โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจาะโมเดลธุรกิจ 'ไชยแสง' ห้างโลคอลต้านรายใหญ่ กวาดยอดพันล้าน

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 01 ก.ค. 2568 เวลา 18.50 น. • เผยแพร่ 02 ก.ค. 2568 เวลา 02.15 น.

สำหรับ ไชยแสง เป็นค้าปลีกโมเดิร์นเทรดสมัยใหม่ ที่มีเส้นทางมาร่วม 60 ปี จากจุดเริ่มต้นร้านค้าปลีกขนาดเล็กที่เป็นร้านขายผ้า ขนาดเล็กใช้ชื่อว่า “ร้านใช่เส็ง” ก่อนขยายไปสู่การทำ ห้างสรรพสินค้าไชยแสง ดีพาร์ทเมนท์สโตร์ ในช่วงปี 2533 ต่อมาได้เดินแผนไปสู่ การเปิดร้าน “ไชยแสง ซูเปอร์สโตร์” เน้นสินค้าอุปโภคบริโภค หลังจากนั้นได้ลงทุนใหญ่เปิด ซีเอส พาร์ค มาร์เก็ต ศูนย์การค้าแห่งใหม่ มีพื้นที่ถึง 50 ไร่ ด้วยงบลงทุน 50 ล้านบาท ซึ่งได้เปิดตัวโครงการในช่วงเดือน เม.ย.2568 ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ธุรกิจในเครือยังขยายไปสู่การลงทุนโรงแรมทั้งไชยแสงพาเลส และโรงแรมไชยแสงวิลล่า รวมถึงธุรกิจปั้มน้ำมัน

“ช่วงแรกเราค่อนข้างกังวลที่มีห้างค้าปลีกรายใหญ่ของประเทศเข้ามาเปิดในจังหวัด แต่ก็ปรับหันมาแข่งกับตัวเองให้ดีที่สุด เนื่องจากตลาดมีการเปลี่ยนแปลงแบบรวดเร็วมาก ทำให้ในช่วงเวลานี้คู่แข่งอาจไม่ใช่ ห้างค้าปลีกขนาดใหญ่แล้ว แต่เป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เข้ามามีอิทธิพลมากขึ้น” มุมมองของทายาทเจนสามของไชยแสง ต่อการเข้ามาขับเคลื่อนธุรกิจค้าปลีกโลคอล

ไชยแสง ปรับตัวอย่างรวดเร็ว จนสามารถล้มยักษ์ค้าปลีกในจังหวัดได้

โชว์สิริ ตรีชัยรัศมี ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ค้าปลีก-ค้าส่ง ห้างไชยแสง ซูเปอร์สโตร์ และเอกภูมิ ตรีชัยรัศมี ผู้จัดการใหญ่ฝ่ายการขาย บริษัท ซีเอส พาร์ค จำกัด และ หจก.ไชยแสงดีพาร์ทเม้นสโตร์ กล่าวร่วมกันว่า ทั้งคู่เป็นเจนสาม ที่ได้เข้ามาร่วมขับเคลื่อนธุรกิจค้าปลีกไชยแสงต่อจากรุ่นพ่อ ที่บริหารค้าปลีกจนเป็นที่รู้จักและยอมรับของกลุ่มลูกค้าในจังหวัดสิงห์บุรี โดยฐานของประชากรในเมือง ที่มีจำนวนกว่า 2 แสนคน แต่เป็นลูกค้าสมาชิกจำนวน 2-3 หมื่นคน ต่างเข้ามาใช้บริการอย่างสม่ำเสมอ

