โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แมวดำเชื่อว่าโชคร้าย จริงหรือ?

INN News

อัพเดต 30 มิ.ย. 2568 เวลา 11.05 น. • เผยแพร่ 27 มิ.ย. 2568 เวลา 03.32 น. • INN News

แมวดำ สัตว์เลี้ยงที่มาพร้อมภาพจำหลากหลาย บ้างก็ว่าเป็นลางร้าย บ้างก็ว่าเป็นสัตว์นำโชค แล้วตกลงความเชื่อเรื่องแมวดำมีที่มาจากอะไร และจริงหรือไม่ที่ในไทย เรามองแมวดำว่าเป็นสัญลักษณ์ของความโชคร้าย? มาหาคำตอบผ่านมุมมองจากทั้งวัฒนธรรมตะวันตก ตะวันออก และไทยโบราณกัน

ความหมายของแมวดำ ในวัฒนธรรมต่างๆ

แมวดำมักถูกเข้าใจว่าเป็น “สัตว์โชคร้าย” เพราะสีดำที่เชื่อมโยงกับความมืด ความลึกลับ และศาสตร์เร้นลับ โดยเฉพาะในยุโรปที่มีความเชื่อว่าแมวดำเป็นสัตว์เลี้ยงของแม่มด หรือเป็นลางบอกเหตุร้าย

แต่ความเชื่อแบบนี้ไม่ได้เป็นสากล ในหลายประเทศของโลกตะวันตก กลับมีความเชื่อว่าแมวดำเป็นสัตว์นำโชค เช่น

  • อียิปต์โบราณ: ยกแมวเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ เทียบเท่าเทพเจ้า
  • ญี่ปุ่น: มองแมวดำเป็นสัตว์นำโชคด้านความรัก ตัวแทนของโชคลาภ อีกทั้งยังเชื่อว่าจะช่วยปัดเป่าสิ่งไม่ดี และปัญหาได้
  • อังกฤษ ไอร์แลนด์ สกอตแลนด์: เชื่อว่าแมวดำจะนำโชคดีมาสู่บ้าน
  • สหรัฐอเมริกา: กำหนดให้วันที่ 17 สิงหาคมเป็น “วันยกย่องแมวดำ” (Black Cat Appreciation Day)

ในวัฒนธรรมไทยโบราณ แมวดำไม่ได้หมายถึงความโชคร้ายเสมอไป ตรงกันข้าม คนไทยในอดีตเชื่อว่าแมวดำคือสัตว์นำโชค โดยเฉพาะ “แมวโกญจา” แมวขนดำสนิททั้งตัว ซึ่งถูกจัดอยู่ในตำราแมวมงคล และเชื่อว่าจะช่วยปกป้องบ้านเรือน และนำพาความมั่งคั่ง

แต่เมื่อกระแสวัฒนธรรมตะวันตกเข้ามาผ่านสื่อหนัง ซีรีส์ หรือความเชื่อจีนโบราณ เช่น "แมวดำกระโดดข้ามโลงศพ = ศพฟื้น" ก็เริ่มมีการตีความแมวดำในแง่ลบมากขึ้น เช่น การมองว่าแมวดำตัดหน้ารถคือสัญญาณโชคร้าย ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่มีรากฐานในวัฒนธรรมไทยดั้งเดิม

ดังนั้น แมวดำจึงเป็นเพียงสัตว์เลี้ยงที่มีขนสีดำ ไม่ใช่ลางร้ายอย่างที่หลายคนเข้าใจผิด หากย้อนกลับไปตามความเชื่อไทยดั้งเดิม แมวดำกลับเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดี มีรูปลักษณ์สวยสง่า และนิสัยฉลาด ขี้อ้อน น่ารัก ไม่ต่างจากแมวสีอื่น ๆ เหมาะจะเป็นเพื่อนคลายเหงาให้ทาสแมวทุกคนได้อย่างดีเลยทีเดียว

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...