โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำไม‘รัสเซีย’ไม่ได้ตกใจอะไรนักหนากับคำขู่ของ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ที่ให้ยุติสงครามยูเครนภายใน 50 วัน

Manager Online

เผยแพร่ 22 ก.ค. 2568 เวลา 21.03 น. • MGR Online

(เก็บความจากเอเชียไทมส์ https://asiatimes.com/2025/07/why-russia-isnt-taking-trumps-threats-seriously/)

Why Russia isn’t taking Trump’s threats seriously

by Patrick E Shea

17/07/2025

ทั้งมอสโกและตลาดการเงิน ต่างไม่ค่อยให้ราคากับคำข่มขู่ของทรัมป์ที่ว่าหากแดนหมีขาวไม่หาทางยุติสงครามยูเครนภายใน 50 วัน ก็จะใช้มาตรการแซงก์ชั่นคว่ำบาตรซึ่งเล่นงานลามไปถึงพวกชาติที่รับซื้อน้ำมันราคาถูกของรัสเซีย โดยที่เวลานี้มีความรับรู้ความเข้าใจกันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ว่า ประมุขทำเนียบขาวผู้นี้ถนัดโอ่อวดปากกล้า ทว่า“ใจไม่ถึง”ในการทำให้เป็นไปตามคำพูดตัวเอง

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศ [1] เมื่อเร็วๆ นี้ว่า รัสเซียมีเวลา 50 วันสำหรับการยุติสงครามในยูเครน มิฉะนั้นแล้ว แดนหมีขาวก็จะต้องเผชิญกับการแซงก์ชั่นคว่ำบาตรทุติยภูมิอย่างครอบคลุมรอบด้าน (comprehensive secondary sanctions) ซึ่งพุ่งเป้าหมายมุ่งเล่นงานพวกประเทศที่ยังคงทำมาค้าขายกับมอสโก

ในวันที่ 15 กรกฎาคม ตอนที่บรรยายรายละเอียดของมาตรการใหม่ๆ ซึ่งจะบังคับใช้ภาษีศุลกากรอัตรา 100% เอากับประเทศใดๆ ที่ซื้อสินค้าส่งออกรัสเซีย ทรัมป์ได้กล่าวเตือน [2] เอาไว้ดังนี้: “ พวกมัน (มาตรการแซงก์ชั่นเหล่านี้) เจ็บแสบมาก พวกมันมีความสำคัญมากๆ และพวกมันจะกลายเป็นเรื่องเลวร้ายมากๆ สำหรับประเทศทั้งหลายที่มาเกี่ยวข้องพัวพันด้วย”

การแซงก์ชั่นคว่ำบาตรทุติยภูมิ หมายความว่ามันไม่ได้แค่พุ่งเป้าหมายเล่นงานรัสเซียโดยตรงเท่านั้น หากยังคุกคามประเทศใดๆ ก็ตามที่ยังคงรักษาความสัมพันธ์ทางการค้ากับมอสโกเอาไว้ ว่าจะถูกตัดขาดไม่ให้สามารถเข้าถึงตลาดสหรัฐฯอีกด้วย ผลพวงต่อเนื่องทางเศรษฐกิจสำหรับกรณีนี้ก็คือ มันจะส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานระดับโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกำลังเป็นการเล็งเป้าหมายมุ่งเล่นงานพวกประเทศเจ้าของระบบเศรษฐกิจนาดใหญ่ๆ อย่างจีนและอินเดีย ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นเส้นชีวิตทางการพาณิชย์ของรัสเซียไปแล้ว

แต่ถึงแม้มีการข่มขู่ที่ดูเลวร้ายมากๆ เอาไว้ขนาดนี้ ปรากฏว่า ตลาดหลักทรัพย์มอสโกกลับทะยานสูงขึ้น 2.7% [3] ในทันทีภายหลังการประกาศของทรัมป์ ค่าเงินรูเบิลรัสเซียก็แข็งแกร่งขึ้นเช่นเดียวกัน มองกันในระดับทั่วโลก ตลาดน้ำมันทั้งหลายก็ดูอยู่ในอาการผ่อนคลาย [4] บ่งชี้ให้เห็นว่าพวกเทรดเดอร์ไม่มีมองว่ากำลังจะเกิดความเสี่ยงขึ้นมารอมร่อแล้วแต่อย่างใด