ทั้งนี้การเข้ามาบริหารธุรกิจค้าปลีกท่ามกลางสมรภูมิในจังหวัดสิงห์บุรี แม้ว่าจะไม่ใช่จังหวัดใหญ่ที่สุดในทำเลภาคกลาง แต่เป็นสนามธุรกิจที่มีค้าปลีกรายใหญ่ของประเทศเข้ามาเปิดหลายแห่ง โดย โชว์สิริ ตรีชัยรัศมี ในฐานะพี่สาวได้เข้ามาร่วมขับเคลื่อนองค์กรประมาณ 15 ปี ส่วน เอกภูมิ ตรีชัยรัศมี ในฐานะน้องชาย ได้เข้ามาร่วมบริหารงานประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งในมุมมองของทั้งสองเมื่อเข้ามาร่วมบริหาร ได้มุ่งนำเสนอสินค้าและร้านค้าให้ตอบโจทย์คนในท้องถิ่น รวมถึงการรับฟังเสียงเรียกร้องของคนในพื้นที่มาพัฒนาบริการและสร้างสรรค์สินค้า ผสมผสานด้วยการพัฒนาแบบไม่หยุดนิ่งและทำงานแทบทุกวันของสัปดาห์

จุดแข็งแกร่งการคิดค่าแรกเข้าที่ต่ำ ทำให้สินค้าราคาคุ้มค่า

ขณะเดียวกันยังมุ่งนำเสนอแบรนด์ใหม่ เข้ามาร่วมดึงดูดกลุ่มเป้าหมาย ที่ไม่จำกัดเฉพาะสินค้าในพื้นที่ โดยดึงแบรนด์กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงแฟชั่นยอดนิยม ไปจนถึงการมีโรงภาพยนตร์เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ ทำให้ภาพรวมมีอัตราการเช่าพื้นที่ประมาณ 50% มาจากแบรนด์ดัง อีกทั้งผลจากการมุ่งพัฒนาแบรนด์สำหรับคนในพื้นที่ จึงทำให้แบรนด์ขนาดใหญ่ที่เคยเปิดในห้างค้าปลีก ย้ายโลเคชันมาเปิดในไชยแสง เนื่องจากสามารถสร้างยอดทราฟฟิกดึงดูดกลุ่มลูกค้าได้มากกว่า ห้างค้าปลีกรายใหญ่

สำหรับอีกจุดแข็งสำคัญยังมาจากการมีสาขาอยู่ใจกลางเมือง แตกต่างจากห้างค้าปลีกรายอื่นที่มีสาขาอยู่รอบนอกเมือง อีกทั้งมีแม่เหล็กดึงดูดลูกค้ากับ “ซูเปอร์มาร์เก็ต” ที่มีสินค้าอุปโภคบริโภคที่หลากหลาย และวางราคาที่มีความคุ้มค่าและคุ้มราคา เป็นอีกจุดมุ่งหมายร่วมกระตุ้นกลุ่มลูกค้า รวมถึงการสร้างบรรยากาศที่ดีในการใช้จ่าย โดยเฉลี่ยมีการจัดโปรโมชั่น รวมถึงการมีอีเวนต์อย่างต่อเนื่อง พร้อมจัดกิจกรรมในรูปแบบ ซีเอสอาร์ร่วมกับคนในชุมชน ร่วมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน

“ค่าแรกเข้าของห้างไชยแสงในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ไม่ได้อยู่ในระดับหลักหมื่นและหลักแสนบาท แต่อยู่ในระดับหลักพันบาทเท่านั้น จึงทำให้สินค้ามีต้นทุนที่ต่ำลง และราคาสินค้าไม่ได้อยู่ในระดับแพง”

ขณะเดียวกันจากตลาดการแข่งขันที่เปลี่ยนแปลงไปเข้าสู่ออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ ทำให้บริษัทได้ปรับแผนลงทุนพัฒนาทั้งระบบบัญชี และระบบการจัดส่งสินค้า รวมถึงการขยายแพลตฟอร์มออนไลน์ใหม่ พร้อมจัดทำระบบส่งข้อมูลผ่านทางไลน์ และการนำเสนอโปรโมชั่นให้แก่กลุ่มลูกค้าสมาชิก อีกทั้งการมีบริการส่งสินค้าให้แก่กลุ่มลูกค้าในทุกวัน โดยกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ที่ใช้บริการจะเป็นร้านยี่ปั๊วและซาปั๊วในจังหวัด รวมถึงร้านค้าขนาดเล็กต่างๆ

