โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

3 ปี กัญชาเสรี ปลุกปมควบคุมต่ำ วัยรุ่นใช้พุ่ง ปชช.เร่งดัน พ.ร.บ.

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2568 เวลา 12.32 น.
เวทีเสวนา 3 ปีปลดล็อกกัญชา พบใบอนุญาตพุ่งเกือบ 18,000 ราย ใช้สันทนาการเพิ่มขึ้น ปัญหาสุขภาพ-เศรษฐกิจตามมา ภาคประชาชนเร่งเสนอ พ.ร.บ.ควบคุม

เวทีเสวนา 3 ปีปลดล็อกกัญชา พบใบอนุญาตพุ่งเกือบ 18,000 ราย ใช้สันทนาการเพิ่มขึ้น ปัญหาสุขภาพ-เศรษฐกิจตามมา ภาคประชาชนเร่งเสนอ พ.ร.บ.ควบคุม

วงเสวนา 3 ปี กัญชาเสรี เผยมีใบอนุญาตเกือบ 18,000 ราย สร้างผลกระทบจริง ทั้งสุขภาพ –เศรษฐกิจ ต่างชาติแบนห้ามนำเข้า ส่วนในประเทศ พบปัญหาสุญญากาศ ควบคุมต่ำ คนใช้เพื่อสันทนาการพุ่ง ภาคประชาชนเร่งเดินหน้า พรบ.ควบคุม สร้างสมดุล

วันที่ 9 มิถุนายน 2568 ที่ โรงแรมแมนดาริน สามย่าน กรุงเทพมหานคร- ศูนย์ศึกษาปัญหาการเสพติด(ศศก.) มูลนิธิเด็ก เยาวชนและครอบครัว ขบวนการสร้างเสริมสุขภาพภาคประชาชน (ขสช.) ศูนย์วิชาการเฝ้าระวังและพัฒนาระบบยา (กพย.) สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) และมูลนิธิศูนย์วิชาการสารเสพติด (Substance Abuse Academic Foundation, SAAF) ร่วมกันจัดเสวนา “ครบรอบ 3 ปี กัญชาเสรี … สังคมไทยได้อะไร”

รศ.พญ.รัศมน กัลยาศิริ ผู้อำนวยการ ศศก. กล่าวว่า ประเทศไทยได้อนุญาตให้ใช้กัญชาทางการแพทย์มาตั้งแต่ปี 2562 และเป็นประเทศแรกในเอเชียที่มีการให้จำหน่ายและใช้กัญชาโดยไม่ผิดกฎหมายได้ทั่วประเทศในวันที่ 9 เดือนมิถุนายน พศ.2565 จากการศึกษาของศูนย์ศึกษาปัญหาการเสพติด ร่วมกับนักวิจัยจากคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และคณะวิทยาศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์และสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่าการปลดล็อกกัญชาทำให้เกิดผลกระทบหลายประการ 1.ร้านค้ากัญชาไร้การควบคุม: มีจำนวนร้านค้ากัญชาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยว เช่น ถนนข้าวสาร ร้านค้าส่วนใหญ่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบการขออนุญาต และไม่มีการตรวจสอบอายุผู้ซื้อ 2.การใช้กัญชาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น: วัยรุ่นไทยอายุ 18-19 ปี มีการสูบกัญชาเพิ่มขึ้นถึง 10 เท่า จาก 0.9% ในปี 2562 เป็น 9.7% ในปี 2565 อย่างไรก็ตาม การใช้กัญชาแบบนันทนาการทุกรูปแบบในประชากรไทยอายุ 18-65 ปี ในปี 2566 และ ปี 2567 มีแนวโน้มลดลงบ้างหลังจากการเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดของการใช้กัญชาในปี 2565 3.ปัญหาทางสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับกัญชาเพิ่มขึ้น: พบผู้ป่วยด้วยโรคที่เกิดจากการใช้กัญชาที่มาใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพในการรักษาเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในปี 2565 และ 2566 โดยเฉพาะความผิดปกติทางจิตที่เกิดจากกัญชาเช่น โรคจิต (Psychotic disorder) และภาวะพิษจากกัญชา (Acute intoxication) 4.ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและทางอ้อมเพิ่มขึ้น: ประมาณการค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลอันเป็นค่าใช้จ่ายทางตรงและค่าใช้จ่ายทางอ้อมที่เกี่ยวข้องกับการใช้กัญชาเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยในปี 2566 มีค่าประมาณมูลค่ารวมกว่า 15,828.51 ล้านบาท

