“ทรัมป์” แย้มใกล้เปิดตัวประธานเฟดคนใหม่, ไล่บี้เฟดลดดอกเบี้ยลงอีก 1%
ทรัมป์ แย้มใกล้เปิดตัวประธานเฟดคนใหม่, ไล่บี้เฟดลดดอกเบี้ยลงอีก 1%
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -9 มิ.ย. 68 11:05 น.
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ เปิดเผยว่า จะมีการประกาศชื่อ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คนใหม่ในเร็ว ๆ นี้ พร้อมย้ำว่าประธานเฟดที่เหมาะสมกับตำแหน่ง ควร ลดอัตราดอกเบี้ย ลง
ประธานาธิบดีทรัมป์ ตอบคำถามหลังถูกถามเกี่ยวกับเควิน วอร์ช (Kevin Warsh) อดีตผู้ว่าการเฟด ซึ่งถูกมองว่ามีโอกาสสูงที่จะได้รับเลือกเป็นประธานเฟดคนใหม่ โดยทรัมป์ตอบว่า เขาได้รับการยอมรับอย่างมาก ซึ่งก่อนหน้านี้ ทรัมป์เรียกร้องให้เฟดลดดอกเบี้ย 1% พร้อมย้ำว่าเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟดคนปัจจุบัน ดำเนินการช้าเกินไปในการปรับลดอัตราดอกเบี้ย
พร้อมกันนี้ ทรัมป์ยังระบุว่า จะประกาศชื่อประธานเฟดคนใหม่ เร็ว ๆ นี้แน่นอน
ประธานาธิบดีทรัมป์ ตำหนินายพาวเวลล์ประธานเฟดคนปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง หลังไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยตามที่เขาต้องการ โดยทั้ง 2 เพิ่งพบกันแบบตัวต่อตัวเป็นครั้งแรกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งทรัมป์บอกพาวเวลล์ว่า เขากำลังทำผิดพลาดที่ไม่ลดดอกเบี้ย โดยทรัมป์โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียว่า ยุโรปลดดอกเบี้ยไปแล้ว 10 ครั้ง แต่เรายังไม่ได้ลดเลยสักครั้ง ทั้งที่พาวเวลล์อยู่ในตำแหน่งประธานเฟด พร้อมชี้ว่า ประเทศเรายังไปได้สวยนะ ลุยไปเลย 1% เต็ม ๆ ซึ่งโดยปกติแล้วธนาคารกลาง จะปรับดอกเบี้ยครั้งละ 0.25% เว้นแต่จะเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจ
เมื่อเดือนก.ย.ที่ผ่านมา เฟดได้ปรับลดดอกเบี้ยลง 0.50% จากอัตราเงินเฟ้อที่ลดลงเร็วกว่าคาดและการชะลอตัวอย่างชัดเจนของตลาดแรงงาน และลดลงอีก 2 ครั้งก่อนสิ้นปี 2024 ครั้งละ 0.25% ก่อนจะคงอัตราดอกเบี้ยเอาไว้ที่ 4.25-4.50% ตั้งแต่นั้นมา โดยอ้างถึงความไม่แน่นอนจากนโยบายภาษีและเงินเฟ้อที่ยังสูงกว่าระดับเป้าหมายที่ 2%
ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวเพิ่มเติมว่า หากการลดดอกเบี้ยทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น เฟดก็สามารถปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้อีกในภายหลัง ในขณะที่พาวเวลล์ยืนยันว่า เฟดจะตัดสินใจเชิงนโยบายตามภาวะเศรษฐกิจและแนวโน้มโดยไม่คำนึงถึงปัจจัยทางการเมือง
การประชุมนโยบายทางการเงินในเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา เฟดได้มีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 4.25%-4.50% ซึ่งเป็นระดับที่ดำเนินมาตั้งแต่เดือนธ.ค.ปีที่แล้ว และผู้กำหนดนโยบายระบุว่า อาจคงระดับดอกเบี้ยดังกล่าวไว้ต่อไปอีกหลายเดือน ขณะที่ยังคงรอความชัดเจนเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลกระทบจากนโยบายภาษีของทรัมป์และแรงกดดันเงินเฟ้อ
ทั้งนี้ ตลาดการเงินคาดว่า เฟดจะเริ่มลดดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนก.ย. โดยลดลง 0.25% หลังรายงานของกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์แสดงให้เห็นว่า อัตราการจ้างงานชะลอตัวลงน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่ระดับการว่างงานยังคงอยู่ที่ 4.2% ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับการคาดการณ์ของเฟดในเดือนมี.ค. ที่มองว่าปีนี้จะมีการลดดอกเบี้ยรวม 0.50%
* การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ผู้สนใจควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
รายงาน โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