ทางด้านความท้าทายในปี 2568 นอกจากการแข่งขันในตลาดที่มีความรุนแรงมากขึ้น ยังต้องเผชิญกับปัจจัยในเรื่องเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มชะลอตัวลง ทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคได้รับผลกระทบต่างระมัดระวังในการใช้จ่าย ถือว่าสถานการณ์โดยรวมค่อนข้างหนักกว่าปี 2567 ที่ผ่านมา สะท้อนจากทราฟฟิกของกลุ่มลูกค้าปรับลดลง 10% จากปกติอยู่ที่ 4,500 คนต่อวัน รวมถึงมีการใช้จ่ายต่อบิลเฉลี่ยประมาณ 1,300 บาทต่อคน ปรับลดลงจากปีก่อนอยู่ที่ 1,500 บาทต่อคน ซึ่งสินค้าที่ลูกค้าลดการใช้จ่ายจะเป็น กลุ่มเสื้อผ้าและแฟชั่น แต่สินค้าอุปโภคบริโภคยังมีการใช้จ่ายอยู่

“แผนครึ่งปีหลังได้มุ่งการทำโปรโมชั่นเพื่อร่วมดึงดูดกลุ่มลูกค้า และการเดินหน้าจัดกิจกรรมที่มีความแปลกใหม่ อย่างการทำกิจกรรมอีเวนต์ทุเรียน สร้างสีสันในช่วงเทศกาลของผลไม้ฤดูร้อน”

การปรับลดค่าเช่าให้แก่ร้านค้าได้รับผลกระทบกับ ร้านหนังสือ เพื่อสร้างฐานนักอ่านในไทย

ขณะเดียวกันได้มีการสำรวจร้านค้าผู้เช่าต่างๆ ว่าได้รับผลกระทบต่อสถานการณ์เศรษฐกิจในระดับใด ทำให้มีการปรับลดค่าเช่าลง 20% ให้แก่ผู้ประกอบการร้านค่าเช่าบางแห่ง เช่น ร้านหนังสือ ตามภาพรวมของตลาดหนังสือที่มีการเปลี่ยนแปลงไป จากพฤติกรรมการอ่านหนังสือที่ไม่เหมือนเดิม ประกอบกับบริษัทอยากให้มีร้านหนังสือเปิดให้บริการอยู่ต่อไป เพื่อร่วมส่งเสริมองค์ความรู้ให้แก่ทุกคน

ทั้งนี้ จากการปรับตัวทางธุรกิจอย่างรวดเร็ว และติดตามปัจจัยสถานการณ์ทุกอย่างรอบด้าน ทำให้ประเมินภาพรวมผลประกอบการในปี 2568 จะอยู่ที่ระดับมากกว่า 1,000 ล้านบาท ทรงตัวจากปีก่อน ตามสถานการณ์เศรษฐกิจ ส่วนพนักงานในองค์กรมีจำนวนกว่า 400 คน ขณะที่พื้นที่ค้าปลีกโดยรวมมีประมาณ 4 หมื่น ตร.ม.

สนใจขยายธุรกิจสู่จังหวัดใกล้เคียงและระดมทุนสู่ตลาดหุ้นในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม เมื่อประเมินแผนธุรกิจในระยะยาว ทั้งคู่ย้ำว่า สนใจพัฒนาค้าปลีกแห่งใหม่ในทำเลจังหวัดใกล้เคียง อย่างปัจจุบันมีที่ดินอยู่ในจังหวัดลพบุรี จึงมีโอกาสนำร่องเข้าไปลงทุนทำโครงการใหม่ รวมถึงการพัฒนาพอร์ตโฟลิโอธุรกิจไปสู่การทำอพาร์ทเมนต์ในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี คาดว่าโครงการทั้งหมดจะพัฒนาได้ในอีก 5 ปีข้างหน้า

อีกทั้งมีความสนใจนำธุรกิจเข้าไประดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อร่วมยกระดับมาตรฐานของธุรกิจตามเกณฑ์ของบริษัทจดทะเบียน และรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...