3 ประเด็น ชี้ชะตาหุ้นไทย หวังพายุการเมืองคลี่คลาย โบรกฯ คาดจบ ก.ค.นี้
แม้ปัจจัยเรื่องสงครามการค้า โดยเฉพาะการตั้งกำแพงภาษีตอบโต้กันระหว่างสหรัฐอเมริกาและคู่ค้า ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่สร้างความผันผวนให้กับตลาดหุ้นทั่วโลกแต่ในปัจจุบัน สถานการณ์ดังกล่าวดูจะกลายเป็นเรื่องรองลงไปสำหรับตลาดหุ้นไทย เมื่อเทียบกับการเมืองภายในประเทศ
ปฏิเสธไม่ได้ว่า "เสถียรภาพทางการเมือง" คือหัวใจสำคัญของการลงทุน เมื่อใดที่เกิดความไม่แน่นอน ย่อมส่งผลให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุน สะท้อนผ่านดัชนีตลาดหุ้นไทย ที่มักจะปรับตัวลดลงเพื่อรอรับความเสี่ยง
สำหรับความเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหุ้นไทย หรือ SET Index ปรับตัวลดลงอย่างหนัก (ณ ดัชนีปิดวันที่ 27 มิ.ย.68)
- 1 เดือน ลดลง -6.96%
- 3 เดือน ลดลง -8.88%
- นับตั้งแต่ต้นปี ลดลง -22.70%
ขณะที่ในเดือนกรกฎาคม 2568 มี 3 เหตุการณ์สำคัญทางการเมืองที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจเป็นตัวกำหนดทิศทางของตลาดหุ้นไทยในระยะถัดไป ได้แก่
- การพิจารณาคำร้องถอดถอนนายกรัฐมนตรี จากศาลรัฐธรรมนูญ
- การยื่นขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี โดยภูมิใจไทย
- การไต่สวนคดีชั้น 14 ของ ทักษิณ ชินวัตร
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ประเมินว่า หากสามารถผ่านพ้น "มรสุมการเมือง" ไปได้ และมีสัญญาณบวกที่ชัดเจนเกิดขึ้น อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ทำให้ดัชนีตลาดหุ้นไทยกลับมาเป็นขาขึ้นได้อีกครั้ง
เปิด 3 ประเด็นใหญ่การเมือง ชี้ชะตาตลาดหุ้นไทย
เดือนกรกฎาคม 2568 ที่จะถึงนี้ มี 3 เหตุการณ์สำคัญทางการเมืองที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจเป็นตัวกำหนดทิศทางของตลาดหุ้นไทยในระยะถัดไป ได้แก่
1 กรกฎาคม 2568 - ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคำร้องถอดถอนนายกรัฐมนตรี
ประเด็นนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ต้องติดตามว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะรับคำร้องกรณีถอดถอนนายกรัฐมนตรีไว้พิจารณาหรือไม่
3 กรกฎาคม 2568 - เปิดประชุมสภาฯ และการยื่นขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี โดยพรรคภูมิใจไทยได้เตรียมยื่นญัตติขอเปิดอภิปราย ซึ่งจะทำให้ภาพความขัดแย้งทางการเมืองชัดเจนยิ่งขึ้น และอาจนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองได้
4-30 กรกฎาคม 2568 - การไต่สวนคดีชั้น 14 ของ "ทักษิณ ชินวัตร" อีกหนึ่งคดีสำคัญที่อยู่ในความสนใจของประชาชนและนักลงทุน ซึ่งกระบวนการไต่สวนตลอดทั้งเดือนกรกฎาคม จะเป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลต่อบรรยากาศการเมืองโดยรวมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
บทสรุปจะเป็นจุดเปลี่ยนดัชนีสู่ “ขาขึ้น” ?
ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า หากพิจารณาตั้งแต่กลางเดือน พฤษภาคม 2568 จนถึงปัจจุบัน ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงมา 12% หรือ 149 จุด จากประเด็นนิติสงคราม
หากเปรียบเทียบนิติสงครามสมัยอดีตทั้งนายกฯ ประยุทธ์และเศรษฐา SET INDEX ปรับตัวลง 39 จุด และ 86 จุด แต่หลังจากนั้น SET INDEX มักปรับตัวขึ้นเสมอ หากมีสัญญาณที่ดีทางการเมือง อาทิ นายกฯ สามารถกลับมาทำหน้าที่ได้ หรือ นายกฯพ้นตำแหน่ง และเตรียมเลือกนายกฯคนใหม่
ซึ่งฝ่ายวิจัยฯ มองว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยในช่วงนี้อาจผันผวน แต่หากผ่านช่วงมรสุมเดือนกรกฎาคมไปได้ คาดเป็นจุดกลับตัวของดัชนีให้เป็นขาขึ้นเฉกเช่นในอดีต
ด้าน บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ตลาดหุ้นไทยคาดมีความผันผวนจากประเด็นการเมืองในประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวกับนายกรัฐมนตรี (คลิปเสียง) การชุมนุมทางการเมือง และจะมีการเตรียมอภิปรายรัฐบาล ขณะที่ การเจรจาการค้ากับสหรัฐฯช่วงโค้งสุดท้าย ผลส่วนใหญ่ถูกคาดว่าจะออกมาดี ซึ่งจะเป็นการปลดล็อกปัจจัยที่เกาะติดกับตลาดมาตั้งแต่ 2 เมษายน
อย่างไรก็ตาม สัปดาห์นี้นักลงทุนจะยังเกาะติดกับเรื่องของการเมืองในหลายๆ เรื่อง โดยแนะกลยุทธ์ ปรับมาเป็นเลือกขายทำกำไรหุ้นที่ขึ้นมามาก และรอจังหวะกลับเข้าไปซื้อหุ้นที่ราคาลงไปลึกๆ โดยต้องตามข่าวการเมืองอย่างใกล้ชิด เพราะจะมีผลต่อจังหวะการซื้อ-ขาย มากกว่าเรื่องอื่นๆ
อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่
https://www.thairath.co.th/money/investment
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้
https://www.facebook.com/ThairathMoney
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 3 ประเด็น ชี้ชะตาหุ้นไทย หวังพายุการเมืองคลี่คลาย โบรกฯ คาดจบ ก.ค.นี้
ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง
- 3 ประเด็น ชี้ชะตาหุ้นไทย หวังพายุการเมืองคลี่คลาย โบรกฯ คาดจบ ก.ค.นี้
- หุ้นไทยยิ่งร่วง ผู้บริหารยิ่งซื้อ บิ๊กธุรกิจควักเงินส่วนตัวซื้อหุ้นหวังสร้างความเชื่อมั่น
ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath