โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เช็ก 9 พฤติกรรมการกินต้องห้าม "ยิ่งกินยิ่งอ้วน" คนไทยส่วนใหญ่ทำแทบทุกข้อ!

sanook.com

เผยแพร่ 06 ก.ค. 2568 เวลา 16.14 น. • Sanook
9 พฤติกรรมการกินที่ยิ่งกินยิ่งทำให้พุงออก คนไทยจำนวนมากมักเผลอทำข้อ 6 และ 7 โดยไม่รู้ตัว

ไขมันหน้าท้องสะสมง่ายจากพฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสม มาดูกันว่ามีพฤติกรรมการกินแบบไหนบ้างที่ควรเลี่ยง หากไม่อยากให้รอบเอวขยาย

ไขมันหน้าท้องหรือที่เรียกกันว่าพุง มีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร ไม่มียาใดสามารถกำจัดไขมันหน้าท้องได้อย่างวิเศษทันตา แต่มีหลายพฤติกรรมการกินที่ส่งผลให้ไขมันสะสมมากขึ้น มาดูกันว่าพฤติกรรมแบบไหนที่ควรหลีกเลี่ยง

Tony Schnagl

1. กินไปทำอย่างอื่นไปจนเสียสมาธิ

ไม่ว่าจะดูทีวี เล่นโทรศัพท์ หรือเดินไปกินไป การกินโดยไม่มีสมาธิจะทำให้คุณเผลอรับประทานมากกว่าที่ร่างกายต้องการ โดยเฉพาะอาหารที่ทำให้ไขมันสะสมบริเวณหน้าท้องเพิ่มขึ้น

งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Health Psychology ระบุว่า คนที่กินไปดูทีวีหรือเดินไปด้วย จะบริโภคอาหารมากกว่าคนที่นั่งกินอย่างมีสติที่โต๊ะถึง 5 เท่า

2. ดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์มักให้พลังงานสูงแต่แทบไม่มีคุณค่าทางโภชนาการ การดื่มมากเกินไปทำให้ร่างกายเร่งเผาผลาญแอลกอฮอล์ก่อน จึงชะลอการเผาผลาญไขมัน ส่งผลให้ไขมันสะสมที่หน้าท้อง โดยเฉพาะไวน์และเบียร์ที่มีน้ำตาลหรือส่วนผสมจากข้าวสาลี ยิ่งเพิ่มพลังงานส่วนเกินและรบกวนระบบเผาผลาญ

งานวิจัยหลายชิ้นพบว่า การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปอาจรบกวนฮอร์โมนบางชนิดที่มีหน้าที่ช่วยเผาผลาญไขมันและควบคุมความหิว

3. ดื่มน้ำน้อยเกินไป

การขาดน้ำอาจทำให้ร่างกายสับสนกับความหิว ส่งผลให้เผลอกินจุบกินจิบหรือกินมากเกินจำเป็น การจิบน้ำระหว่างวันจะช่วยควบคุมความหิวและทำให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายทำงานได้ดี นอกจากนี้ การดื่มน้ำอย่างเพียงพอยังช่วยปรับสมดุลสัญญาณความหิวของร่างกายได้อีกด้วย

4. กินอาหารเพื่อสุขภาพในปริมาณมากเกินไป

แม้อาหารเพื่อสุขภาพจะดีต่อร่างกาย แต่หากกินโดยไม่ควบคุมปริมาณ ก็อาจทำให้น้ำหนักขึ้นได้ ตัวอย่างเช่น ถั่วชนิดต่าง ๆ อะโวคาโด หรือ น้ำมันมะกอก ล้วนมีประโยชน์แต่แคลอรีสูง เช่น วอลนัทเพียง 1/4 ถ้วย ก็ให้พลังงานถึงประมาณ 200 แคลอรี ดังนั้น แม้จะเป็นอาหารดีต่อสุขภาพ แต่ถ้ากินตรงจากถุงหรือไม่จำกัดปริมาณ ก็เสี่ยงต่อการรับแคลอรีเกินโดยไม่รู้ตัว

