โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

หมอตุลย์ แจง 7 ข้อ ปมไลน์แพทยสภาจวก 'ทักษิณ' ชี้ ปอท. ไม่มีอำนาจสอบจริยธรรมวิชาชีพ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 07 มิ.ย. 2568 เวลา 05.37 น. • เผยแพร่ 07 มิ.ย. 2568 เวลา 04.32 น.

หมอตุลย์ แจง 7 ข้อ ปมไลน์แพทยสภาด่า ‘ทักษิณ’ ชี้ ปอท. ไม่มีอำนาจสอบจริยธรรมวิชาชีพ

จากกรณีที่ นายกิตติกร โล่ห์สุนทร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ส่งบันทึกถึงผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ เมื่อวันที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยขอให้ตรวจสอบจริยธรรมของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม และกรรมการแพทยสภา กรณีส่งข้อความในกลุ่มไลน์แพทยสภาเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม และมีอคติในการวินิจฉัยการรักษาอาการป่วยของนายทักษิณ ชินวัตร โดยอ้างถึงหนังสือร้องเรียนของนายชวภณ กมลคณาวุฒิ ถึงนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ขอให้พิจารณาตรวจสอบจริยธรรมของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม และกรรมการแพทยสภา

ล่าสุด เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ในฐานะสมาชิกแพทยสภา ได้ออกแถลงการณ์แจ้งต่อสื่อมวลชน แจงรายละเอียดเหตุโต้การร้องเรียนของทีมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยระบุว่า

1.นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข ไม่มีอำนาจหน้าที่ใดๆ ในการพิจารณาจริยธรรมของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม และกรรมการแพทยสภา

2.แพทยสภามีอำนาจหน้าที่พิจารณาจริยธรรมของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพเวชกรรมเท่านั้น หากเป็นการกระทำผิดจริยธรรมของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมในเรื่องอื่นใด ที่ไม่ใช่การประกอบวิชาชีพเวชกรรม แพทยสภาไม่มีอำนาจพิจารณาในเรื่องนี้ เช่น การฉ้อโกง หนีภาษี หรือขโมยของ ทำร้ายร่างกาย อันเป็นการกระทำผิดกฎหมายแพ่ง-อาญา อันเป็นการกระทำที่เสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของวิชาชีพแพทย์ เมื่อหน่วยงานอื่นได้สอบสวนลงโทษแล้ว และมีผู้กล่าวโทษต่อแพทยสภา แพทยสภาจึงจะพิจารณาว่าผู้ประกอบวิชาชีพนั้นจะต้องถูกลงโทษหรือไม่ในสถานใด

3.เป็นที่ปรากฏชัดแล้วว่า มีการอ้างถึงแชตไลน์ 2 กลุ่ม แชตดังกล่าวที่พาดพิงนายทักษิณ ชินวัตร ไม่ใช่ไลน์กลุ่มของกรรมการแพทยสภา ซึ่งในสื่อถูกตัดชื่อกลุ่มออกไป โดยเป็นแชตไลน์ที่เขียนโดยแพทย์ท่านหนึ่งที่ไม่ใช่กรรมการแพทยสภา

หากจะมีการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ ผอ.ศูนย์ ปอท. ก็ต้องเป็นผู้เสียหายโดยตรง คือนายทักษิณ ชินวัตร เป็นผู้ร้องเรียน หรือกล่าวได้ว่า เลขานุการ รมว.สาธารณสุข ไม่มีอำนาจหรือสิทธิใดๆ ในการร้องต่อ ผอ.ศูนย์ ปอท. ซึ่งศูนย์ ปอท.มีหน้าที่สอบสวนคดีที่เป็นการกระทำผิดกฎหมายอาญาด้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ไม่ใช่ตรวจสอบจริยธรรมของผู้ที่แชตไลน์ และกรรมการแพทยสภา

4.เมื่อแชตดังกล่าวไม่ได้อยู่ในไลน์กลุ่มของแพทยสภา แม้กรรมการแพทยสภาท่านหนึ่งจะมากดตอบ Yesss ก็ตอบในไลน์กลุ่มนั้น (ซึ่งย้ำว่าไม่ใช่ไลน์กลุ่มแพทยสภา) ก็ไม่ได้มาตอบในฐานะกรรมการแพทยสภา แต่เป็นเพียงสมาชิกคนหนึ่งในไลน์กลุ่ม (Line group) นี้

