โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ตลาดหุ้นรับแรงกดดันตะวันออกกลาง–กัมพูชา SET แกว่ง 1,040–1,080 จุด แต่ Valuation หุ้นไทยเริ่มน่าสนใจ

สยามรัฐ

อัพเดต 23 มิ.ย. 2568 เวลา 03.21 น. • เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2568 เวลา 03.21 น.

Pi Daily หลากหลายปัจจัยแต่เต็มไปด้วยแรงกดดันทั้งตะวันออกกลางและกัมพูชาที่ระงับการนำเข้าพลังงานจากไทย (กระทบ PTT ไม่เยอะมากแต่เป็น Sentiment เชิงลบ) แต่ Valuation หุ้นไทยเริ่มเข้าสู่จุดน่าสนใจระยะกลาง

วันที่ 23 มิถุนายน 2568 บล.พายเผยว่า ตลาดหุ้น Dow Jones คืนวันศุกร์ปิดบวกเล็กน้อย 35 จุด (+0.08%) แต่อย่างไรก็ตามดัชนี Nasdaq , S&P500 ปิดในแดนลบ นักลงทุนยังกังวลกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 0.4% หลังจากสหรัฐฯประกาศมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน

คืนวันศุกร์ที่ผ่านมามิได้มีตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของฝั่งสหรัฐฯ นักลงทุนกลับมาให้น้ำหนักกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งข้อมูลล่าสุดในช่วงวันอาทิตย์ที่ผ่านมาช่วงเวลาเช้าของประเทศไทย Trump ได้ระบุใน Truth Social ว่าทางสหรัฐฯได้ปฏิบัติการสำเร็จในการโจมตีฐานนิวเคลียร์ของอิหร่าน พร้อมระบุว่าเครื่องบินต่างๆของสหรัฐฯได้เดินทางกลับสู่สหรัฐฯอย่างปลอดภัย ด้านอิหร่านก็ระบุว่าการที่สหรัฐฯโจมตีฐานนิวเคลียร์จากนี้จะต้องเผชิญการตอบโต้ที่ตามมาไม่รู้จบ พร้อมงัดทุกวิถีทางในการตอบโต้ ซึ่งอิหร่านก็ได้ยิงขีปนาวุธตอบโต้ไปยังอิสราเอลประเมินเป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้นทั่วโลกในช่วงต้นสัปดาห์

อย่างไรก็ตามราคาน้ำมันดิบอาจเร่งตัวขึ้นจากความกังวลอุปทานขาดแคลน บวกกับตลาดหุ้นไทยผ่านหุ้น PTTEP TOP สัปดาห์นี้ยังแนะรอติดตามความคืบหน้าสงครามในตะวันออกกลางและควรดูว่าจะเพิ่มความรุนแรงมากกว่านี้หรือไม่ โดยเฉพาะประเทศที่สามหรือส่งสัญญาณปิดช่องแคบ Hormuz ทั้งนี้หากยังรุนแรงต่อเนื่องจะเป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้นและราคาน้ำมันดิบ รวมไปถึงทิศทางเงินเฟ้อข้างหน้าของโลกอาจกดดันต่อการบริหารนโยบายการเงินของธนาคารกลางทั่วโลก

นอกเหนือจากปัจจัยสงครามแล้วตัวเลขเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้จะประกอบไปด้วย (1) ดัชนี PMI (Flash) ทั้งภาคบริการและภาคผลิตจากฝั่งสหรัฐฯ / EU รวมไปถึงยอดขายบ้านมือสองของสหรัฐฯ Bloomberg Consensus ประเมินไว้ที่ 3.96 ล้านหลังคาเรือน (ข้อมูลจะรายงานในวันจันทร์) (2) ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (CB) Bloomberg Consensus คาดการณ์ที่ 99.1 ในขณะเดียวกันก็จะมีการแถลงของประธาน FED แต่ก็เชื่อว่าจะไม่มีนัยยะใดต่อตลาดเพราะพึ่งผ่านพ้นประชุม FED ในสัปดาห์ก่อน (ปัจจัยข้างต้นอยู่ในช่วงวันอังคาร) (3) เงินเฟ้อสหรัฐฯ (PCE) ในวันศุกร์ Bloomberg Consensus คาดการณ์ที่ 2.3%YoY , Core Pce 2.6%YoY

