โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

5 เดือน พบธุรกิจปิดกิจการ 4.7 พันราย เตือนครึ่งปีหลังเศรษฐกิจไทยเจอมรสุม 5 ปัจจัยเสี่ยง

THE STANDARD

อัพเดต 27 มิ.ย. 2568 เวลา 10.19 น. • เผยแพร่ 27 มิ.ย. 2568 เวลา 10.19 น. • thestandard.co
5 เดือน พบธุรกิจปิดกิจการ 4.7 พันราย เตือนครึ่งปีหลังเศรษฐกิจไทยเจอมรสุม 5 ปัจจัยเสี่ยง

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยสถานการณ์จดทะเบียนธุรกิจตั้งใหม่ 5 เดือนแรก ลดลง 5.68% แต่มีทุนเข้ามาเพิ่ม 11.89%

ด้านจดเลิกกิจการ เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 3.31% ที่ 4.7 พันราย ขณะที่ต่างชาติแห่ลงทุนด้าน Bio ในไทยคึกคัก

อรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้วิเคราะห์สถานการณ์การจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่เดือนพฤษภาคม 2568 พบว่า มีธุรกิจจัดตั้งใหม่ 6,667 ราย ลดลง 832 ราย (-11.09%) เมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคม 2567 (7,499 ราย) แต่เพิ่มขึ้น 5.4% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า

การจัดตั้งใหม่ในช่วง 5 เดือนของปี 2568 (มกราคม-พฤษภาคม 2568) มีจำนวน 36,815 ราย ลดลง 2,217 ราย (-5.68%) ด้านธุรกิจที่มีการจัดตั้งใหม่สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่

  • ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป 2,910 ราย ทุนจดทะเบียน 5,988 ล้านบาท
  • ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 2,483 ราย ทุนจดทะเบียน 9,314 ล้านบาท
  • ธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร 1,537 ราย ทุนจดทะเบียน 3,027 ล้านบาท

ส่วนการจดทะเบียนเลิก 5 เดือนของปี 2568 (มกราคม-พฤษภาคม 2568) มีจำนวน 4,776 ราย เพิ่มขึ้น 153 ราย (3.31%) เมื่อเทียบกับ 5 เดือนของปี 2567 (4,623 ราย) ทุนจดทะเบียนเลิกสะสมอยู่ที่ 20,140 ล้านบาท ลดลง 51,704 ล้านบาท (-71.97%) เมื่อเทียบกับ 5 เดือนของปี 2567 (71,845 ล้านบาท) โดยธุรกิจที่เลิกประกอบกิจการสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่

  • ธุรกิจก่อสร้างอาคารทั่วไป 447 ราย ทุนจดทะเบียนเลิก 847 ล้านบาท
  • ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 232 ราย ทุนจดทะเบียนเลิก 1,096 ล้านบาท
  • ธุรกิจภัตตาคาร/ร้านอาหาร 202 ราย ทุนจดทะเบียนเลิก 487 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 9.36%, 4.86% และ 4.23% จากจำนวนการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใน 5 เดือนของปี 2567 ตามลำดับ

ในภาพรวมแม้ตัวเลขการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจใหม่ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2568 จะมีจำนวนลดลง 5.68% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2567 แต่หากดูที่มูลค่าการลงทุนจัดตั้งธุรกิจในปี 2568 จะพบว่า เพิ่มขึ้นถึง 11.89% เมื่อเทียบกับปี 2567 ซึ่งกลุ่มธุรกิจที่มีมูลค่าการลงทุนสูงเมื่อเทียบกับปี 2567 อาทิ ธุรกิจโฮลดิ้ง การผลิตเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ การผลิตส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

ในขณะที่กลุ่มธุรกิจโรงแรม รีสอร์ต และห้องชุด การให้คำปรึกษาด้านการจัดการ การขายส่งสินค้าทั่วไป และการขนส่งและขนถ่ายสินค้า ยังคงเป็นธุรกิจที่เติบโตได้ดี

สำหรับกลุ่มธุรกิจที่ทั้งจำนวนการจัดตั้ง และมูลค่าการลงทุนชะลอตัว เช่น ก่อสร้างอาคารทั่วไป อสังหาริมทรัพย์ ภัตตาคาร ขายปลีกทางอินเทอร์เน็ต ตัวแทนและนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ อาจสืบเนื่องมาจากผลกระทบของกำลังซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่ลดลงจากนโยบายการรัดกุมในการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์การชะลอตัวของการซื้อของชาวต่างชาติ

บวกกับสภาวะเศรษฐกิจโลก และสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และสงครามระหว่างประเทศที่เกิดขึ้น ตลอดจนการแข่งขันที่สูงขึ้นของผู้เล่นในตลาดขายปลีกทางอินเทอร์เน็ต เป็นต้น

ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจไทยยังคงเผชิญความเสี่ยง 5 ปัจจัย

  • ความไม่แน่นอนของสถานการณ์เศรษฐกิจและการค้าโลก
  • มาตรการทางการค้าและการขึ้นภาษีของสหรัฐฯ
  • สถานการณ์ในตะวันออกกลาง
  • สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา
  • การชะลอตัวของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ

อย่างไรก็ตาม 5 เดือนของปี 2568 (มกราคม-พฤษภาคม 2568) ชาวต่างชาติลงทุนไทยเพิ่มขึ้นจำนวน 109 ราย (34%) โดยมี 5 อันดับแรก ได้แก่

  • ญี่ปุ่น
  • สหรัฐอเมริกา
  • จีน
  • สิงคโปร์
  • ฮ่องกง

ทั้งนี้ เดือนพฤษภาคม ธุรกิจ Bio-Innovation มีความโดดเด่น มีการจัดตั้งธุรกิจใหม่ มากถึง 30 ราย โดยปัจจัยสำคัญมาจากการเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่อย่างปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยนักลงทุนหลัก ได้แก่ ฮ่องกง (1,074 ล้านบาท) คิวบา (683 ล้านบาท) และญี่ปุ่น (649 ล้านบาท)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...