โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

โพลชี้คนไทยส่วนใหญ่เห็นใจประชาชนที่ถูกกดดันให้เลือกข้างทางการเมือง

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 29 มิ.ย. 2568 เวลา 09.17 น.
ซูเปอร์โพลชี้ผลสำรวจ “อารมณ์ความรู้สึกคนไทย” ส่วนใหญ่เห็นใจประชาชนที่ต้องทนแรงกดดันจากการแบ่งข้างเลือกข้างทางการเมือง ขณะที่ส่วนใหญ่ยังมีระดับความเชื่อมั่นต่อระบอบประชาธิปไตย

วันที่ 29 มิ.ย. 2568 ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง “อารมณ์ความรู้สึกของคนไทย” ที่จัดทำขึ้นระหว่างวันที่ 24 – 28 มิถุนายน 2568 โดยใช้ทั้งวิธีวิจัยเชิงปริมาณและคุณภาพจากกลุ่มตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศจำนวนทั้งสิ้น 1,093 ตัวอย่าง

พบเสียงในใจของคนไทยที่สะท้อนอารมณ์ความรู้สึกและความหวังต่ออนาคตประเทศที่ระบุว่า คนไทยส่วนใหญ่หรือร้อยละ 81.7 รู้สึกเห็นใจประชาชนที่ต้องทนแรงกดดันจากการแบ่งข้างเลือกข้างทางการเมือง ทั้งที่ไม่ต้องการเลือกข้างแต่ถูกบีบบังคับโดยสภาพแวดล้อมทางสังคมให้ต้องตัดสินใจทั้ง ๆ ที่ในหัวใจของพวกเขาเพียงอยากมีชีวิตที่ดีกว่าและประเทศชาติมั่นคง

รองลงมาคือ ร้อยละ 74.2 เห็นใจนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีหญิง ช่วงวัยของคนรุ่นใหม่ที่ต้องแบกภาระชาติทุกอย่างท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน ร้อยละ 70.6 เห็นใจนักการเมืองรุ่นใหม่ที่ต้องต่อสู้กับโครงสร้างและกลุ่มการเมืองแบบเดิม ร้อยละ 68.9 เห็นใจฝ่ายค้านที่ตรวจสอบรัฐบาลภายใต้ข้อจำกัดมากมาย อารมณ์ความรู้สึกของคนไทยเหล่านี้บ่งชี้ถึงความเป็น “สามัญชน” ที่ยังเต็มเปี่ยมในใจของคนไทยทุกกลุ่ม แม้จะมีความเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกันแต่ทุกคนล้วนเห็นใจคนทำงานไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายไหน

เมื่อถามถึงอารมณ์ความรู้สึกของคนไทยในมิติชีวิต ปากท้อง ครอบครัว และความเป็นธรรม พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 91.8 เห็นใจครอบครัวนักเรียนยากจนพิเศษ ขาดโอกาสที่ดีด้านการศึกษา ร้อยละ 82.5 เห็นใจ ผู้มีรายได้น้อยและข้าราชการบำนาญระดับล่างในยามวิกฤตเศรษฐกิจเช่นนี้ ร้อยละ 80.3 เห็นใจ ครอบครัวตำรวจ ทหาร อาสาสมัครเสียชีวิตจากความไม่สงบชายแดน ร้อยละ 66.5 เห็นใจ การสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนที่เกิดจากกฎหมายไม่เข้มงวด และร้อยละ 62.3 เข้าใจ ปัญหาเศรษฐกิจเป็นเรื่องยากที่สุดในการแก้ไขของรัฐบาลทุกสมัย

“ความรู้สึกทางสังคมและเศรษฐกิจของประชาชนยิ่งสะท้อนภาพหัวใจของ “สามัญชน” ได้อย่างชัดเจน ผลโพลแสดงให้เห็นว่า คนไทยไม่เพิกเฉยต่อความทุกข์ของผู้อื่น และยังมีความรู้สึกร่วมกับผู้ที่เผชิญชะตากรรมยากลำบากโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่สุดในสังคม ผลโพลนี้ตอกย้ำว่า คนไทยยังมีจิตใจแห่งความเมตตา และรู้สึกถึงความไม่เป็นธรรมในโครงสร้างสังคมซึ่งหากรัฐใช้เป็นจุดเริ่มต้นหรือต่อยอดนโยบายจะได้รับการยอมรับจากประชาชนอย่างกว้างขวาง”

เมื่อสอบถามถึงความหวังที่ยังมีอยู่ในประชาธิปไตย พบว่า แม้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ระบอบประชาธิปไตยแต่ผลโพลยังเผยให้เห็นว่าความหวังต่อระบบที่เปิดให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมยังคงมีอยู่ เพราะผลสำรวจพบว่า รวมแล้วส่วนใหญ่ร้อยละ 77.2 ยังมีระดับความเชื่อมั่นต่อระบอบประชาธิปไตยและการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนตั้งแต่ปานกลางถึงมากที่สุด ชี้ให้เห็นว่า ประชาชนไม่ได้หมดศรัทธา เพียงแต่เรียกร้อง “ประชาธิปไตยที่ใช้งานได้จริง”

โดยสรุป ผลโพลของซูเปอร์โพลชิ้นนี้ชี้ให้เห็นว่า รัฐบาลและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องสามารถรับฟังเสียง อารมณ์ความรู้สึกของประชาชนให้มากกว่าการวัดผลตัวเลข ความเข้าใจในอารมณ์ของสังคมคือเครื่องมือสำคัญในการออกแบบนโยบายที่ประชาชนรู้สึกว่าตัวเองมีส่วนร่วม และระบอบประชาธิปไตยควรเริ่มต้นจาก ความเคารพกันไม่ใช่การเอาชนะ การเมืองที่สร้างแรงกดดันให้ประชาชนต้องเลือกข้างทำให้ประชาชนหมดศรัทธา สิ่งที่ควรมีคือ การสร้างพื้นที่ปลอดภัยสำหรับความคิดต่าง โดยเร่งฟื้นฟูความเท่าเทียมทางโอกาสในกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็กยากจนพิเศษ ข้าราชการบำนาญระดับล่าง ผู้มีรายได้น้อย และครอบครัวเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร อาสาสมัครชายแดนและในพื้นที่เสี่ยงภัย ล้วนเป็น ตัวชี้วัดความเป็นธรรมของประเทศ ที่ต้องได้รับการเยียวยาอย่างเร่งด่วน

“เสียงของประชาชนในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่คำตอบในแบบสอบถาม แต่เป็นเสียงของความรู้สึกร่วม เสียงของความเห็นใจ ความเข้าใจและเสียงแห่งความหวังที่ยังมีอยู่ในหัวใจของคนไทยทุกคน หากทุกฝ่ายในสังคมเปิดใจฟังเสียงเหล่านี้อย่างจริงจัง ประเทศไทยจะมีโอกาสก้าวข้ามความขัดแย้ง และสร้างอนาคตที่ดี อยู่เย็นเป็นสุขร่วมกันได้อย่างมั่นคง”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...