โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หวั่นยอด ‘หุ้นกู้ผิดนัด-ยืดหนี้’ พุ่ง ภาษีทรัมป์-เศรษฐกิจชะลอซ้ำเติม

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 19 ก.ค. 2568 เวลา 07.34 น. • เผยแพร่ 19 ก.ค. 2568 เวลา 07.34 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

เส้นทางนักลงทุน

ในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 นี้ มีความเป็นห่วงว่าภาวะเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยจะชะลอตัวมากกว่าครึ่งปีแรก เนื่องจากผลกระทบของมาตรการจัดเก็บภาษีศุลกากรนำเข้าของสหรัฐฯ, ความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน และการลดลงของยอดขายของภาคอสังหาริมทรัพย์ จะนำมาสู่ปัญหา “หุ้นกู้ขอยืดชำระหนี้” ในปีนี้อาจมีจำนวนเพิ่มขึ้นมากกว่าปี 2567

โดยความเป็นห่วงนี้สะท้อนผ่านมุมมองของ “อริยา ติรณะประกิจ” รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) ที่ระบุว่า

“หุ้นกู้ขอยืดชำระหนี้ในปีนี้อาจมีจำนวนเพิ่มขึ้นมากกว่าปีก่อน จากครึ่งปีแรกของปี 2568 มีหุ้นกู้ขอยืดชำระหนี้ 14 ราย ในจำนวนนี้เพิ่งขอเลื่อนชำระหนี้ครั้งแรกถึง 11 ราย แต่ครึ่งปีหลังจะมีความไม่แน่นอนสูง ทั้งการเจรจาภาษีทรัมป์ ความผันผวนในตลาด การชะลอตัวของเศรษฐกิจไทย ที่จะส่งผลผลกระทบต่อภาคธุรกิจ เมื่อเปรียบเทียบกับทั้งปี 2567 มีผู้ออกขอยืดชำระหนี้หุ้นกู้ อยู่ที่ 17 ราย

แต่เมื่อเกิดสถานการณ์การยืดหนี้แล้วผู้ถือหุ้นกู้ยอมอนุมัติ จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้นกู้ในระยะยาว หากมีแผนชำระหนี้ที่สามารถทยอยคืนเงินต้นและจ่ายดอกเบี้ยเพิ่มได้ เมื่อสถานการณ์เริ่มดีขึ้น ธุรกิจกลับมาได้ ยังดีมากกว่าปล่อยให้หุ้นกู้ผิดนัดชำระ”

ครึ่งแรกของปี 2568 ที่ผ่านมา หุ้นกู้ผิดนัดชำระมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 2,337 ล้านบาท จากผู้ออก 4 ราย โดยในเดือนมิถุนายน มี 2 รายใหม่ GRAND (BB) จำนวน 1 รุ่น 300 ล้านบาท และ CV (NR) 1 รุ่น 131.4 ล้านบาท จากในปี 2567 มีหุ้นกู้ผิดนัดชำระจากผู้ออก 5 ราย มูลค่ารวม 3,172 ล้านบาท และ ปี 2566 มีหุ้นกู้ผิดนัดชำระจากผู้ออก 5 ราย มูลค่ารวม 16,363 ล้านบาท

ขณะที่มีหุ้นกู้ที่เลื่อนกำหนดชำระ รวมทั้งสิ้น 17,540 ล้านบาทจากผู้ออก 14 ราย ในเดือน มิ.ย.มี 2 รายใหม่ EA (BB) 2 รุ่น 2,400 ล้านบาท และ SQ (BB) 1 รุ่น 550 ล้านบาท และมีผู้ออก 11 ราย เพิ่งเคยเลื่อนกำหนดชำระเป็นครั้งแรก ขณะที่ EA มีหุ้นกู้ 1 รุ่น มูลค่า 700 ล้านบาท มีเหตุผิดนัดตามข้อกำหนดสิทธิ แต่ยังไม่มีการผิดนัดชำระหนี้

โดยกลุ่มผู้ออกที่ขอเลื่อนชำระหนี้หุ้นกู้ จะกระจายอยู่ในหลากหลายอุตสาหกรรม แต่กลุ่มมีการออกหุ้นกู้จำนวนมาก 3 กลุ่มแรก ได้แก่ พลังงาน, อสังหาริมทรัพย์ และไฟแนนซ์

สำหรับสถานการณ์ภาพรวมการระดมทุนด้วยการออกหุ้นกู้ในรอบครึ่งปีแรกที่ผ่านมา พบว่าขยายตัวได้เล็กน้อย โดยมีมูลค่าคงค้าง 17.3 ล้านล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 93% ของเศรษฐกิจ (GDP) เพิ่มขึ้นเพียง 1.1% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากการออกตราสารหนี้รัฐบาล

ขณะที่การระดมทุนด้วยหุ้นกู้ของภาคเอกชนนั้น พบว่า มีมูลค่าลดลงมาอยู่ที่ 398,820 ล้านบาท หรือ -19.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ 494,371 ล้านบาท

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ มูลค่าการระดมทุนที่ลดลงนี้ เป็นการลดลงจากทั้งกลุ่ม Investment Grade ในสัดส่วน -19.7% และกลุ่มที่ให้ดอกเบี้ยสูง หรือ High yield ในสัดส่วน -13.2% ทั้งนี้การออกหุ้นกู้ระยะยาวลดลงในเกือบทุกกลุ่มอันดับเครดิต

อันมีสาเหตุมาจากบริษัทขนาดใหญ่ซึ่งจะจัดอยู่ในกลุ่มหุ้นกู้เครดิตดี มีสภาพคล่องสูง หันไปใช้วิธีการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงิน เพราะอัตราดอกเบี้ยขาลง บางรายมีกระแสเงินสดมาก ดังนั้นจึงทำให้เห็นภาพมูลค่าหุ้นกู้ครบกำหนดอยู่ที่ 450,000 ล้านบาท แต่มีการออกหุ้นกู้ระยะยาวเพียง 400,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีสาเหตุจากหุ้นกู้กลุ่ม High Yield โดยรวมออกได้ต่ำกว่าที่ครบกำหนด จากเซนติเมนต์ในตลาดยังไม่กลับมา และผู้ลงทุนยังระมัดระวังในการลงทุนหุ้นกู้

ส่งผลให้ในปี 2568 นี้ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) ต้องปรับลดคาดการณ์ยอดระดมทุนด้วยการออกหุ้นกู้ใหม่ลดลงเหลือ 800,000 ล้านบาท จากเดิมคาดไว้ที่ 850,000-900,000 ล้านบาท และมูลค่าหุ้นกู้ครบกำหนดเดิม 890,000 ล้านบาท อาจออกไม่ครบ เพราะหุ้นกู้ที่ขอยืดหนี้ไปแล้วจะออกใหม่

ซึ่งในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 นี้ จะมีหุ้นกู้ระยะยาวจะครบกำหนดรวมมูลค่า 414,810 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นหุ้นกู้ Investment Grade จำนวน 365,923 ล้านบาท และหุ้นกู้ High Yield มูลค่า 48,887 ล้านบาท แบ่งเป็นการครบกำหนดในไตรมาส 3 มูลค่า 194,385 ล้านบาท และในไตรมาส 4 มูลค่า 220,424 ล้านบาท

ผู้บริหารสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทยยอมรับว่ามีการจับตาหุ้นกู้ที่ส่งสัญญาณผิดนัดชำระและขอยืดอายุหนี้อย่างใกล้ชิด เนื่องจากปัญหาภาวะเศรษฐกิจอาจทำให้ภาคเอกชน… “สะดุด”… ได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...