โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ดาวโจนส์ปิดร่วง 64.36 จุด เหตุนักลงทุนจับผลการประชุมเฟด

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 28 ก.ค. 2568 เวลา 18.30 น. • เผยแพร่ 29 ก.ค. 2568 เวลา 01.30 น.

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันจันทร์ (28 ก.ค.) ขณะที่ดัชนี S&P500 และดัชนี Nasdaq ขยับขึ้นเล็กน้อยและยังปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ท่ามกลางการซื้อขายที่ผันผวน

  • ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 44,837.56 จุด ลดลง 64.36 จุด หรือ -0.14%,
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,389.77 จุด เพิ่มขึ้น 1.13 จุด หรือ +0.02% และ
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 21,178.58 จุด เพิ่มขึ้น 70.27 จุด หรือ +0.33%

นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และอัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ได้บรรลุข้อตกลงการค้าร่วมกันแล้วในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (27 ก.ค.)

โดยสหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจาก EU ในอัตรา 15% ลดลงครึ่งหนึ่งจากก่อนหน้านี้ที่สหรัฐฯ ขู่เรียกเก็บในอัตรา 30 โดยมาตรการภาษีดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ส.ค.

การทำข้อตกลงกับ EU นับเป็นการประกาศข้อตกลงการค้าครั้งล่าสุดระหว่างสหรัฐฯ กับบรรดาประเทศคู่ค้าซึ่งรวมถึงญี่ปุ่นและอินโดนีเซีย ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ Certuity มองว่า ขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินว่าผลกระทบในระยะยาวจะเป็นอย่างไร

ล่าสุดทรัมป์ประกาศในวันจันทร์ว่า จะเรียกเก็บภาษีศุลกากรพื้นฐานในอัตรา 15%-20% จากประเทศที่ยังไม่ได้ทำข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ ซึ่งสูงกว่าระดับ 10% ที่เขาเคยประกาศไว้ในเดือนเม.ย. โดยขณะนี้ยังคงมีหลายประเทศที่ยังไม่ได้เจรจาข้อตกลงทางการค้ากับสหรัฐฯ ก่อนถึงเส้นตายวันที่ 1 ส.ค. ซึ่งเป็นวันที่สหรัฐฯ จะบังคับใช้อัตราภาษีใหม่

นักลงทุนรอดูผลการเจรจาระหว่างเจ้าหน้าที่ฝ่ายเศรษฐกิจระดับสูงของสหรัฐฯ และจีนที่กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดนในวันจันทร์ โดยการเจรจามีเป้าหมายที่จะขยายเส้นตายการบังคับใช้อัตราภาษีศุลกากรในระดับสูงออกไปจากเดิมที่กำหนดไว้ในวันที่ 12 ส.ค.

อีกทั้งนักลงทุนรอดูผลประชุมเฟดซึ่งจะมีการแถลงในวันพุธ โดยตลาดคาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 4.25-4.50% ในการประชุมครั้งนี้ แม้ว่าปธน.ทรัมป์พยายามกดดันเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ปรับลดอัตราดอกเบี้ยก็ตาม

ขณะเดียวกันนักลงทุนจับตารายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนหลายแห่งในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อย่างแอปเปิ้ล (Apple), ไมโครซอฟท์ (Microsoft), เมตา (Meta) และอะเมซอนดอทคอม (Amazon.com) ซึ่งอยู่ในกลุ่ม Magnificent Seven

นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ด้วย ซึ่งรวมถึงดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ รวมทั้งตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนมิ.ย. เพื่อประเมินว่ามาตรการภาษีศุลกากรจะส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อและตลาดแรงงานอย่างไร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...