โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

‘ยูเครน’ เตรียมถอนตัวออกจากอนุสัญญาระหว่างประเทศ ที่ห้ามใช้ทุ่นระเบิด

เดลินิวส์

อัพเดต 30 มิ.ย. 2568 เวลา 11.07 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2568 เวลา 03.59 น. • เดลินิวส์
ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ลงนามในกฤษฎีกา เพื่อดำเนินการให้ยูเครนถอนตัวออกจาก “อนุสัญญาออตตาวา” ซึ่งห้ามการซื้อ ผลิต กักตุน หรือใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ว่า เซเลนสกีกล่าวว่า รัสเซียมีพฤติกรรมที่ไม่น่าไว้ใจอย่างยิ่งในการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ซึ่งเป็นเหมือน “เครื่องหมายการค้าของนักฆ่าชาวรัสเซีย”

เพื่อให้มีผลบังคับใช้ การตัดสินใจดังกล่าวจะต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐสภาของยูเครน และแจ้งให้สหประชาชาติ (ยูเอ็น) ทราบ ซึ่งโดยปกติแล้ว การพ้นจากการเป็นภาคี จะมีผลบังคับใช้ภายใน 6 เดือน หลังการแจ้งอย่างเป็นทางการ

อย่างไรก็ตาม ภายในระยะเวลา 6 เดือนนั้น หากรัฐภาคีที่ต้องการถอนตัว เข้าไปเกี่ยวข้องในความขัดแย้งทางอาวุธ การถอนตัวจะไม่มีผลบังคับ จนกว่าความขัดแย้งทางอาวุธจะสิ้นสุดลง

เซเลนสกีเสริมว่า ยูเครนตระหนักถึงความซับซ้อนของขั้นตอนการถอนตัว ซึ่งดำเนินการในภาวะสงคราม และยูเครนกำลังดำเนินขั้นตอนทางการเมือง เพื่อส่งสัญญาณไปยังพันธมิตรทั้งหมดว่า “ต้องให้ความสำคัญกับสิ่งใด”

ด้านกระทรวงต่างประเทศของยูเครนระบุในแถลงการณ์ว่า รัฐบาลเคียฟต้องให้ความสำคัญต่อความปลอดภัยของพลเมือง และการป้องกันประเทศอย่างไม่มีเงื่อนไข ขณะที่การตัดสินใจถอนตัวนั้น “ยากแต่จำเป็น” เพื่อปกป้องดินแดนจากการยึดครอง และพิทักษ์ประชาชนจากความโหดร้ายของรัสเซีย

ก่อนหน้านั้น พันธมิตรของรัฐบาลเคียฟอย่างโปแลนด์ ฟินแลนด์ ลิทัวเนีย ลัตเวีย และเอสโตเนีย ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านของรัสเซีย ต่างถอนตัวออกจากอนุสัญญาออตตาวาเช่นกัน.

เครดิตภาพ : AFP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...