โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

3 ประเด็น ชี้ชะตาหุ้นไทย หวังพายุการเมืองคลี่คลาย โบรกฯ คาดจบ ก.ค.นี้

Thairath Money

อัพเดต 30 มิ.ย. 2568 เวลา 05.32 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2568 เวลา 05.32 น.
ภาพไฮไลต์

แม้ปัจจัยเรื่องสงครามการค้า โดยเฉพาะการตั้งกำแพงภาษีตอบโต้กันระหว่างสหรัฐอเมริกาและคู่ค้า ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่สร้างความผันผวนให้กับตลาดหุ้นทั่วโลกแต่ในปัจจุบัน สถานการณ์ดังกล่าวดูจะกลายเป็นเรื่องรองลงไปสำหรับตลาดหุ้นไทย เมื่อเทียบกับการเมืองภายในประเทศ

ปฏิเสธไม่ได้ว่า "เสถียรภาพทางการเมือง" คือหัวใจสำคัญของการลงทุน เมื่อใดที่เกิดความไม่แน่นอน ย่อมส่งผลให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุน สะท้อนผ่านดัชนีตลาดหุ้นไทย ที่มักจะปรับตัวลดลงเพื่อรอรับความเสี่ยง

สำหรับความเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหุ้นไทย หรือ SET Index ปรับตัวลดลงอย่างหนัก (ณ ดัชนีปิดวันที่ 27 มิ.ย.68)

  • 1 เดือน ลดลง -6.96%
  • 3 เดือน ลดลง -8.88%
  • นับตั้งแต่ต้นปี ลดลง -22.70%

ขณะที่ในเดือนกรกฎาคม 2568 มี 3 เหตุการณ์สำคัญทางการเมืองที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจเป็นตัวกำหนดทิศทางของตลาดหุ้นไทยในระยะถัดไป ได้แก่

  • การพิจารณาคำร้องถอดถอนนายกรัฐมนตรี จากศาลรัฐธรรมนูญ
  • การยื่นขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี โดยภูมิใจไทย
  • การไต่สวนคดีชั้น 14 ของ ทักษิณ ชินวัตร

นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ประเมินว่า หากสามารถผ่านพ้น "มรสุมการเมือง" ไปได้ และมีสัญญาณบวกที่ชัดเจนเกิดขึ้น อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ทำให้ดัชนีตลาดหุ้นไทยกลับมาเป็นขาขึ้นได้อีกครั้ง

เปิด 3 ประเด็นใหญ่การเมือง ชี้ชะตาตลาดหุ้นไทย

เดือนกรกฎาคม 2568 ที่จะถึงนี้ มี 3 เหตุการณ์สำคัญทางการเมืองที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจเป็นตัวกำหนดทิศทางของตลาดหุ้นไทยในระยะถัดไป ได้แก่

1 กรกฎาคม 2568 - ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคำร้องถอดถอนนายกรัฐมนตรี

ประเด็นนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ต้องติดตามว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะรับคำร้องกรณีถอดถอนนายกรัฐมนตรีไว้พิจารณาหรือไม่

3 กรกฎาคม 2568 - เปิดประชุมสภาฯ และการยื่นขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี โดยพรรคภูมิใจไทยได้เตรียมยื่นญัตติขอเปิดอภิปราย ซึ่งจะทำให้ภาพความขัดแย้งทางการเมืองชัดเจนยิ่งขึ้น และอาจนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองได้

4-30 กรกฎาคม 2568 - การไต่สวนคดีชั้น 14 ของ "ทักษิณ ชินวัตร" อีกหนึ่งคดีสำคัญที่อยู่ในความสนใจของประชาชนและนักลงทุน ซึ่งกระบวนการไต่สวนตลอดทั้งเดือนกรกฎาคม จะเป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลต่อบรรยากาศการเมืองโดยรวมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

บทสรุปจะเป็นจุดเปลี่ยนดัชนีสู่ “ขาขึ้น” ?

ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า หากพิจารณาตั้งแต่กลางเดือน พฤษภาคม 2568 จนถึงปัจจุบัน ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงมา 12% หรือ 149 จุด จากประเด็นนิติสงคราม

หากเปรียบเทียบนิติสงครามสมัยอดีตทั้งนายกฯ ประยุทธ์และเศรษฐา SET INDEX ปรับตัวลง 39 จุด และ 86 จุด แต่หลังจากนั้น SET INDEX มักปรับตัวขึ้นเสมอ หากมีสัญญาณที่ดีทางการเมือง อาทิ นายกฯ สามารถกลับมาทำหน้าที่ได้ หรือ นายกฯพ้นตำแหน่ง และเตรียมเลือกนายกฯคนใหม่

ซึ่งฝ่ายวิจัยฯ มองว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยในช่วงนี้อาจผันผวน แต่หากผ่านช่วงมรสุมเดือนกรกฎาคมไปได้ คาดเป็นจุดกลับตัวของดัชนีให้เป็นขาขึ้นเฉกเช่นในอดีต

ด้าน บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ตลาดหุ้นไทยคาดมีความผันผวนจากประเด็นการเมืองในประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวกับนายกรัฐมนตรี (คลิปเสียง) การชุมนุมทางการเมือง และจะมีการเตรียมอภิปรายรัฐบาล ขณะที่ การเจรจาการค้ากับสหรัฐฯช่วงโค้งสุดท้าย ผลส่วนใหญ่ถูกคาดว่าจะออกมาดี ซึ่งจะเป็นการปลดล็อกปัจจัยที่เกาะติดกับตลาดมาตั้งแต่ 2 เมษายน

อย่างไรก็ตาม สัปดาห์นี้นักลงทุนจะยังเกาะติดกับเรื่องของการเมืองในหลายๆ เรื่อง โดยแนะกลยุทธ์ ปรับมาเป็นเลือกขายทำกำไรหุ้นที่ขึ้นมามาก และรอจังหวะกลับเข้าไปซื้อหุ้นที่ราคาลงไปลึกๆ โดยต้องตามข่าวการเมืองอย่างใกล้ชิด เพราะจะมีผลต่อจังหวะการซื้อ-ขาย มากกว่าเรื่องอื่นๆ

อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้

https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 3 ประเด็น ชี้ชะตาหุ้นไทย หวังพายุการเมืองคลี่คลาย โบรกฯ คาดจบ ก.ค.นี้

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...