โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เพาะพันธุ์เชิงเศรษฐกิจ กรมอุทยานฯ กำหนดราคาขาย "เหี้ย" ตัวละ 500 บาท

Thai PBS

อัพเดต 04 ก.ค. 2568 เวลา 04.13 น. • เผยแพร่ 03 ก.ค. 2568 เวลา 13.15 น. • Thai PBS
กรมอุทยานฯ กำหนดราคาขายพ่อแม่พันธุ์เหี้ยตัวละ 500 บาท ต้องเป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตจากกรมฯ เท่านั้น รอมีผลหลังประกาศในราชกิจจาฯ ยันไม่กระทบประชากร พร้อมฝังไมโครชิพป้องกันคนหาจับในธรรมชาติ

ภายหลังเมื่อวันที่ 2 ก.ค.2568 คณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า มีมติกำหนดราคาสัตว์ป่าคุ้มครองชนิดที่เพาะพันธุ์ได้ รายการ "เหี้ย" เพื่อเปิดทางให้เกิดการสร้างมูลค่าเชิงพาณิชย์ และเป็นสัตว์เศรษฐกิจชนิดใหม่ที่คาดว่าจะสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการทั่วประเทศ ส่วนใหญ่น่าจะนำหนังไปใช้แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์

ขั้นตอนต่อไป กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช จะต้องเพิ่มรายชื่อดังกล่าวตามระเบียบ ในบัญชีการกำหนดราคาสัตว์ป่าแนบท้ายระเบียบกรมอุทยานฯ ว่าด้วยการกำหนดอัตราเรียกเก็บค่าใช้จ่าย ค่าบริการ หรือค่าตอบแทนและราคาสัตว์ป่า พ.ศ.2567 และรอการประกาศในราชกิจจานุเบกษา จึงจะมีผลให้สามารถซื้อพ่อแม่พันธุ์จากกรมอุทยานฯ ได้

วันนี้ (3 ก.ค.2568) นายเฉลิม พุ่มไม้ ผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานฯ กล่าวว่า ทางกรมฯ จะเร่งออกประกาศฉบับนี้เพื่อให้สอดคล้องกับมติของคณะกรรมการฯ และภายหลังประกาศลงราชกิจจานุเบกษาแล้ว จึงจะจำหน่ายพ่อแม่พันธุ์เหี้ยได้ เบื้องต้นจะจัดหน่ายที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน จ.ราชบุรี โดยมีเอกชนแจ้งความประสงค์แล้ว 1 ราย ในการซื้อพ่อแม่พันธุ์ประมาณ 30-40 คู่ เพื่อเปิดกิจการเพาะพันธุ์เหี้ย

ผู้ที่จะมาซื้อและนำไปเป็นพ่อแม่พันธุ์ ต้องได้รับใบอนุญาตจากกรมฯ ให้เป็นสถานที่มีสัตว์ป่าคุ้มครองเพื่อการเพาะพันธุ์

ทั้งนี้ เหี้ยถูกจับมาดูแลภายในสถานีเพาะเลี้ยง หลังประชาชนแจ้งความเดือดร้อนรำคาญในพื้นที่ต่าง ๆ และหากปล่อยคืนธรรมชาติก็อาจสร้างปัญหาเช่นเดิมอีก ขณะนี้ที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเขาสน มีเหี้ยในความดูแล 290 ตัว

ส่วนการกำหนดราคาพ่อแม่พันธุ์เหี้ยตัวละ 500 บาท มาจากการคำนวณราคาค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูเหี้ยที่อยู่ในความดูแลของกรมฯ และเป็นการเทียบเคียงจากราคางูเหลือมตัวละ 400 บาท และบวกค่าไมโครชิพ 100 บาท รวมเป็น 500 บาท

นายเฉลิม ยืนยันว่า การเปิดให้เพาะพันธุ์เหี้ยดังกล่าว จะไม่กระทบประชากรเหี้ยในธรรมชาติ เพราะจะมีการฝังไมโครชิพในตัวพ่อแม่พันธุ์ รวมทั้งต้องแจ้งกรมฯ เมื่อมีลูกออกมาเพิ่มขึ้น หากตรวจพบการสวมสิทธิด้วยการจับเหี้ยในธรรมชาติมาเอง หรือคนทั่วไปที่ไม่มีใบอนุญาตนำไปเลี้ยง ก็จะมีความผิดตามกฎหมาย และมีบทลงโทษตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562

สถานะภาพของเหี้ยยังเป็นสัตว์คุ้มครอง แต่เป็นชนิดที่เพาะพันธุ์ได้

สำหรับผู้ขออนุญาตเพาะพันธุ์ต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตเพาะพันธุ์สัตว์ป่าคุ้มครอง มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่จะทำการเพาะเลี้ยงหรือได้รับการยินยอมจากเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้น และต้องไม่มีประวัติเคยต้องโทษคดีเกี่ยวกับ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562

ในส่วนของพ่อแม่พันธุ์ ไม่สามารถจับได้เองจากธรรมชาติ เนื่องจากเหี้ยยังมีสถานะเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 จำเป็นต้องซื้อจากสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าเท่านั้น และหลังจากมีผู้ได้รับอนุญาตเพาะพันธุ์และมีสัตว์ที่ได้จากการเพาะพันธุ์แล้ว ผู้ขออนุญาตจึงจะสามารถซื้อจากสถานที่เพาะพันธุ์ที่ได้รับอนุญาตนั้นได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

ฝ่ายความมั่นคงยิงปะทะผู้ต้องสงสัยก่อความไม่สงบ จ.ยะลา

38 นาทีที่แล้ว

ประวัติ "ตรีนุช เทียนทอง" แคนดิเดตนายกฯ พรรคพลังประชารัฐ

41 นาทีที่แล้ว

20 ม.ค. ปภ.ทดสอบระบบ Cell Broadcast พร้อมกัน 77 จังหวัดทั่วประเทศ

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

"จตุพร บุรุษพัฒน์" แคนดิเดตนายกฯ คนที่ 1 พรรคโอกาสใหม่ลงสนามเลือกตั้ง 2569

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ทั่วไป อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...