
- สูบบุหรี่ หรือดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
- รับประทานอาหารแปรรูป ปิ้งย่าง ของทอด และของมันบ่อย
ตรวจเช็กด้วย “การส่องกล้อง”
การส่องกล้องทางเดินอาหาร เป็นวิธีตรวจคัดกรองที่แม่นยำ ปลอดภัย และไม่เจ็บ
- ตรวจได้ทั้งกระเพาะอาหารและลำไส้ใหญ่
- ตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
- หากพบติ่งเนื้อ แพทย์สามารถตัดออกได้ทันที
มะเร็งทางเดินอาหารอาจไม่ส่งสัญญาณเตือนในระยะแรก แต่เมื่อแสดงอาการ มักเป็นระยะที่รักษาได้ยากแล้ว ดังนั้น การตรวจคัดกรองตั้งแต่เนิ่นๆ จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการป้องกันและเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาด
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลเปาโล สมุทรปราการ