จับอดีตแฟน ‘สตอล์กเกอร์’ ตำรวจญี่ปุ่นเผยเคยค้นบ้านแล้ว 3 ครั้ง แต่ไม่พบศพหญิงสาวหายตัว เพราะไม่สามารถเข้าตรวจสอบใต้พื้นได้
จากการหายตัวไปของ ‘โอกาซากิ อาซาฮิ’ หญิงสาวชาวญี่ปุ่นอายุ 20 ปี นับตั้งแต่เดือนธันวาคม ปี 2024 ล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจ พบร่างของหญิงสาวถูกฆาตกรรมยัดในกระเป๋าบอสตัน และซ่อนเอาไว้ใต้พื้นบ้านพักของผู้ต้องสงสัย ‘ชิราอิ ฮิเดยูกิ’ อดีตแฟนหนุ่ม อายุ 27 ปี ที่เมืองคาวาซากิ จังหวัดคานางาวะ เมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา
ตามรายงานของตำรวจ ระบุว่า หญิงสาวผู้เสียชีวิตเข้าแจ้งความเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2024 หลังมีปากเสียงกับแฟนหนุ่ม ซึ่งตำรวจได้ดำเนินการช่วยเหลือโดยพาหญิงผู้เสียหายย้ายไปพักพิงที่บ้านของคุณยาย
ก่อนที่หญิงสาวจะมีการแจ้งความอีกครั้งในเดือนกันยายนปีเดียวกัน ว่า “ถูกฝ่ายชายใช้ของมีคมข่มขู่” แต่ทว่าหลังจากนั้น ผู้เสียหายก็ได้ถอนแจ้งความเอง โดยระบุว่า “ได้ให้คำอธิบายที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง” ก่อนที่เรื่องจะเงียบไป
อย่างไรก็ตาม น้องชายของผู้เสียชีวิตได้ออกมาให้สัมภาษณ์ในภายหลังว่า พี่สาวถูกฝ่ายชายบังคับไปที่แม่น้ำแห่งหนึ่ง โดยมัดเธอด้วยสายรัดพลาสติก พร้อมข่มขู่ว่า “เลือกเอาว่า แกจะไปถอนแจ้งความหรือจะตายที่นี่”
ต่อมาในเดือนธันวาคม หญิงสาวได้โทรแจ้งกับตำรวจถึงพฤติกรรมสตอล์กเกอร์ของอดีตแฟนหนุ่มว่า “เขากำลังเดินด้อม ๆ มอง ๆ อยู่แถวบ้าน” โดยมีประวัติโทรติดต่อกับตำรวจมากถึง 9 ครั้ง ระหว่างวันที่ 9 ถึง 20 ธันวาคม ก่อนที่เธอจะติดต่อไม่ได้และหายตัวไปตั้งแต่วันที่ 20 ธันวาคม
2 วันหลังจากการหายตัวไปของหญิงสาว จนถึงเดือนมีนาคม 2025 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินสอบปากคำนายฮิเดยูกิ อดีตแฟนหนุ่ม ผ่านการพบกันแบบซึ่งหน้าและทางโทรศัพท์ รวมทั้งหมด 7 ครั้ง แต่ผู้ต้องสงสัยยังให้การว่า “ไม่ทราบเรื่องการหายตัวไป”
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังเคยตรวจสอบบ้านพักและบ้านร้างภายในพื้นที่ของนายฮิเดยูกิมาแล้วถึง 3 ครั้ง แต่ไม่พบตัวหญิงสาว ก่อนที่นายฮิเดยูกิจะเดินทางไปสหรัฐอเมริกา เพื่อหลีกเลี่ยงการสอบสวนในเดือนเมษายน
30 เมษายน เจ้าหน้าที่ตำรวจพบร่างของหญิงสาวที่มีร่องรอยการถูกเผาบางส่วน ซึ่งอาจเกิดจากการถูกนำไปเผาที่สถานที่อื่นก่อนหน้านี้ และซ่อนเอาไว้ใต้พื้นบ้านพักของนายฮิเดยูกิ ซึ่งตำรวจได้อธิบายถึงการตรวจบ้านพักของนายฮิเดยูกิก่อนหน้านี้ แต่ไม่พบตัวหญิงสาว ว่า เนื่องจากตำรวจยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนในขณะนั้น จึงไม่สามารถเข้าตรวจสอบใต้พื้นบ้านได้
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวนายฮิเดยูกิ ที่เพิ่งเดินทางกลับถึงประเทศญี่ปุ่นในช่วงบ่ายของวันที่ 3 พฤษภาคม ไปทำการสอบสวน ซึ่งผู้ต้องสงสัยได้ให้การยอมรับว่า ได้ลงมือฆ่าและมีพฤติกรรมสตอล์กเกอร์อดีตคนรักจริง ก่อนนำไปสู่การจับกุมตัวในความผิดฐานซ่อนเร้นอำพรางศพในคืนวันเดียวกัน
เหตุการณ์นี้สร้างความไม่พอใจให้กับครอบครัวของผู้เสียชีวิตและประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก เนื่องจากเชื่อว่าหญิงสาวได้ส่งสัญญาณ SOS เพื่อขอความช่วยเหลือจากตำรวจ จากการโทรแจ้งเหตุถึง 9 ครั้ง ขณะที่ฝ่ายตำรวจไม่ได้สอบถามข้อมูลใด ๆ จากนายฮิเดยูกิ ผู้ต้องสงสัยคดีสตอล์กเกอร์ พร้อมให้เหตุผลถึงเรื่องนี้ว่า “หญิงสาวผู้เสียหายไม่ต้องการให้ตำรวจดำเนินการใด ๆ”
นอกจากนี้ ครอบครัวของผู้เสียชีวิตยังกล่าวถึงเหตุการณ์ที่กระจกหน้าต่างของบ้านคุณยายซึ่งหญิงสาวพักอยู่ในขณะนั้น ถูกทุบแตกหลังการหายตัวไป โดยระบุว่า “ตำรวจบอกว่า ‘ไม่เข้าข่ายเป็นคดี’ ” ซึ่งทางตำรวจยืนยันว่าไม่ได้ให้คำอธิบายเช่นนั้น