โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SCB ชี้ลดดอกเบี้ยอย่างเดียวฟื้นเศรษฐกิจไม่ได้

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 06 ก.ค. 2568 เวลา 16.01 น. • เผยแพร่ 06 ก.ค. 2568 เวลา 09.01 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพ 6 ก.ค.- SCB ชี้ลดดอกเบี้ยอย่างเดียวฟื้นเศรษฐกิจไม่ได้ ระบุทางออกประเทศไทย ต้องทำให้ครบ ทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจ-ลดดอกเบี้ย-ปล่อยสินเชื่อ เชื่อสหรัฐเจรจาไทยเข้มข้น เหตุไทยเกินดุลการค้ามากต้องประเมินรายกลุ่มอุตฯ คาดส่งออกทั้งปีทรงตัว

นายกฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) กล่าวถึงเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังยังเผชิญความท้าทายรอบด้าน โดยแต่ละสำนักประมาณการจีดีพีปี 2568 อยู่ที่ระดับ 1.5 – 2% ท่ามกลางความท้าทายหลายปัจจัย ทั้งปัญหาหนี้ครัวเรือน และภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้นหรือไม่ลดลง ทำให้การบริหารจัดการในทุกธุรกิจมีความยากลำบาก แต่เชื่อว่าในทุกวิกฤตมีโอกาส ทั้งในภาคธนาคาร เอกชน และเอสเอ็มอี ขอให้มองหาโอกาสให้เจอทำตัวเองให้มีประสิทธิภาพ บริหารจัดการต้นทุนให้เกิดประโยชน์สูงสุด และพัฒนาสินค้าและผลิตภัณฑ์ผ่านการหาตลาดหรือช่องทางใหม่ๆเชื่อว่าทางรอดยังมี

ส่วนกรณีที่มองว่าสถาบันการเงินและธนาคารพาณิชย์ ปล่อยสินเชื่อยากขึ้นนั้น ขอให้มองว่าบนโจทย์ของภาพรวมหนี้ที่ไม่ได้ลดลง และเศรษฐกิจที่อาจไม่ได้โตตามเป้าหมาย ทำให้ศักยภาพในการกู้ของลูกค้าบางกลุ่มลดน้อยลง ดังนั้นธนาคารส่วนใหญ่จึงระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อ

“ดังนั้นโจทย์การเติบโตประเทศไทยเป็นโจทย์ที่ต้องบูรณาการ การจะให้ดอกเบี้ยลงอย่างเดียว แล้วปล่อยสินเชื่อบนความเสี่ยงที่ไม่มีการเติบโต ก็อาจจะเป็นการมองภาพไม่ครบถ้วนนัก ดังนั้นทำยังไงให้ค่อยเป็นค่อยไปกล่าวคือดึงเศรษฐกิจให้มีการเติบโตบ้าง ผ่อนคลายนโยบายในเรื่องดอกเบี้ย ผ่อนคลายนโยบายการปล่อยสินเชื่อ หากทั้ง 3 ส่วนถูกพิจารณาในบริบทที่สอดคล้องกันเชื่อว่าประเทศไทยยังพอมีทางออก“ นายกฤษณ์ กล่าว

ด้าน นายยรรยง ไทยเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานวิจัยเศรษฐกิจและความยั่งยืน ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) เปิดเผยว่าเศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอนสูง ยังต้องติดตามใกล้ชิด แม้ประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ออกมาระบุว่ามีโอกาสที่จะมีประเทศถูกเรียกเก็บภาษีในอัตรา 10% แต่เชื่อว่าน่าจะเป็นประเทศที่เกินดุลกับการค้ากับสหรัฐไม่มากนัก ขณะที่ไทยเกินดุลการค้าอยู่ในลำดับ 11 จึงมองว่าสหรัฐจะให้ความสำคัญในการเจรจากับไทยอย่างเข้มข้น

อย่างไรก็ตาม ผลการเจรจาที่ออกมายังต้องเปรียบเทียบกับคู่แข่งที่สำคัญของไทยทั้งเวียดนาม จีน และต้องวิเคราะห์เป็นรายกลุ่มอุตสาหกรรมว่าคู่แข่งคือประเทศใด และถูกเรียกเก็บภาษีเท่าใร เมื่อเทียบกับประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าโอกาสที่ไทยจะถูกเรียกเก็บภาษียังอยู่ในระดับ 10 – 20% และน่าจะค่อนไปทาง 20% มากกว่า

ประเมินภาพรวมการส่งออกทั้งปีทรงตัว หลังจากครึ่งปีแรกเร่งตัวไปแล้ว ส่วนครึ่งหลังปีหลังอาจจะโตใกล้ 0% และมองว่าผลกระทบจะต่อเนื่องไปจนถึงครึ่งแรกของปี 2569 ดังนั้น ภาครัฐและเอกชนต้องเตรียมความพร้อมรับมือและปรับตัวกับความท้าทายที่จะเข้ามา.-516-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...