โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จักกะละมังหรือ “ขันสีเหลืองเคโระริน” ไอเท็มเจ้าประจำโรงอาบน้ำญี่ปุ่นกันไหม?

conomi

อัพเดต 20 ก.ค. 2568 เวลา 09.57 น. • เผยแพร่ 08 พ.ค. 2568 เวลา 09.00 น. • conomi.co

มีใครชอบไปอาบน้ำที่โรงอาบน้ำสาธารณะญี่ปุ่นบ้างไหมคะ? และไม่ทราบว่าครั้งสุดท้ายที่ได้ไปคือเมื่อไร? แต่เดิมเราจะสามารถพบเห็นโรงอาบน้ำสาธารณะญี่ปุ่นหรือ “เซ็นโต” (Sentou = 銭湯) ได้ตามสถานที่ต่าง ๆ แต่ในปัจจุบันเป็นที่น่าเสียดายที่ว่าโรงอาบน้ำสาธารณะเหล่านี้ได้ปิดยกเลิกกิจการกันไปเป็นจำนวนมาก แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ก็ยังสามารถพบเห็นได้ตามย่านเก่าแก่ของญี่ปุ่นอยู่บ้างค่ะ ผู้เขียนเองก็รู้สึกว่าเวลาที่ได้เห็นโรงอาบน้ำสาธารณะเหล่านี้ก็ทำให้คิดถึงเรื่องราวในสมัยตอนเป็นเด็กนักเรียนที่ได้ไปอาบน้ำที่โรงอาบน้ำสาธารณะกับเพื่อนคนญี่ปุ่น

โรงอาบน้ำสาธารณะญี่ปุ่น เซ็นโต

ว่าแต่เวลาที่เข้าไปในโรงอาบน้ำสาธารณะมีใครเคยสังเกตเห็นกันไหมว่าจะมีสิ่งของอยู่หนึ่งที่วางอยู่แล้วดูสะดุดตาเป็นอย่างมากก็คือ “กะละมังหรือขันสีเหลืองประจำโรงอาบน้ำสาธารณะ” แต่ทุกคนเคยตั้งคำถามกันบ้างไหมว่าข้างในของกะละมังหรือขันสีเหลืองที่เขียนเป็นตัวอักษรภาษาญี่ปุ่นว่า “เคโระริน” (Kerorin = ケロリン) มันคืออะไรกันหนอ? ในวันนี้เราจะมาอธิบายไขข้อข้องใจให้กระจ่างกันค่ะ

“เคโระริน” คือชื่อของยาบรรเทาอาการปวดแก้ปวดนะรู้ไหม!?

เคโระริน

“เคโระริน” (Kerorin = ケロリン) คือ “ชื่อยาบรรเทาอาการแก้ปวดชนิดหนึ่ง” ซึ่งช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะ ปวดฟัน และยังใช้ลดไข้ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย โดยได้ชื่อว่าเป็นยาแก้ปวดที่สมัยก่อนทุกบ้านหรือครอบครัวญี่ปุ่นจะมีติดบ้านกันเอาไว้เป็นประจำ โดยส่วนผสมหลักของตัวยาที่รู้จักกันดีก็คือ “แอสไพริน” (Aspirin) ซึ่งช่วยลดความเจ็บปวดและลดไข้ได้ รวมถึงยังมี “คาเฟอีนแอนไฮดรัส” (Caffeine Anhydrous) ซึ่งเป็นคาเฟอีนบริสุทธิ์ที่สกัดออกมาในรูปแบบ “ไม่มีน้ำ” โดย “Anhydrous” มีความหมายว่า “ปราศจากน้ำ” ทำหน้าที่ช่วยเสริมฤทธิ์แอสไพรินและลดอาการง่วงได้ รวมถึงยังมีส่วนผสมของ“อบเชย” (Cinnamon) ที่ช่วยลดการระคายเคืองของกระเพาะจากการรับประทานยาที่มีส่วนผสมของแอสไฟรินได้ดีอีกด้วย

bathhouse2

สำหรับคำว่า “เคโระริน” มาจากคำว่า “เคโระริโตะนาโอรู” (Kerori To Naoru = ケロリと治る) ซึ่ง “เคโระริโตะ” (Kerori To = ケロリと) มีความหมายว่า“เป็นหรือเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว” หรือ“หายไปแบบไม่มีอะไรเกิดขึ้น” ส่วน “นาโอรุ” (Naoru = 治る) มีความหมายว่า “หายจากอาการป่วยไข้” ดังนั้นเมื่อนำมารวมกันจึงมีความหมายว่า “กินแล้วหายป่วยอย่างรวดเร็ว” ค่ะ

เจ้าตัวยาเคโระรินนี้ก็เริ่มวางจำหน่ายขายเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปีไทโชที่ 14 (ปี ค.ศ. 1925) โดยที่แต่เดิมจำหน่ายขายในรูปแบบเป็นยาผง แต่ในปัจจุบันได้เปลี่ยนไปจำหน่ายทั้งในรูปแบบชนิดเม็ดแคปซูลหรือแบบเป็นยาเม็ดเพื่อให้รับประทานได้ง่ายขึ้น

แล้วทำไมเคโระรินถึงได้มาปรากฏอยู่บนกะละมังหรือขันได้?

