โบรกมอง CENTEL กำไร Q2/68 อ่อนตัว
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 22 ก.ค. 2568 เวลา 14.06 น. • เผยแพร่ 22 ก.ค. 2568 เวลา 07.06 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น – ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงานว่า บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) คาด CENTEL กำไรปกติในไตรมาส 2/2568 อ่อนตัวจากช่วงเดียวกันในปีก่อนหน้า และ จากไตรมาสก่อนหน้า
บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) คงคำแนะนำ “ซื้อ” ด้วยมูลค่าพื้นฐานใหม่อยู่ที่ 31 บาท จากการปรับประมาณการกำไรปกติปี 2568 ลงอยู่ที่ 1.7 พันล้านบาท (เพิ่มขึ้น 40% จากช่วงเดียวกันในปีก่อนหน้า) ขณะที่คาดกำไรปกติในไตรมาส 2/2568 อยู่ที่ 183 ล้านบาท (ลดลง 41% จากช่วงเดียวกันในปีก่อนหน้า และ ลดลง 77% จากไตรมาสก่อนหน้า) โดยลดลงจาก
1) จำนวนนักท่องเที่ยวสะสมที่ลดลง จากช่วงเดียวกันในปีก่อนหน้า ขณะที่การบริโภคในประเทศอ่อนแอ
2) ต้นทุนค่าใช้จ่ายโรงแรมและร้านอาหารสูงขึ้น ทำให้กดดันอัตรากำไรขั้นต้นลดลงที่ 40% (ลดลง 1 ppts จากช่วงเดียวกันในปีก่อนหน้า และ ลดลง 8 ppts จากไตรมาสก่อนหน้า) ประกอบกับ คาดมีบันทึกรายการพิเศษผลขาดทุนช่วงต้นโรงแรมมัลดีฟส์ที่ 50 ล้านบาท จึงเป็นผลให้กำไรสุทธิอ่อนแอ จากช่วงเดียวกันในปีก่อนหน้า ที่ 105 ล้านบาท (ลดลง 37% จากช่วงเดียวกันในปีก่อนหน้า และ ลดลง 86% จากไตรมาสก่อนหน้า) แนะนำ ทยอยซื้อเมื่อราคาย่อตัว บนกรณีคาดการณ์ว่ากำไรจะกลับมาฟื้นตัวในครึ่งหลังของปี 2568
คาดกำไรปกติในไตรมาส 2/2568 อ่อนตัว จากช่วงเดียวกันในปีก่อนหน้า
- คาดกำไรปกติในไตรมาส 2/2568 อยู่ที่ 155 ล้านบาท (ลดลง 51% จากช่วงเดียวกันในปีก่อนหน้า และ ลดลง 81% จากไตรมาสก่อนหน้า) โดโดยอ่อนแอลงจาก
1) จำนวนนักท่องเที่ยวสะสมที่ลดลง 6% YoY และปัจจัยบวกฤดูกาลท่องเที่ยว
2) ต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นกดดันอัตรากำไรลดลง ด้วยกลยุทธ์ส่งเสริมการขายที่มากขึ้น หลังคำสั่งซื้อและความเชื่อมั่นผู้บริโภคในประเทศมีแนวโน้มอ่อนตัวต่อเนื่องในครึ่งแรกของปี 2568 ขณะที่กำไรสุทธิคาดอยู่ที่ 105 ล้านบาท หลังหักรายการพิเศษขาดทุนจากการดำเนินการช่วงต้น Centara Grand Lagoon Maldives
- ธุรกิจโรงแรม: คาดรายได้เติบโตอยู่ที่ 2.3 พันล้านบาท (เพิ่มขึ้น 6% จากช่วงเดียวกันในปีก่อนหน้า) หนุนจากโรงแรมต่างจังหวัด (RevPar เพิ่มขึ้น 7% จากช่วงเดียวกันในปีก่อนหน้า) และญี่ปุ่น (RevPar เพิ่มขึ้น 24% จากช่วงเดียวกันในปีก่อนหน้า) ที่มีการจัดงาน World Expo Osaka ในช่วงเดือนเมษายนถึงตุลาคม 2025 อย่างไรก็ตาม โรงแรมมัลดีฟส์เปิดใหม่ยังมีอัตราการเข้าพัก (Occupancy) เฉลี่ยเพียงที่ 31% ขณะที่อัตราเข้าพักรวมลดลงที่ 66% (ลดลง 5 ppts จากช่วงเดียวกันในปีก่อนหน้า) และ RevPar รวมโตชะลอลงที่ 1% จากช่วงเดียวกันในปีก่อนหน้า
- ธุรกิจร้านอาหาร: คาดรายได้ลดลงอยู่ที่ 3.2 พันล้านบาท (ลดลง 3% จากช่วงเดียวกันในปีก่อนหน้า) สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้สาขาเดิมที่หดตัว (SSSG ลดลง 3% จากช่วงเดียวกันในปีก่อนหน้า)
คาดผลการดำเนินงานในครึ่งหลังของปี 2568ท้าทาย
เราคาดการเติบโตของรายได้ในปี 2568 ลดลงอยู่ที่ 4% จากช่วงเดียวกันในปีก่อนหน้า (คาดการณ์เดิมที่ 12% จากช่วงเดียวกันในปีก่อนหน้า) โดยในครึ่งหลังของปี 2567 แม้มีปัจจัยส่งเสริมจาก World Expo Osaka 2025 และกำหนดการเปิดอาคารรองรับนักท่องเที่ยวขาเข้าสนามบินมัลดีฟส์ในปลายเดือนกรกฎาคม แต่ด้วย
1) แนวโน้มการฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวขาเข้าไทยชะลอตัว (สัดส่วนไทยคิดเป็น 73% ของรายได้โรงแรมทั้งหมด)
2) คาดการบริโภคภายในประเทศอ่อนแอต่อเนื่องในครึ่งหลังของปี 2568 ส่งผลกระทบเชิงลบต่อการแข่งขันธุรกิจร้านอาหาร
คงคำแนะนำ “ซื้อ”
แต่ปรับลดมูลค่าพื้นฐานลงอยู่ที่ 31 บาท (-18%) เนื่องจาก
1) ปรับคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงอยู่ที่ 35 ล้านคนในปี 2568 (ลดลง 13%)
2) แนวโน้มรายได้ธุรกิจหลักชะลอตัว โดยคำนวณด้วยวิธีคิดลดกระแสเงินสด (DCF) ด้วย WACC 7% และ TG 2% (ลดลง 0.5 ppts) สะท้อนเศรษฐกิจ และกำลังซื้อในประเทศที่ยังไม่ฟื้น แต่เรามองว่า Valuation น่าสนใจ EV/EBITDA ที่ 9 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มธุรกิจโรงแรมที่ 16 เท่า โดยมีกำไรสุทธิที่ 748 ล้านบาท และ คาดว่าจะอยู่ที่ 105 ล้านบาท ในครึ่งหลังของปี 2568 ข้อมูลจาก Bloomberg Consensus
- แนะนำ “ซื้อ”
- ราคาเป้าหมาย อยู่ที่ 00 บาท
- โอกาสในการปรับขึ้นของราคาหุ้น อยู่ที่ 7%