ปฏิกิริยาของตลาดเช่นนี้ สอดคล้องกับอาการไม่แตกตื่นตกใจอะไรของมอสโก ขณะที่พวกคำแถลงอย่างเป็นทางการ มีการระบุ [5]ว่า รัสเซียจำเป็นต้องใช้เวลาระยะหนึ่งสำหรับ “วิเคราะห์สิ่งที่ถูกพูดออกมาในวอชิงตัน” ทว่าการแถลงอื่นๆ กลับบ่งชี้ว่าพวกเขารู้สึกกันว่าการข่มขู่คุกคามเช่นนี้จะไม่มีผลจริงจังอะไรขึ้นมาหรอก

ตัวอย่างเช่น อดีตประธานาธิบดีรัสเซีย ดมิตริ เมดเวเดฟ (Dmitry Medvedev) ประกาศบนโซเชียลมีเดีย [6] ว่า “รัสเซียไม่ได้สนใจใยดีอะไร” กับการข่มขู่ของทรัมป์หรอก ปฏิกิริยาของตลาดที่ออกมาในทางบวก และการที่พวกเจ้าหน้าที่รัสเซียก็ไม่ได้แตกตื่นตกใจเช่นนี้ บอกอะไรแก่เรามากมายยิ่งเสียงกว่าเพียงแค่ความสงสัยข้องใจที่ว่าทรัมป์มีความมุ่งมั่นตั้งใจมากน้อยแค่ไหนที่จะติดตามผลักดันเพื่อให้บังเกิดผลดังที่เขาประกาศเอาไว้

ถ้าหากพวกนักลงทุนมีความสงสัยไม่แน่ใจเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือของทรัมป์เป็นสำคัญ เราก็ควรต้องคาดหมายว่าตลาดจะแสดงความไม่แยแสใยดี ไม่ใช่แสดงความกระตือรือร้นใดๆ ทั้งนั้น ดังนั้น ปฏิกิริยาที่ออกมาจึงเป็นการบ่งชี้ด้วยว่า ตลาดการเงินนั้นคาดหมายว่าสหรัฐฯจะแสดงการตอบโต้อย่างแข็งแกร่งยิ่งกว่าที่ออกมาในคราวนี้

เป็นอย่างที่ อาร์ตีออม นิโคลาเยฟ (Artyom Nikolayev) นักวิเคราะห์จาก อินเวสต์ เอรา (Invest Era) พูดปล่อยมุก [7] เอาไว้นั่นแหละ “ทรัมป์ทำผลงานได้ต่ำกว่าความคาดหมายของตลาด”

ความรู้สึกโล่งใจ ไม่ใช่รู้สึกถูกคุกคาม

การข่มขู่ของทรัมป์ ไม่ใช่เพียงแค่ไร้ความน่าเชื่อถือเท่านั้น –ปฏิกิริยาในทางบวกของตลาดในรัสเซียยังบ่งบอกว่ามันคือการมอบของขวัญของรางวัลให้แก่มอสโกเสียด้วยซ้ำ การยื่นคำขาดระยะเวลา 50 วันครั้งนี้ถูกมองว่ามันไม่ใช่เป็นการขีดเส้นตายอะไรเลย ตรงกันข้ามมันกลับเป็นสิ่งที่ทำให้รู้สึกโล่งใจ เนื่องจากมันหมายความถึงช่วงระยะเวลาเกือบๆ 2 เดือนที่รับประกันได้ว่าสหรัฐฯจะไม่มีการลงมือกระทำการใดๆ

นี่จะเปิดทางให้รัสเซียมีเวลามากขึ้นในการใช้ความได้เปรียบทางทหารของตนเดินหน้ากดดันในยูเครนโดยไม่ต้องเผชิญกับแรงบีบคั้นทางเศรษฐกิจใหม่ๆใดๆ ระยะเวลา 50 วันยังต้องถือเป็นช่วงยาวทีเดียวในการเมืองอเมริกัน ซึ่งแทบแน่ใจได้ทีเดียวว่าจะต้องเกิดมีวิกฤตอย่างอื่นๆ ขึ้นมาที่จะหันเหความสนใจออกไปจากสงครามในยูเครน

สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่านั้นเสียอีกก็คือ การข่มขู่ของทรัมป์คราวนี้ แท้ที่จริงแล้วกลับเป็นการบ่อนทำลายอย่างเต็มๆ ใส่ความพยายามในรัฐสภาสหรัฐฯที่กำลังจะออกกฎหมายแซงก์ชั่นคว่ำบาตรรัสเซียฉบับหนึ่ง [8] ด้วยดีกรีความเอาจริงเอาจังยิ่งกว่า แถมยังกำลังได้รับโมเมนตัมอันคึกคักเข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้ร่างกฎหมายฉบับที่ว่านี้ซึ่งได้รับเสียงสนับสนุนจากทั้งสองพรรคใหญ่ บรรจุแพกเกจการแซงก์ชั่นอย่างรุนแรงสาหัสยิ่งกว่าคำขู่ครั้งนี้ของทรัมป์นักหนา นั่นคือเสนอให้เก็บภาษีศุลกากรทุติยภูมิในอัตราสูงถึง 500% ทีเดียว นอกจากนั้นจุดที่สำคัญยิ่งยวดยังอยู่ที่ว่า มันมีเนื้อหาจำกัดลดทอนความสามารถของประธานาธิบดีในการยกเลิกการแซงก์ชั่นเหล่านี้อีกด้วย

ด้วยการเปิดตัวข้อเสนอริเริ่มของตัวเขาเองออกมา ทรัมป์ก็สามารถฉวยจังหวะเข้าควบคุมวาระนโยบายในเรื่องนี้เอาไว้ในมือตนเอง ทันทีที่ประกาศ “คำขาด” ออกมา ส.ว.จอห์น ธูน (John Thune) ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภาสหรัฐฯ ก็ประกาศ [9]ว่า การโหวตลงคะแนนใดๆ ในร่างกฎหมายแซงก์ชั่นรัสเซียฉบับที่โหดยิ่งกว่าดังกล่าว จะถูกพักเอาไว้ชั่วคราวจนกระทั่งภายหลังระยะเวลา 50 วันผ่านพ้นไปแล้ว ภัยคุกคามที่น่าหวั่นหวาดยิ่งกว่าที่ทำเนียบเครมลินเผชิญอยู่ จึงมีอันสะดุดถูกหยุดพักเอาไว้ก่อนด้วยประการฉะนี้

ละครตอนนี้เน้นย้ำให้เห็นถึงปัญหาประการหนึ่งสำหรับความพยายามทั้งหลายของสหรัฐฯที่จะใช้การทูตทางเศรษฐกิจในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

มีปัจจัย 3 ประการที่ผสมผสานคลุกเคล้ากัน ซึ่งคอยบ่อนทำลายความน่าเชื่อถือในการข่มขู่ของทรัมป์

ประการแรกทีเดียว ได้แก่ ประวัติผลงานที่ผ่านมาของตัวทรัมป์เอง ตลาดการเงินนั้นกำลังมีความคุ้นเคยเหลือเกินกับการที่คณะบริหารชุดนี้ประกาศการขึ้นภาษีศุลกากรอย่างหนักหน่วง เพียงเพื่อที่อีกไม่นานต่อมาจะประกาศชะลอ, ลดระดับ, หรือกระทั่งโยนทิ้งไปเลย จนกระทั่งทำให้คำพูดเสียดสีเย้ยหยันว่า “Taco” (ทาโค) ซึ่งย่อมาจจากวลี “Trump always chickens out” [10] (ทรัมป์ปอดแหกเสมอมา) กลายเป็นถ้อยคำที่มีน้ำหนักในแวดวงทางการเงินไปเสียแล้ว

ชื่อเสียงเกียรติคุณของการล้มเหลวไม่ยึดมั่นกระทำตามสิ่งที่ข่มขู่เอาไว้เช่นนี้ หมายความว่าทั้งพวกปรปักษ์และทางตลาดการเงิน ต่างเรียนรู้กันแล้วที่จะต้องตีราคาทรัมป์เอาไว้ว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะถอยหลังกลับ

ประการที่สอง ความน่าเชื่อถือของคณะบริหารทรัมป์ยังอ่อนแอลงด้วย สืบเนื่องจากการไม่ต้องถูกไล่เรียงเอาผิดจากการเมืองภายในประเทศ (lack of domestic political accountability) ผลงานวิจัย [11] ว่าด้วยความน่าเชื่อถือของระบอบประชาธิปไตยในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ตอกย้ำให้เห็นว่า ความจำกัดบีบคั้นภายในประเทศ –หรือสิ่งที่พวกนักรัฐศาสตร์เรียกว่า “ค่าใช้จ่ายต่างๆ ซึ่งเกิดขึ้นจากการมีพวกที่มาคอยเฝ้าชม” (audience costs) [12] — สามารถส่งผลด้านกลับกลายเป็นการทำให้ความมุ่งมั่นผูกพันระหว่างประเทศ (international commitments) ของชาติหนึ่งๆ มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้เมื่อพวกผู้นำทราบว่าพวกเขาจะต้องเผชิญกับการถูกลงโทษทางการเมืองจากผู้ออกเสียงหรือจากรัฐสภา ถ้าหากพวกเขาถอยหลังไม่กระทำตามที่ได้พูดข่มขู่คุกคามเอาไว้ สถานการณ์เช่นนี้ก็จะทำให้การข่มขู่คุกคามของพวกเขามีน้ำหนักความน่าเชื่อถือ ทว่าสำหรับการเมืองสหรัฐฯเวลานี้ การที่รัฐสภาอเมริกันโดยทั่วไปแล้วมีความลังเลใจที่จะจำกัดดึงรั้งทรัมป์เอาไว้ จึงกลับกลายเป็นการบ่อนทำลายหลักเหตุผลข้อนี้ไป มันจึงกลายเป็นการส่งสัญญาณให้พวกปรปักษ์มองเห็นว่าทรัมป์สามารถที่จะข่มขู่คุกคามอะไรไปเรื่อยเปื่อย โดยที่หากเขาไม่กระทำตามนั้นก็ไม่ได้มีผลต่อเนื่องในทางเสียหายติดตามมา ดังนั้นจึงกลายเป็นการกัดกร่อนลดทอนน้ำหนักของการข่มขู่คุกคามเหล่านี้ไปเลย

ประการที่สาม การใช้อำนาจบังคับในทางเศรษฐกิจอย่างมีประสิทธิภาพนั้น จะเกิดขึ้นได้จำเป็นต้องมีกลไกเครื่องมือทางการทูตและทางระบบราชการที่แข็งแรงจริงจัง เพื่อปฏิบัติและบังคับให้เกิดผลขึ้นมา แต่การที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯกำลังอยู่ในภาวะถูกผ่าตัดถูกควักไส้ควักพุงออกมาอย่างเป็นระบบ [13] และพวกโครงการของสำนักงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ (United States Agency for International Development หรือ USAID) ก็ถูกแช่แข็งเอาไว้ จึงเท่ากับเป็นการกำจัดลบล้างโครงสร้างพื้นฐานทางการทูตซึ่งจำเป็นสำหรับการสร้างแรงกดดันทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องยืนยาว

การแซงก์ชั่นคว่ำบาตรที่จะได้ผลนั้น ยังจำเป็นต้องมีการร่วมมือประสานงานอย่างรอบคอบระมัดระวังกับพวกพันธมิตร ซึ่งคณะบริหารทรัมป์ได้บ่อนทำลาย [14] จนเสียหายหนักไปแล้ว นอกจากนั้น การใช้อำนาจบังคับทางเศรษฐกิจอย่างได้ผลยังจำเป็นที่จะต้องมีการวางแผนและความมุ่งมั่นผูกพันที่จะบังคับใช้อย่างชนิดน่าเชื่อถือ ทั้งหมดเหล่านี้ต่างเป็นไปไม่ได้เลยเมื่อปราศจากคณะนักการทูตมืออาชีพ

