โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จัก BHQ องครักษ์พิทักษ์ ฮุน เซน กองกำลังส่วนตัว ผ่านการฝึกจาก กองทัพไทย

Thaiger

อัพเดต 29 ก.ค. 2568 เวลา 09.50 น. • เผยแพร่ 29 ก.ค. 2568 เวลา 02.50 น. • Thaiger ข่าวไทย

เจาะลึก BHQ กองทัพส่วนตัวของ ฮุน เซน ผู้มีบทบาทในสงครามชายแดนไทย-กัมพูชา ชี้ก่อตั้งเพื่อค้ำจุนอำนาจ เผยเคยฝึกกับกองทัพไทย

ท่ามกลางสถานการณ์การปะทะที่รุนแรงบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ชื่อของหน่วยทหารระดับสูงที่ถูกส่งเข้ามาในแนวรบอย่าง กองบัญชาการองครักษ์ หรือ BHQ (Bodyguard Headquarters) ได้รับการพูดถึงเป็นอย่างมาก หน่วยทหารนี้ไม่ใช่เพียงหน่วยอารักขาบุคคลสำคัญธรรมดา แต่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าเป็นเสมือน “กองทัพส่วนตัว” ที่มีความภักดีต่อสมเด็จฯ ฮุน เซน และครอบครัวโดยตรง และมีประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงกับการเมืองกัมพูชาอย่างแยกไม่ออก

ตามโครงสร้างอย่างเป็นทางการ BHQ คือหน่วยรักษาความปลอดภัยระดับสูงที่สังกัดกองทัพกัมพูชา มีภารกิจหลักในการรักษาความปลอดภัยนายกรัฐมนตรีและบุคคลสำคัญของรัฐบาล แต่ในทางปฏิบัติ หน่วยนี้ถูกก่อตั้งขึ้นโดยสมเด็จฯ ฮุน เซน และมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับเขาเป็นการส่วนตัวมาโดยตลอด ทำให้ถูกมองว่าเป็นเครื่องมือสำคัญในการค้ำจุนอำนาจทางการเมืองของตระกูลฮุน เซน

ภาพจาก: KHMER TIMES

หน่วย BHQ อยู่ภายใต้การบัญชาการของ พลเอก ฮิง บุนเฮียง ซึ่งถือเป็นนายทหารมือขวาที่ใกล้ชิดและได้รับความไว้วางใจจากสมเด็จฯ ฮุน เซน มากที่สุด ทำหน้าที่ดูแลผลประโยชน์และควบคุมสถานการณ์ในเมืองเป็นหลัก ขณะที่พื้นที่ชายแดนจะอยู่ในความดูแลของ พลเอก สรัย ดึ๊ก ซึ่งเปรียบเสมือนมือซ้าย ทั้งสองคนนี้คือนายทหารคนสำคัญที่ช่วยค้ำจุนอำนาจให้กับระบอบฮุน เซน มาอย่างยาวนาน

BHQ มีจุดเริ่มต้นมาจาก “กองพลน้อยที่ 70” ซึ่งสมเด็จฯ ฮุน เซน ก่อตั้งขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2532–2533 เพื่อป้องกันการรัฐประหารในช่วงที่การเมืองภายในยังไม่มั่นคง โดยในช่วงแรก กำลังพลบางส่วนเคยถูกส่งมาฝึกกับศูนย์รักษาความปลอดภัยของกองบัญชาการทหารสูงสุดของไทยด้วย กองพลน้อยที่ 70 ได้แสดงแสนยานุภาพครั้งสำคัญในการเป็นกำลังหลักก่อ รัฐประหารในปี พ.ศ. 2540 เพื่อยึดอำนาจจากสมเด็จกรมพระนโรดม รณฤทธิ์ และทำให้สมเด็จฯ ฮุน เซน ก้าวขึ้นสู่อำนาจอย่างสมบูรณ์

ภาพจาก: FB/ BHQ Cambodia

ช่วงแรกของการก่อตั้งหน่วยอารักขานี้ สมเด็จฯ ฮุน เซน ได้ส่งกำลังพลของตนเองมาเข้ารับการฝึกฝนด้านการอารักขาบุคคลสำคัญ (VIP Protection) กับ ศูนย์รักษาความปลอดภัย (สรพ.) ของกองบัญชาการกองทัพไทย ซึ่งเกิดขึ้นในยุคที่ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศยังดีอยู่ โดยเฉพาะในสมัยที่ พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกและมีความสัมพันธ์อันดีกับสมเด็จฯ ฮุน เซน

ต่อมาในปี พ.ศ. 2552 สมเด็จฯ ฮุน เซน ได้ออกพระราชกฤษฎีกาย่อยจัดตั้ง “กองบัญชาการองครักษ์” (BHQ) ขึ้นอย่างเป็นทางการ ซึ่งถูกมองว่าเป็นการยกระดับและเปลี่ยนผ่านกองกำลังที่ภักดีที่สุดนี้ให้อยู่ภายใต้การดูแลของ สมเด็จฯ ฮุน มาเนต บุตรชายของเขานั่นเอง

ภาพจาก: FB/ CSI LA

นอกจากภารกิจอารักขาแล้ว BHQ ยังมีบทบาทสำคัญในการรักษาเสถียรภาพทางการเมืองของรัฐบาล โดยมักจะถูกส่งไปทั้งในและนอกเครื่องแบบเพื่อควบคุมสถานการณ์และปราบปรามการประท้วงของฝ่ายค้านในช่วงทศวรรษ 2010 และมักจะมีการแสดงแสนยานุภาพด้วยยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยในกรุงพนมเปญเพื่อข่มขวัญฝ่ายตรงข้ามอยู่เสมอ

แม้จะเป็นหน่วยที่ถูกพัฒนาให้มีความทันสมัยที่สุด แต่ภารกิจหลัก และประสบการณ์ส่วนใหญ่ของ BHQ คือ การรบในเมือง การอารักขาบุคคลสำคัญ และการปราบปรามผู้เห็นต่างทางการเมือง ทำให้หน่วยนี้อาจไม่มีความชำนาญในภูมิประเทศและการรบตามแนวชายแดนมากเท่ากับหน่วยรบพิเศษเฉพาะทางอย่าง “หน่วย 911” ซึ่งเป็นหน่วยที่ฝ่ายไทยให้ความสำคัญและจับตามองมากกว่า

อย่างไรก็ตาม BHQ ก็มีชื่อเสียงที่น่าเกรงขามในประเทศกัมพูชา โดยถูกกล่าวขานว่ามีอิทธิพลสูงและอาจมี “ใบอนุญาตสังหาร” (License to Kill) เพื่อจัดการกับฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองทั้งในและนอกประเทศ

ความขัดแย้งตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาในครั้งล่าสุดนี้ BHQ ได้เข้ามามีบทบาทโดยตรง โดยมีรายงานว่าสมเด็จฯ ฮุน เซน ได้ส่งกองกำลังหน่วยนี้เข้ามาในพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน 2568 ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลาย และล่าสุดใน วันที่ 28 กรกฎาคม 2568 มีรายงานการปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างหน่วยรบพิเศษของไทยกับกำลังพลของ BHQ บริเวณปราสาทตาควาย ก่อนที่ข้อตกลงหยุดยิงจะมีผลในเวลาเที่ยงคืน

ที่มา: Wikipedia , WassanaNanuam

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...