รศ.พญ.รัศมน กัลยาศิริ เน้นย้ำว่า แม้กัญชาจะมีประโยชน์ทางการแพทย์ในบางกรณี เช่น การดูแลแบบประคับประคอง ภาวะคลื่นไส้อาเจียนจากการทำเคมีบำบัด และโรคลมชักบางประเภท แต่ยังไม่มีเภสัชบำบัดที่มีประสิทธิภาพในการรักษาความผิดปกติจากการใช้กัญชา(Cannabis Use Disorder) โดยการป้องกันให้เด็กและเยาวชนเข้าถึงกัญชาได้ยากและเข้ารับการบำบัดด้วยวิธีทางจิตสังคมจึงให้ผลลัพธ์ที่ยั่งยืนกว่า ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังพิจารณามาตรการต่าง ๆ เพื่อควบคุมการใช้กัญชา รวมถึงการออกกฎหมายเพื่อควบคุมการจำหน่ายและการใช้กัญชาให้ได้ประโยชน์อย่างแท้จริงต่อไป

นายวัชรพงศ์ พุ่มชื่น กรรมการและเลขานุการมูลนิธิศูนย์วิชาการสารเสพติด กล่าวว่า หลังจากประเทศไทยมีการปลดล็อคกัญชาเสรีในประเทศไทยมากว่า 3 ปี ทำให้หลายประเทศตั้งคำถาม และประกาศเตือนพลเมืองของตัวเอง ที่จะเดินทางมายังประเทศไทยให้ระมัดระวัง และห้ามนำผลิตภัณฑ์จากกัญชา กัญชงกลับเข้าประเทศต้นทางเด็ดขาด เนื่องจากยังถือว่าเป็นยาเสพติด แม้กระทั่งสถานกงสุลไทยในหลายประเทศก็ประกาศแจ้งเตือนคนไทยว่าห้ามนำกัญชาติดตัวเมื่อเดินทางไปต่างประเทศ สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่า กัญชาเสรีในไทย ไม่ได้รับการตอบรับจากบางประเทศ มีกรณีที่น่าสนใจ คือ เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย พร้อมคณะได้หารือกับ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ส.)และผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เรื่องการสกัดกั้นการลักลอบนำกัญชาจากประเทศไทยไปยังสหราชอาณาจักร

“ผลกระทบจากธุรกิจกัญชาที่ไร้การควบคุมในไทย ทำมีการแสวงหาผลประโยชน์จากเครือข่ายค้ายาเสพติดระว่างประเทศที่นำกัญชาจากไทยไปขายให้พลเมืองประเทศอื่น และที่น่าตั้งคำถามที่สุด คือ กัญชาไทยอาจกำลังส่งผลร้ายต่อความฝัน สุขภาพ ของเด็กเยาวชนที่จะเติบโตเป็นพลเมืองของโลกในอนาคตเพราะฉะนั้นจากนโยบายเสรีกัญชาบทเรียน 3 ปีที่ผ่านมากับบทเรียน เราต้องช่วยกันตั้งคำถามว่าแท้จริงแล้วใครได้ประโยชน์ และใครได้รับผลกระทบจากกัญชา และกฎหมายหรือ พ.ร.บ.กัญชาที่สมดุล เหมาะสม และเกิดจากการรับฟังความคิดเห็นของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคประชาชนที่นำไปสู่การลดผลกระทบจากการใช้กัญชาในทางที่ผิดควรเป็นอย่างไร” นายวัชรพงศ์ กล่าว

