โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ซิตี้กรุ๊ป คาดราคาน้ำมันเบรนพุ่งแตะ 90 ดอลลาร์ หากขัดขวางส่งออกอิหร่าน

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 04.38 น.

นักวิเคราะห์ของซิตี้กรุ๊ป (Citigroup) เปิดเผยในรายงานเมื่อวันพฤหัสบดี (19 มิ.ย.) ว่า การสู้รบระหว่างอิหร่านและอิสราเอลจะส่งผลให้ราคาน้ำมันเบรนท์พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับคาดการณ์ว่าหากความขัดแย้งระหว่างสองประเทศทวีความรุนแรงมากขึ้นและส่งผลกระทบต่อการส่งออกน้ำมันของอิหร่านในปริมาณ 1.1 ล้านบาร์เรล/วัน ก็จะทำให้ราคาน้ำมันเบรนท์พุ่งขึ้นสูงกว่าระดับก่อนที่จะเกิดความขัดแย้งประมาณ 15-20%

ซิตี้กรุ๊ประบุว่า การคาดการณ์ดังกล่าวหมายความว่า หากการส่งออกน้ำมันของอิหร่านในปริมาณ 1.1 ล้านบาร์เรล/วันได้รับผลกระทบ ราคาน้ำมันเบรนท์ก็จะเคลื่อนไหวในช่วง 75-78 ดอลลาร์/บาร์เรล และหากการส่งออกน้ำมันในประมาณ 3 ล้านบาร์เรล/วันได้รับผลกระทบเป็นเวลานานหลายเดือน ราคาน้ำมันก็อาจพุ่งขึ้นแตะ 90 ดอลลาร์/บาร์เรล

ในเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่จะเกิดการสู้รบทางอากาศระหว่างอิหร่านและอิสราเอลนั้น ราคาน้ำมันเบรนท์เคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 65 ดอลลาร์/บาร์เรล

ขณะที่เจพีมอร์แกน (JPMorgan) ระบุว่า สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดคือความขัดแย้งในตะวันออกกลางขยายวงกว้างขึ้นและนำไปสู่การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นสูงถึง 120-130 ดอลลาร์/บาร์เรล

ทั้งนี้ ประมาณ 30% ของการส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ของโลก และประมาณ 20% ของการส่งออกน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมทั่วโลก ล้วนต้องขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่อิหร่านเคยขู่ว่าจะปิดช่องแคบฮอร์มุซหากมีภัยคุกคามต่อความมั่นคงของชาติ โดยอิหร่านเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อันดับ 3 ในกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) โดยมีการผลิตน้ำมันดิบประมาณ 3.3 ล้านบาร์เรล/วัน

อย่างไรก็ดี ซิตี้กรุ๊ปมองว่า แม้การปิดช่องแคบฮอร์มุซจะทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่เชื่อว่าจะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ เนื่องจากอิหร่านอาจไม่ต้องการให้ช่องแคบแห่งนี้ปิดเป็นเวลานาน ซึ่งสอดคล้องกับที่ผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทวอชิงตัน ไอวี แอดไวเซอร์ส (Washington Ivy Advisors) กล่าวว่า การที่ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซอาจทำให้อิหร่านเผชิญแรงกดดันจากจีน ซึ่งเป็นลูกค้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของอิหร่าน เนื่องจากจีนไม่ต้องการให้การส่งออกน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียถูกรบกวนในทุกกรณี และจีนก็ไม่ต้องการให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น ดังนั้นจึงคาดว่าจีนจะใช้อำนาจทางเศรษฐกิจกดดันอิหร่าน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...