ด้านปัจจัยในประเทศเชื่อว่านักลงทุนจะให้น้ำหนักกับปัจจัยด้านการเมืองในวันอาทิตย์ที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีได้ร่วมประชุมกับพรรคร่วมรัฐบาลพบว่าเตรียมพร้อมจะเดินหน้าต่อทำให้ฝั่งรัฐบาลมีจำนวนเสียงอยู่ราว 270 ยังมากกว่าครึ่งหนึ่งของสภา นอกจากนี้ยังมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ในกัมพูชาหลังจากรัฐบาลกัมพูชาตัดสินใจยกเลิกการนำเข้าพลังงานจากไทย ซึ่ง PTT , OR มีรายได้ในกัมพูชาราว 0.5% , 2.5 ของรายได้รวม (กระทบบ้างแต่ไม่ถึงกับมีนัยยะ) แต่กลุ่มพลังงานจะได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น (เช้านี้ +2.5%)

สัปดาห์นี้ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1040 – 1080 ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนนักลงทุนระยะกลางขึ้นไปอาจใช้จังหวะที่ Valuation ไม่แพงทยอยสะสมหุ้นได้ในบางส่วน แต่ยังเน้นแค่เพียงบางส่วนเพราะปัจจัยต่างๆยังกดดันเพียงแต่ Valuation เริ่มน่าสนใจ เน้นที่หุ้นใหญ่ อาทิ CPN CPALL BDMS BBL KBANK KTB แต่หากรับความเสี่ยงได้สูงระยะสั้นอาจเลือก Trading ในหุ้นพลังงาน (PTTEP TOP)

AMATA (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 33.50 บาท)
AMATA จะได้รับผลกระทบไม่มากนักจากการปรับภาษีของสหรัฐฯ เนื่องจากมี Backlog ที่รอรับรู้ รายได้อีกกว่า 21,000 ล้านบาท ขณะที่การขายที่ดิน ตั้งแต่ต้นปียังมี เข้ามาอย่างต่อเนื่อง นับถึงปัจจุบันมีแล้วกว่า 750 ไร่ และยังมีลูกค้าในกลุ่ม Data Center ที่อยู่ระหว่างเจรจาอีกมากกว่า 3 ราย (ต้องการที่ดินรายละมากกว่า 100 ไร่) โดยบริษัทยังคงเป้าทั้งปีไว้ที่ระดับ 3,000 ไร่ ซึ่งคาดว่าหลังจากได้ข้อสรุปเรื่องภาษีของสหรัฐฯ ยอดขายจะกลับมาเพิ่มขึ้นได้

KTB (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 24.50 บาท)
คาดอัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูงที่ 7.1% ในปี 2025 ด้วยมูลค่าพื้นฐานที่ 24.50 บาท ประเมินด้วยวิธี GGM (ROE 9.5%, Terminal growth 2%) อิง 0.7x PBV’25E ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี (2015-2024) โดยมองว่าเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัวจากความท้าทายสูงขึ้นจากนโยบายภาษีของสหรัฐฯ และความเปาะบางของกลุ่มลูกหนี้รายย่อย และ SME ทำให้ธนาคารต้องเพิ่มความระมัดระวังในการเติบโต อีกทั้ง NIM ลดลงจากวัฐจักรดอกเบี้ยลดลง แต่การควบคุมคุณภาพสินเชื่อที่ดีทำให้สามารถผ่อนคลายการตั้งสำรองหนี้ฯ ลง และรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยช่วยหนุนให้สามารถรักษาการเติบโตของกำไรเติบโตได้ แม้จะเป็นการเติบโตชะลอตัวที่ 1%/2% ในปี 2025-26

#ราคาน้ำมัน #SET #หุ้นไทย #ข่าววันนี้ #สยามรัฐ #สยามรัฐออนไลน์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...