โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรุปผลกระทบการโจมตีของกัมพูชา พลเรือนเสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีกนับสิบราย

The MATTER

อัพเดต 24 ก.ค. 2568 เวลา 06.33 น. • เผยแพร่ 24 ก.ค. 2568 เวลา 06.19 น. • Brief

สถานการณ์บริเวณชายแดนระหว่างไทย และกัมพูชายังคงน่าเป็นห่วง ซึ่งในวันนี้ (24 กรกฎาคม 2568) ช่วงเช้าที่ผ่านมา มีรายงานจากกองทัพบกว่า กัมพูชาได้เปิดฉากยิงเข้ามาบริเวณฐานทิศตะวันออกของปราสาทตาเมือนธม และถือเป็นการยกระดับความรุนแรงบริเวณพื้นที่ชายแดน ซึ่งทำให้มีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต The MATTER รวบรวมความเสียหายจากการโจมตีของกัมพูชา (ข้อมูล ณ วันที่ 24 ก.ค. 68 เวลา 12.30 น.)

ช่วงเช้าที่ผ่านมามีรายงานข่าวที่ระบุว่า มีการปะทะกันทั้งหมด 6 พื้นที่ คือปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาควาย ช่องบก เขาพระวิหาร ช่องอานม้า และช่องจอม

โดยช่วง 09.40 น. มีรายงานว่ากัมพูชาได้ยิงจรวด BM-21 จำนวน 2 ลูก เข้ามาในพื้นที่ชุมชนภายในศูนย์พัฒนาพื้นที่ชายแดน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ทำให้มีชาวบ้านเสียชีวิต 1 ราย และเด็กห้าขวบได้รับบาดเจ็บสาหัส และมีการประกาศให้อพยพออกจากพื้นที่ในทันที

ต่อมาเวลา 11.04 มีรายงานว่า ทหารกัมพูชาได้โจมตีโรงพยาบาลพนมดงรัก โดยตอนนี้ได้มีการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาลหมดแล้ว ส่วนโรงพยาบาลกาบเชิง กำลังอยู่ระหว่างการเคลื่อนย้ายตามแผนเผชิญเหตุ ขณะที่ สุทธิโรจน์ เจริญธนะศักดิ์ นายอำเภอกาบเชิง จ.สุรินทร์ ให้สัมภาษณ์กับ Reuters ว่า มีพลเรือนกว่า 40,000 ราย จากทั้งหมด 86 หมู่บ้าน ได้อพยพออกจากพื้นที่ไปยังสถานที่ปลอดภัยแล้ว

นอกจากนี้มีรายงานว่า กระสุน BM-21 จากฝ่ายกัมพูชาตกใส่ปั๊มน้ำมัน ปตท. บ้านผือ ในพื้นที่ อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ ได้รับความเสียหายไฟลุกไหม้ Thai PBS รายงานเบื้องต้นว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 ราย และมีนักเรียนและประชาชนได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 14 ราย

และล่าสุด กองทัพบกได้ขอความร่วมประชาชนงดการไลฟ์สดเหตุการณ์ปะทะในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติการทางทหาร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...