“เศรษฐกิจจีน” สะดุด แม้ดอกเบี้ยต่ำเป็นประวัติการณ์ สินเชื่อผู้บริโภคลดแรงสุดในรอบ 1 ปี
"เศรษฐกิจจีน" สะดุด แม้ดอกเบี้ยต่ำเป็นประวัติการณ์ สินเชื่อผู้บริโภคลดฮวบ ผู้บริโภคยังไม่มั่นใจ–ธุรกิจระวังตัว แม้คลายสงครามการค้า
วันที่ 19 พฤษภาคม 2568 เวลา 15.39 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า แม้ธนาคารกลางจีนจะใช้นโยบายดอกเบี้ยต่ำเป็นประวัติการณ์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ธนาคารจีนยังคงเผชิญความยากลำบากในการกระตุ้นการปล่อยสินเชื่อ ท่ามกลางสงครามการค้ากับสหรัฐ และอุปสรรคอื่น ๆ ที่ยังไม่คลี่คลาย
ตามข้อมูลจากธนาคารกลางจีน (PBOC) ยอดคงค้างของเงินกู้สกุลเงินหยวน ณ สิ้นเดือนเมษายน เพิ่มขึ้น 7.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า มาอยู่ที่ 265.7 ล้านล้านหยวน หรือประมาณ 36.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่เมื่อเจาะลึกพบว่าสินเชื่อผู้บริโภค รวมถึงสินเชื่อบ้าน ลดลงประมาณ 520,000 ล้านหยวนในเดือนเมษายน ซึ่งนับเป็นการลดลงรายเดือนมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2567
ขณะเดียวกันสินเชื่อภาคธุรกิจเพิ่มขึ้น 610,000 ล้านหยวนในเดือนเมษายน ซึ่งต่ำกว่า 860,000 ล้านหยวนในช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลงอย่างมากจากการเพิ่มขึ้น 2.84 ล้านล้านหยวนในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
นักวิเคราะห์จากบริษัท China International Capital Corporation (CICC) เขียนในรายงานว่า “ข้อมูลเชิงโครงสร้างสะท้อนจุดอ่อนในสินเชื่อภาคครัวเรือน แม้จะมีแรงพยุงเล็กน้อยจากสินเชื่อที่อยู่อาศัยระยะกลางและระยะยาว” และกล่าวว่า “นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าจำเป็นต้องมีมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นการบริโภค”
ในเดือนเมษายน กิจกรรมทางเศรษฐกิจของจีน เช่น การผลิตภาคอุตสาหกรรม และยอดค้าปลีก ชะลอตัวลง สะท้อนความระมัดระวังที่เพิ่มขึ้นในภาคธุรกิจและภาคครัวเรือน
ขณะเดียวกันการแข่งขันปล่อยสินเชื่อในหมู่ธนาคารจีน ซึ่งบางคนเรียกว่า “สงครามราคา” ก็ยังไม่สามารถดึงดูดลูกค้าได้มากนัก ธนาคาร ICBC ขยายระยะเวลาการชำระหนี้จาก 5 ปีเป็น 7 ปี และเพิ่มวงเงินสินเชื่อต่อรายจาก 200,000 เป็น 300,000 หยวน ขณะที่ธนาคาร China Merchants Bank จัดแคมเปญ “สินเชื่อด่วน” เสนอวงเงินสูงสุด 500,000 หยวน ด้วยดอกเบี้ยต่ำสุดที่ 2.58%
แต่ความต้องการสินเชื่อที่ต่ำยังคงฉุด ผลกำไรของธนาคาร โดยในไตรมาสแรก รายได้ดอกเบี้ยสุทธิรวมของธนาคาร 42 แห่งในตลาดหลักทรัพย์จีนลดลง 2% เมื่อเทียบกับปีก่อน เหลือ 1.04 ล้านล้านหยวน
โดยธนาคารรัฐขนาดใหญ่ 4 แห่ง ซึ่งมีสัดส่วนเกินครึ่งของระบบธนาคารทั้งหมด ก็รายงานกำไรจากดอกเบี้ยที่ลดลงเช่นกัน โดย China Construction Bank ระบุว่ารายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง 5% พร้อมเตือนถึงความต้องการในประเทศที่อ่อนแอ และความเสี่ยงแฝงหลายด้าน
รัฐบาลจีนเน้นย้ำว่าการกระตุ้นการบริโภคเป็นภารกิจสำคัญในปีนี้ หนึ่งในมาตรการสำคัญที่ผ่านในสภาประชาชนช่วงต้นเดือนมีนาคม คือ การอัดฉีดทุน 500,000 ล้านหยวน เข้าสู่ธนาคารของรัฐรายใหญ่
แต่บางนักวิเคราะห์มองว่า หากความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและธุรกิจยังไม่ฟื้น มาตรการเหล่านี้อาจได้ผลจำกัด วิเวียน ซวี่ นักวิเคราะห์จาก Fitch Ratings ระบุว่า “ความต้องการสินเชื่อในจีนยังไม่แข็งแรง และอัตราการเติบโตของสินเชื่ออาจชะลอลงต่อเนื่องในปีนี้ แม้มีการเพิ่มทุน แต่เราก็ไม่คาดว่าธนาคารจะกล้าเสี่ยงมากขึ้นนัก”
ก่อนการบรรลุข้อตกลงสงบศึกการค้าระยะสั้นกับสหรัฐฯ เมื่อสัปดาห์ก่อน ธนาคารกลางจีนได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงลง 0.1 จุดเปอร์เซ็นต์ และทางการยังลดดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยจากกองทุนบ้านพักอาศัย (Housing Provident Fund) ด้วย แต่แม้มีการลดภาษีชั่วคราว นักวิเคราะห์หลายคนยังคงเตือนว่าความไม่แน่นอนจากสงครามการค้าและภาษีที่สูงขึ้นยังเป็นแรงกดดันต่อความต้องการสินเชื่อ
หวัง เทา หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จีนจาก UBS เขียนในรายงานว่า “แม้สงครามการค้าจะคลี่คลายลงบ้าง แต่แรงต้านต่อการเติบโตจากภาษียังมีอยู่ เราเชื่อว่าความต้องการสินเชื่อโดยรวมจะยังอ่อนตัวต่อไปในปี 2568 ยกเว้นบางภาคส่วนที่ได้รับการสนับสนุนเฉพาะทาง”
หลังการบรรลุข้อตกลงกับวอชิงตัน นักเศรษฐกิจบางรายคาดว่าจีนอาจ ชะลอการออกมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติม ในไตรมาส 2 ซึ่งแม้จะช่วยลดภาระทางการคลัง แต่ก็อาจเพิ่มความกดดันให้กับธนาคาร หากผู้บริโภคและธุรกิจยังไม่กลับมาใช้จ่าย
เจสัน หลุย หัวหน้าฝ่ายตราสารอนุพันธ์ BNP Paribas ภาคเอเชีย กล่าวว่า “การที่ข้อตกลงเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คาด ลดแรงกดดันของรัฐบาลในการออกมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติมในไตรมาส 2” โดย BNP คาดว่า จะมีมาตรการการคลังเพิ่มเติมวงเงิน 200,000–300,000 ล้านหยวน ออกมาในการประชุมโปลิตบูโรช่วงเดือนกรกฎาคม
อ้างอิง : asia.nikkei.com