นายไพศาล ลิ้มสถิตย์ กรรมการบริหารศูนย์กฎหมายสุขภาพและจริยศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า กฎหมายยาเสพติดอนุญาตให้นำกัญชามาใช้ในทางการแพทย์ได้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2562 แต่การออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 พ.ศ. 2565 เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2565 ทำให้มีการนำกัญชาไปใช้เพื่อนันทนาการ ส่งผลเสียต่อสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชน ขัดต่อกฎหมายยาเสพติดระหว่างประเทศและประมวลกฎหมายยาเสพติด แม้ตอนหลังออกประกาศกำหนดให้กัญชาเป็นสมุนไพรควบคุม ก็ไม่สามารถป้องกันหรือแก้ปัญหาได้ ซ้ำยังกลายเป็นช่องทางรับรองให้ใช้กัญชาเพื่อนันทนาการในวงกว้าง ภาคีเครือข่ายสุขภาพจึงรวบรวม 20,283 รายชื่อประชาชน เพื่อร่วมกันเสนอร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ…. เข้าสู่สภา ปัจจุบันอยู่ระหว่างตรวจสอบรายชื่อ มีเจตนารมณ์เพื่อการใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ คุ้มครองผู้บริโภค ป้องกันและควบคุมการใช้กัญชาไม่เหมาะสม ส่งเสริมสนับสนุนการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ การปรับปรุงพันธุ์กัญชาที่มีคุณภาพ มีคณะกรรมการกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์

ด้าน ผศ.ดร.ภญ.นิยดา เกียรติยิ่งอังศุลี ผู้จัดการ กพย. กล่าวว่า กัญชามีทั้งประโยชน์และโทษ ปัจจุบันพบว่ามีจุดจำหน่ายที่ได้รับใบอนุญาตมากถึง 17,867 ราย ยังไม่นับรวมกับที่ไม่มีใบอนุญาตซึ่งมีอีกจำนวนมาก ดังนั้นสังคมจึงต้องการนโยบายและระบบการจัดการที่ครบวงจร ชัดเจน รัดกุม เพื่อให้ผู้ป่วยเข้าถึงกัญชาทางการแพทย์ มีการใช้อย่างถูกต้องและปลอดภัย คุ้มครองผู้บริโภค และคุ้มครองสิทธิของผู้อื่น ด้วยการกำหนดกฎหมายและกติกาที่รอบคอบในการอนุญาต และการห้ามในบางกรณี และบังคับใช้อย่างจริงจัง จัดให้มีกลไกการเฝ้าระวังปัญหาต่างๆ นอกจากนี้ รัฐพึงประมวลข้อมูลวิชาการทุก ๆ ด้าน ที่ทันสมัย ผ่านการวิเคราะห์ ไม่โน้มเอียง พร้อมจัดระบบข้อมูลให้ผู้เกี่ยวข้องและประชาชนเข้าถึง เพื่อการตัดสินใจได้ ไม่ให้เกิดการโฆษณาชวนเชื่อที่หลอกลวง รัฐต้องสนับสนุนระบบเพื่อการวิจัยและพัฒนาทางวิทยาศาสตร์ และวิทยาศาสตร์การแพทย์ และการเกษตร อย่างจริงจัง ที่ผ่านมา กพย. ร่วมกับภาคีเครือข่ายได้ร่วมเสนอร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง แก่รัฐสภาเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เพื่อเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการ กำกับดูแล กัญชาและกัญชง ให้เกิดประโยชน์ และป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้น และขณะนี้ก็มีร่าง พ.ร.บ.ที่เกี่ยวข้องกว่า 6 ฉบับที่ยื่นต่อรัฐสภา จึงขอเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมกันติดตามและเสนอแนะแนวทางแก่รัฐสภา แก่รัฐบาล เพื่อให้เกิดออกกฎหมายอย่างรัดกุม ไม่เล่นเกมส์การเมือง จนเกิดสุญญากาศอีก ยืนยันว่าภาคีทั้งหมดจะติดตามเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง และนำเสนอข้อมูลต่อภาคีและสาธารณะต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...