โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่และเด็ก

Sleep Cycle : เข้าใจวงจรการนอนของลูก ช่วยให้ลูกหลับง่ายและนอนยาว

Mood of the Motherhood

เผยแพร่ 02 ก.ค. 2568 เวลา 01.21 น. • Features

ลูกหลับยาก ลูกตื่นกลางดึก เป็นอีกความท้าทายที่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ต้องเผชิญ ซึ่งปัญหานี้ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อการพักผ่อนของลูกน้อย แต่ยังกระทบต่อพัฒนาการและอารมณ์ของลูกในระยะยาว รวมถึงทำให้คุณพ่อคุณแม่อ่อนล้าจากการนอนไม่พออีกด้วยกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ลูกได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอและมีคุณภาพ อยู่ที่การทำความเข้าใจธรรมชาติการนอนหลับของลูกน้อย หรือที่เรียกว่า Sleep CycleSleep Cycle หรือวงจรการนอนหลับ คือ รูปแบบการนอนหลับที่สลับไปมาระหว่างช่วงหลับตื้น หลับลึก และหลับฝัน ซึ่งจะเกิดขึ้นซ้ำๆ ตลอดคืน โดยสามารถแบ่งเป็น 2 ระยะใหญ่ๆ ได้แก่ Non-REM Sleep (การนอนหลับที่ไม่มีการเคลื่อนไหวของลูกตา) และ REM Sleep (การนอนหลับแบบมีการเคลื่อนไหวของลูกตาอย่างรวดเร็ว) ซึ่งแต่ละระยะก็แบ่งย่อยออกไป ดังนี้• Non-REM Sleep (3 ระยะ)ระยะ N1 (หลับตื้นมาก): เป็นช่วงเริ่มต้นของการหลับ ทำให้ลูกมีโอกาสสะดุ้งตื่นได้ง่ายที่สุด คล้ายกับการงีบหลับระยะ N2 (หลับตื้น): ร่างกายเริ่มผ่อนคลายมากขึ้น อัตราการเต้นของหัวใจและการหายใจช้าลง อุณหภูมิร่างกายลดลง แต่ลูกยังสามารถตื่นได้ง่ายในระยะนี้ระยะ N3 (หลับลึก): เป็นช่วงที่สำคัญที่สุดสำหรับการฟื้นฟูร่างกายและสมอง สังเกตได้ว่าลูกจะหลับสนิท ปลุกให้ตื่นยาก ร่างกายจะหลั่ง Growth Hormone เพื่อการเจริญเติบโต การนอนหลับในระยะนี้อย่างเพียงพอสำคัญต่อพัฒนาการมาก• REM Sleep (หลับฝัน): เป็นช่วงที่สมองทำงานคล้ายขณะตื่น มีการเคลื่อนไหวของลูกตาอย่างรวดเร็ว เกิดความฝันขึ้นในระยะนี้ สมองจะประมวลผลข้อมูลและจัดเก็บความจำ การหลับในระยะ REM นี้สำคัญต่อพัฒนาการด้านอารมณ์และการเรียนรู้ของลูกวงจรการนอนหลับของเด็กจะสั้นกว่าผู้ใหญ่ โดยเฉพาะเด็กเล็กอาจมีวงจรเพียง 45-60 นาที และจะตื่นขึ้นมาได้ง่ายเมื่อเปลี่ยนจากระยะหนึ่งไปอีกระยะ หากลูกยังไม่สามารถเชื่อมวงจรการนอนหลับด้วยตัวเองได้ ก็จะตื่นขึ้นมากลางดึกบ่อยครั้ง การเข้าใจกระบวนการนี้เป็นพื้นฐานสำคัญในการปรับพฤติกรรมการนอนให้ลูกน้อย5 ทริกช่วยให้ลูกนอนหลับยาวตลอดคืนตามวงจรการนอนหลับ1. สร้างกิจวัตรการนอนที่สม่ำเสมอa

การสร้างกิจวัตรก่อนนอนที่สม่ำเสมอทุกคืน เช่น อาบน้ำอุ่น อ่านนิทาน ร้องเพลงกล่อ หรือนวดตัวเบาๆ จะช่วยส่งสัญญาณให้สมองของลูกรับรู้ว่าถึงเวลาเตรียมตัวนอนแล้ว และยังช่วยให้ลูกเข้าสู่ระยะหลับตื้นได้อย่างราบรื่น2. สังเกตสัญญาณง่วงของลูก

เมื่อคุณพ่อคุณแม่เห็นสัญญาณความง่วงของลูก เช่น หาว ขยี้ตา หรือเริ่มซึม ให้รีบวางลูกลงบนที่นอนทันทีในขณะที่ลูกง่วงแต่ยังไม่หลับ จะช่วยให้ลูกเรียนรู้ที่จะหลับไปได้ด้วยตัวเอง3. จัดห้องนอนให้น่านอน

ห้องนอนควรเป็นสถานที่ที่เงียบ มืดสนิท และมีอุณหภูมิที่พอเหมาะ การใช้ผ้าม่านกันแสง และควบคุมอุณหภูมิห้องให้เย็นสบาย (ประมาณ 20-23 องศาเซลเซียส) จะช่วยให้ร่างกายลูกเข้าสู่ระยะหลับลึกได้ดีขึ้น และลดปัจจัยรบกวนที่อาจทำให้ลูกตื่นขึ้นมากลางดึกเมื่อเปลี่ยนวงจรการนอนหลับ4. ฝึกลูกไม่ให้หลับคาเต้าหรือขวดนม

การปล่อยให้ลูกหลับคาขวดนมหรือเต้าคุณแม่ จะทำให้ลูกผูกโยงการนอนกับการกิน เมื่อตื่นกลางดึกก็จะเรียกร้องกินนมเพื่อหลับต่อ คุณแม่ควรให้นมก่อนเวลานอนสักระยะ เพื่อให้ลูกหลับได้เองโดยไม่พึ่งการกิน5. อดทนและสม่ำเสมอ

การปรับพฤติกรรมการนอนของลูกต้องใช้เวลาและความอดทน โดยเฉพาะในช่วงแรกที่ลูกอาจจะยังตื่นบ่อย หากคุณพ่อคุณแม่สามารถทำตามกิจวัตรใหม่ที่สร้างขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง ลูกจะสามารถเชื่อมวงจรการนอนหลับได้เอง และนอนยาวตลอดคืนได้ในที่สุด ซึ่งจะส่งผลดีต่อพัฒนาการของลูกและคุณภาพการนอนของทุกคนในครอบครัวอ่านบทความ: ลูกหลับยาก : Sleep Regression ลูกไม่ยอมนอน พ่อแม่แก้ยังไงอ้างอิงPregnancyBirth&BabySleepfoundationKidshealth

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...