โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ข้าว’ กัมพูชาคู่แข่งไทยในตลาดโลก ปี’67 ไทย 9.95 ล้านตัน

SpringNews

อัพเดต 17 มิ.ย. 2568 เวลา 10.26 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2568 เวลา 10.11 น.

ปมความขัดแย้งระหว่างไทย-กัมพูชา ในพื้นที่พิพาท 4 จุด ยังไม่มีท่าทีที่จะหาบทสรุปและตกลงร่วมกันกันได้ หากมองในแง่ของความใกล้ชิดกันไทยกับกัมพูชามีหลายๆอย่างที่คล้ายคลึงกัน เช่นในเรื่องของอากาศ ลักษณะภูมิประเทศ รวมถึงการทำการเกษตรที่ไม่ต่างกันมากนัก สินค้าเกษตรที่ส่งออกไปในตลาดโลกที่สำคัญของทั้ง 2 ประเทศ คือ ข้าว ซึ่งกัมพูชาเป็นผู้ส่งออกข้าวหอม เช่น Phka Rumduol ซึ่งมีลักษณะคล้ายข้าวหอมมะลิของไทย ส่วนตลาดที่แข่งขันกันดุเดือด คือ จีน, สหภาพยุโรป, แอฟริกา

ทั้งนี้จุดแข็งของกัมพูชา ได้สิทธิพิเศษทางภาษีจากสหภาพยุโรป (EBA - Everything But Arms) สมาพันธ์ข้าวกัมพูชา ระบุว่า การส่งออกข้าวของกัมพูชามีจุดแข็งหลายประการ เช่น

  • คุณภาพและชื่อเสียงของข้าว ข้าวหอมมะลิพันธุ์ผกาลำดวนของกัมพูชาได้รับรางวัลข้าวที่ดีที่สุดในโลก (World's Best Rice Award) หลายครั้ง ซึ่งช่วยเสริมสร้างชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับในตลาดโลก ทำให้สามารถส่งออกข้าวคุณภาพสูงออกไปได้
  • กำลังการผลิตจำนวนมาก กัมพูชามีการผลิตข้าวจำนวนมาก โดยผลิตได้มากกว่า 13 ล้านตันต่อปี และบริโภคภายในประเทศเพียง 50% ทำให้มีข้าวเปลือกและข้าวสารเหลือเฟือสำหรับส่งออกอย่างน้อย 6 ล้านตันต่อปี
  • ตลาดส่งออกที่หลากหลาย โดยกัมพูชาส่งออกข้าวไปยังหลากหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสหภาพยุโรป และจีน รวมถึงกลุ่มประเทศอาเซียนและภูมิภาคอื่นๆ เช่น แอฟริกา ตะวันออกกลาง สหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์
  • ศักยภาพในการพัฒนาเทคโนโลยีและองค์ความรู้ ซึ่งกัมพูชามีความสามารถในการพัฒนาสายพันธุ์ข้าวที่เป็นที่ต้องการของตลาดโลก
  • นโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ ทั้งนี้รัฐบาลกัมพูชาให้การสนับสนุนภาคการผลิตข้าวอย่างต่อเนื่อง เช่น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การให้ความช่วยเหลือทางเทคนิคแก่เกษตรกร และการสร้างแบรนด์ข้าวของกัมพูชาในระดับสากล รวมถึงการตั้งเป้าหมายที่จะส่งออกข้าวสารให้ได้ 1 ล้านตันภายในปี 2025

อย่างไรก็ตามความท้าทายในการส่งออกข้าวของกัมพูชา คือ การขาดแคลนโรงสีและไซโล การจัดการระบบโลจิสติกส์ และค่าใช้จ่ายในการขนส่ง แต่จุดแข็งข้างต้นก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันให้การส่งออกข้าวของกัมพูชาเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ส่วนการส่งออกข้าวไทย www.thaigov.go.th รายงานว่าปี 2567 ไทยส่งออกข้าวปริมาณ 9.95 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 13% นำรายได้เข้าประเทศสูงถึง 225,656ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% หรือประมาณ 6,434 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยปริมาณการส่งออกข้าวทั้งปี 2567สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 9 ล้านตัน และเป็นปริมาณส่งออกข้าวไทยที่สูงที่สุดในรอบ 6 ปี นับตั้งแต่ปี 2561 ผลมาจากความต้องการนำเข้าข้าวเพื่อรองรับความต้องการบริโภค ชดเชยผลผลิตที่ลดลงบรรเทาผลกระทบจากเงินเฟ้อด้านอาหาร และเพื่อความมั่นคงทางอาหารของประเทศผู้ซื้อ

สำหรับข้าวที่ไทยส่งออกได้มากที่สุด คือ ข้าวขาวปริมาณ 5.99 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 23% คิดเป็น 60% ของปริมาณการส่งออกข้าวไทยทั้งหมด รองลงมา คือ ข้าวหอมมะลิไทย 1.74 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 3.57% ข้าวนึ่ง 1.27 ล้านตัน ลดลง 7.97% ข้าวหอมไทย 0.63 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 21.15% ข้าวเหนียว 0.30 ล้านตัน และข้าวกล้อง 0.02 ล้านตัน ส่วนแนวโน้มการส่งออกข้าวปี 2568 คาดคาดการณ์การส่งออกข้าวไทยจะมีประมาณ 7.5 ล้านตัน

ส่วนใครที่อยากทราบว่าข้าวไทยมีจุดแข็งอย่างไร คำตอบคือ

  • คุณภาพและชื่อเสียง โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิไทย ข้าวหอมมะลิ 105 มีชื่อเสียงมายาวนานในด้านคุณภาพ กลิ่นหอม รสชาติ และความนุ่มที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้เป็นที่ต้องการในตลาดโลกสูง และเคยคว้ารางวัลข้าวที่ดีที่สุดในโลกหลายสมัย
  • มาตรฐานการผลิต ไทยมีระบบการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานการผลิตข้าวที่ดีกว่า ตั้งแต่การปลูก การเก็บเกี่ยว ไปจนถึงการแปรรูปและการส่งออก ซึ่งช่วยให้ข้าวไทยมีคุณภาพสม่ำเสมอ
  • โครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยี ไทยมีโครงสร้างพื้นฐานด้านการเกษตรและอุตสาหกรรมข้าวที่พัฒนามากกว่า รวมถึงเทคโนโลยีการผลิต การสีข้าว และการเก็บรักษาที่ทันสมัยกว่า
  • กำลังการผลิตและการส่งออก ไทยมีกำลังการผลิตข้าวที่สูงกว่า และเป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ของโลก มีเครือข่ายการค้าและช่องทางการจัดจำหน่ายที่กว้างขวาง

ทั้งหมดจะเห็นได้ว่าข้าวของทั้ง 2 ประเทศมีจุดอ่อน จุดแข็ง ที่แตกต่างกันออกไป แต่โจทย์ใหญ่ในวันนี้คือ ลูกค้าจะชื่นชอบของประเทศไหนมากกว่ากัน และต้นทุนการผลิตประเทศไหนจะต่ำกว่ากัน!

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...