พวกนักลงทุนและพวกรัฐบาลต่างประเทศเวลานี้ดูเหมือนกำลังพนันวางเดิมพันกันว่า สภาพที่ไม่มีความแน่นอนสม่ำเสมอของผู้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี, การขาดการไล่เรียงเอาผิดจากการเมืองภายในประเทศ, และกลไกเครื่องมือทางการทูตที่อ่อนแอลงเสียแล้ว เหล่านี้เมื่อผสมผสานกันก็ทำให้การข่มขู่คุกคามใดๆ กลายเป็นการแสดงละครทางการเมืองมากกว่าที่จะเป็นการใช้อำนาจบังคับทางเศรษฐกิจอันหนักแน่นจริงจัง

การขยับสูงขึ้นของตลาดหลักทรัพย์รัสเซียคือสัญญาณอันชัดเจนที่แสดงให้เห็นว่า การข่มขู่คุกคามทางเศรษฐกิจของอเมริกันกำลังกลายเป็นสิ่งที่คนอื่นๆ เกรงกลัวกันน้อยลงเสียแล้ว

แพทริค อี เชีย เป็นอาจารย์ผู้บรรยายอาวุโสในวิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและธรรมาภิบาลระดับโลก ณ มหาวิทยาลัยกลาสโกว์ , สกอตแลนด์, สหราชอาณาจักร

ข้อเขียนนี้มาจากเว็บไซต์ เดอะ คอนเวอร์เซชั่น https://theconversation.com/ โดยสามารถติดตามอ่านข้อเขียนดั้งเดิมชิ้นนี้ได้ที่ https://theconversation.com/why-russia-is-not-taking-trumps-threats-seriously-261296

เชิงอรรถ

[1] https://theconversation.com/what-trumps-decision-to-send-more-weapons-to-ukraine-will-mean-for-the-war-261192

[2] https://www.politico.com/news/2025/07/15/trump-threatens-russia-sanctions-bashes-putin-00455596

[3] https://www.reuters.com/business/finance/russian-rouble-stock-market-gain-after-trumps-statement-russia-2025-07-14/

[4] https://www.reuters.com/business/energy/oil-edges-down-market-contemplates-potential-sanctions-tariffs-2025-07-15/

[5] https://www.reuters.com/world/europe/russia-does-not-care-about-trumps-theatrical-ultimatum-senior-official-says-2025-07-15/

[6] https://www.yahoo.com/news/russian-officials-mock-trumps-ukraine-114127862.html?guccounter=1&guce_referrer=aHR0cHM6Ly93d3cuZ29vZ2xlLmNvbS8&guce_referrer_sig=AQAAANA8jOFjfc-LAHVhmcYWFOeNqfa6ExsgfbIWDRppDBOdqQb5mZ52DdOZI94OX2iwuHVtdPIhLBlDS6RhgrTyDPMlsMaWUwcz7j_rtKAqN0BsScPate-kSr2zS0JzS219GQd2RM_WcLw-Gng1hgS3YL0nBNu8f688Rp31FOAIqTXT

[7]https://www.reuters.com/business/finance/russian-rouble-stock-market-gain-after-trumps-statement-russia-2025-07-14/

[8]https://edition.cnn.com/2025/07/09/politics/russia-sanctions-bill-senate-trump

[9]https://www.politico.com/news/2025/07/14/trump-threatens-tariffs-on-russias-trading-partners-to-pressure-putin-00452131

[10] https://theconversation.com/investors-are-calling-trump-a-chicken-heres-why-that-matters-257926

[11]https://www.cambridge.org/core/journals/american-political-science-review/article/abs/domestic-political-audiences-and-the-escalation-of-international-disputes/D22E7DE87C4CFBC436AAB3CFE7505962

[12]https://onlinelibrary.wiley.com/doi/abs/10.1111/ajps.12201?casa_token=Ezbsn4y39g4AAAAA%3ARSYyRYn5Cq7HLgkQZ9Uw6QvIwr5zbhPLSl6jpiaj2TsMIA5phANkE7KydzBGNjRgwoTJEsi0493rSw

[13]https://www.bbc.co.uk/news/articles/cy5w7z57rr7o

[14] https://theconversation.com/us-backs-natos-latest-pledge-of-support-for-ukraine-but-in-reality-seems-to-have-abandoned-its-european-partners-260334

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...