Photo By: Kaboompics.com

5. ทานอาหารนอกบ้านบ่อยเกินไป

อาหารที่ซื้อมาจากร้านมักมีปริมาณโซเดียม ไขมันอิ่มตัว และน้ำตาลสูง ซึ่งอาจกระตุ้นให้เกิดการอักเสบเรื้อรังในร่างกายและทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น ครั้งต่อไปที่อยากออกไปกินข้าวนอกบ้าน ลองพิจารณาทำอาหารเองดูบ้าง เพราะจะช่วยให้คุณควบคุมวัตถุดิบ ขนาดจาน และปริมาณแคลอรีที่รับเข้าไปได้ง่ายขึ้น

6. ไม่กินผักผลไม้ให้เพียงพอ

ผักและผลไม้เป็นแหล่งของไฟเบอร์ วิตามิน และแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการมีสุขภาพดี หากกินไม่เพียงพอ อาจทำให้คุณรู้สึกอยากอาหารที่ไม่มีประโยชน์หรือแคลอรีสูง

ผลไม้มีทั้งไฟเบอร์และสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยชะลอการย่อยอาหาร ทำให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น และลดการอักเสบเรื้อรัง ส่วนผักช่วยเพิ่มปริมาณอาหารที่กินเข้าไปโดยไม่เพิ่มแคลอรีมากนัก จึงช่วยลดการกินเกินความจำเป็นได้

7. งดมื้ออาหาร

การงดมื้ออาหารทำให้ระบบเผาผลาญถูกรบกวน และอาจนำไปสู่การกินมากเกินไปในมื้อต่อไป โชคดีที่คุณสามารถจัดการได้ด้วยการวางแผนล่วงหน้าและเตรียมอาหารให้พร้อม วิธีนี้จะช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้ตามเป้าหมายและรักษาระเบียบในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Lisa from Pexels

8. ขาดโปรตีน

โปรตีนเป็นสารอาหารที่ช่วยให้อิ่มนานที่สุด หากร่างกายได้รับโปรตีนไม่เพียงพอ คุณอาจรู้สึกหิวบ่อยและเผลอกินของว่างที่ไม่มีประโยชน์ ซึ่งส่งผลให้ไขมันสะสมหน้าท้องมากขึ้น โปรตีนไม่เพียงช่วยให้อิ่มเร็วและลดปริมาณอาหารที่บริโภค แต่ยังช่วยรักษามวลกล้ามเนื้ออีกด้วย

การมีมวลกล้ามเนื้อมากขึ้นจะช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงาน ทำให้ร่างกายเผาผลาญแคลอรีได้มากขึ้น แม้ในขณะพัก นอกจากนี้ การย่อยโปรตีนยังใช้พลังงานมากกว่าการย่อยคาร์โบไฮเดรตหรือไขมันอีกด้วย

9. พึ่งพาอาหารเสริมมากเกินไป

แม้อาหารเสริมจะมีประโยชน์ในบางกรณี แต่การพึ่งพาเพียงอาหารเสริมในการได้รับสารอาหารไม่ใช่วิธีที่ยั่งยืนหรือเหมาะสมในระยะยาว เพราะอาหารสดจากธรรมชาติให้ทั้งไฟเบอร์และสารพฤกษเคมี (phytonutrients) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการควบคุมไขมันหน้าท้องและลดการอักเสบ

สิ่งสำคัญคือควรเน้นกินอาหารสดที่หลากหลายเพื่อบำรุงสุขภาพและควบคุมน้ำหนัก ส่วนอาหารเสริมควรใช้ในกรณีที่จำเป็นเท่านั้น เพื่อเสริมสิ่งที่ขาด ไม่ใช่ใช้แทนอาหารมื้อหลัก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...