ขันสีเหลืองเคโระริน

สำหรับที่มานั้น เริ่มมาจากเมื่อประมาณปีโชวะที่ 38 (ค.ศ. 1963 ) นายยามาอุระ คะซึอากิ (Yamaura Katsuaki = 山浦和明) เจ้าหน้าที่แผนกฝ่ายขายของบริษัทมูซึวะโชจิ (Mutsuwa Shoji = 睦和商事) บริษัทรับทำโฆษณา ซึ่งต่อมาได้เลื่อนขั้นเป็นประธานบริษัทนั้นได้ปิ๊งไอเดียที่จะลงประกาศโฆษณาบนกะละมังหรือขัน เพราะได้รับแรงบันดาลใจจากกะละมังที่เขาพบที่ เมืองโนโบริเบ็ตสึ เมืองออนเซ็นอันมีชื่อเสียงของฮอกไกโด

ในช่วงเวลานั้นที่ออนเซ็นเริ่มนิยมหันมาใช้กะละมังหรือขันที่ทำจากพลาสติกมากกว่าแบบไม้เพราะทำความสะอาดได้ง่ายและมีความแข็งแรงทนทานมากกว่า ด้วยเหตุผลนี้บวกกับความคิดที่อยากจะให้ยาเคโระรินได้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายไปทั่วประเทศ จึงเป็นที่มาของการนำชื่อยาเคโระรินไปใส่แปะโฆษณาขายไว้บนกะละมังหรือขันอย่างที่กล่าวไปนั่นเอง โดยการทำแบบนี้ก็เชื่อว่าจะสามารถเตะตาผู้คนที่เข้ามาใช้บริการโรงอาบน้ำสาธารณะในสมัยนั้นได้ (สมัยนั้นบ้านพักหรือบ้านเช่าที่มีห้องอาบน้ำในตัวยังไม่ค่อยมีมากนัก เวลาอาบน้ำก็ต้องไปอาบกันที่โรงอาบน้ำสาธารณะ)

แล้วทำไมถึงต้องเป็นสีเหลือง?

bathhouse4

ในช่วงแรกกะละมังหรือขันเคโระรินไม่ได้เป็นสีเหลืองแบบที่เรารู้จักคุ้นเคยเหมือนในปัจจุบันนะคะ เป็น “สีขาว” ต่างหาก แต่ในความที่เป็นสีขาวก็ทำให้เกิดคราบสกปรกได้ง่าย ยากต่อการขัดทำความสะอาด จึงได้เปลี่ยนมาใช้เป็นสีเหลืองแทน บวกกับว่าพอตัวกะละมังหรือขันเป็นสีเหลือง เวลาผสมกับตัวอักษรเคโระรินสีแดง ก็ได้ทำให้เจ้าขันเคโระรินนี้ดูโดดเด่นสะดุดตาผู้คน จนกลายมาเป็นไอเท็มคู่ขวัญอยู่คู่กับโรงอาบน้ำสาธารณะญี่ปุ่นมาตลอดจนถึงปัจจุบันค่ะ

bathhouse5

ในปัจจุบันแม้ว่าโรงอาบน้ำสาธารณะจะมีจำนวนลดน้อยลงแต่ความนิยมในแฟชั่นและสิ่งของแบบวินเทจที่กำลังมาแรงในตอนนี้ทำให้เราสามารถที่จะหาซื้อเจ้าขันสีเหลืองเคโระรินนี้ได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะทั้งตามร้านขายของเล่นหรือตามอินเตอร์เน็ต โดยลวดลายดีไซน์รวมไปถึงสีสันก็มีออกมาหลากหลายรูปแบบเพิ่มมากขึ้น สามารถเลือกซื้อให้เหมาะกับวัตถุประสงค์ในการนำไปใช้งานของตนได้ เช่น นำมาใช้งานจริง หรือนำไปวางประดับเป็นของตกแต่งห้องอาบน้ำ เป็นต้น

ขันสีเหลืองเคโระริน

แล้วผู้อ่านทุกท่านละคะ? นอกจากออนเซ็นที่มีชื่อเสียงต่าง ๆ แล้ว ถ้ามีโอกาสผู้เขียนแนะนำให้ลองใช้บริการโรงอาบน้ำสาธารณะกันดูนะคะ เพราะในปัจจุบันโรงอาบน้ำสาธารณะหลายที่สามารถใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร รวมทั้งยังมีวางจำหน่ายทั้งสบู่ แชมพู ผ้าขนหนู แบบครบเลย สะดวกสุด ๆ ไปเลยค่ะ การได้ลองเปิดประสบการณ์แบบคนท้องถิ่นดูจะเป็นอะไรที่คุ้มค่าในการลองแน่นอนค่ะ !

สรุปเนื้อหาจาก : mag.japaaan

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...