5.การที่นายธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วย รมว.สาธารณสุข นำแชตไลน์ที่พาดพิงในทางลบต่อนายทักษิณ ชินวัตร ก็น่าจะมีการส่งต่อจากผู้ที่เป็นสมาชิกในกลุ่มไลน์นั้นส่งมาให้ จึงนับเป็นการเสียมารยาททางการอยู่ในไลน์กลุ่มอย่างร้ายแรง และการเปิดเผยแชตไลน์ดังกล่าวจึงเป็นการกระทำของนายธนกฤตเองที่เผยแพร่แชตที่เป็นผลเสียต่อนายทักษิณ ชินวัตร ให้คนรับรู้และเห็นด้วยทั่วประเทศ

6.เมื่อตรวจสอบไลน์แชตกลุ่มของกรรมการแพทยสภาที่นายธนกฤตนำมาเปิดเผย พบว่า เป็นข้อความที่ส่งต่อมาจากกลุ่มแพทย์และประชาชนที่สนับสนุนการลงมติของแพทยสภา เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2568 และเรียกร้องให้กรรมการแพทยสภามาร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกันในวันที่ 12 มิถุนายน 2568 และออกเสียงยืนยันมติเดิมที่ถูกยับยั้งโดยนายสมศักดิ์ เทพสุทิน สภานายกพิเศษ เพราะแพทย์และประชาชนจำนวนมากไม่เห็นด้วยกับเหตุผลในการยับยั้งมติของแพทยสภา

7.กรรมการแพทยสภาพิจารณาและลงมติการรักษานายทักษิณ ชินวัตร โดยแพทย์ทั้ง 4 ท่านที่ถูกกล่าวโทษตามพยานหลักฐานจากการสอบปากคำพยานบุคคลจำนวนหลายปาก และเอกสารที่ได้จากกรมราชทัณฑ์ และโรงพยาบาลตำรวจ พร้อมด้วยความเห็นจากราชวิทยาลัยแพทย์ที่เกี่ยวข้อง จนได้ข้อสรุปว่า เมื่อไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ชี้ชัดว่า นายทักษิณ ชินวัตร มีการป่วยวิกฤต ตามการออกความเห็นทางการแพทย์ของแพทย์ไม่ว่าจะเป็นการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน หรือการเขียนเอกสารแสดงความเห็นทางการแพทย์ ที่ไม่ตรงตามความจริง เช่น ระบุว่าป่วยหนัก ต้องรักษาต่อเนื่องที่โรงพยาบาลตำรวจ ไม่สามารถส่งกลับไปรักษาต่อที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ได้ ทั้งๆ ที่ไม่มีความจำเป็นต้องรับไว้รักษาในโรงพยาบาลตำรวจแล้ว และสามารถส่งตัวกลับไปรักษาที่ทัณฑสถาน โรงพยาบาลราชทัณฑ์ได้ การดำเนินการพิจารณาจริยธรรมของแพทย์ผู้ตรวจรักษานายทักษิณ ชินวัตร จึงมีความจริงจากหลักฐานประกอบการพิจารณา โดยปราศจากอคติ ไม่ได้เบี่ยงเบนไปจากมาตรฐานตามคำร้องเรียนแต่อย่างใด

อนึ่ง แถลงการณ์ให้กำลังใจแพทยสภาที่ปรากฏในไลน์กลุ่มแพทยสภา เกิดขึ้นหลังจากนายสมศักดิ์ เทพสุทิน มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณามติแพทยสภา จนนายสมศักดิ์ เทพสุทิน สภานายกพิเศษ มีมติยับยั้งมติเดิมของแพทยสภาเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2568 แชตดังกล่าวจึงไม่มีผลต่อการลงมติเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2568 อย่างแน่นอน

ย้ำอีกครั้งว่า รมว.สาธารณสุข มีอำนาจต่อการทำหน้าที่ของแพทย์ และบุคลากรในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขเท่านั้น ไม่มีอำนาจสอบสวนผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมในสังกัดอื่น และไม่มีอำนาจในการตรวจสอบกรรมการแพทยสภาแต่อย่างใด

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หมอตุลย์ แจง 7 ข้อ ปมไลน์แพทยสภาจวก ‘ทักษิณ’ ชี้ ปอท. ไม่มีอำนาจสอบจริยธรรมวิชาชีพ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...