โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ร่างกฎหมาย “สถานบันเทิงครบวงจร” โยนวิปรัฐบาลชี้ชะตา 7 ก.ค.นี้

การเงินธนาคาร

อัพเดต 04 ก.ค. 2568 เวลา 13.17 น. • เผยแพร่ 04 ก.ค. 2568 เวลา 06.17 น.

จุลพันธ์ รมช.คลัง เผยร่างกฎหมาย“สถานบันเทิงครบวงจร” เลื่อน หรือ ถอน โยนวิปรัฐบาลชี้ชะตา 7 ก.ค.นี้

วันที่ 4 ก.ค.2568 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง กล่าวว่า ในวันที่ 7 ก.ค.นี้ จะมีการหารือกันในที่ประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) เพื่อหาความชัดเจนในเรื่องการเสนอร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร (Entertainment Complex) ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ว่าจะ "เลื่อน" หรือ "ถอน" ร่างกฎหมายดังกล่าวออกไปก่อน โดยจะต้องให้ได้ข้อสรุปก่อนวันที่ 9 ก.ค. 2568 ซึ่งจะมีการประชุมสภาฯ ในสัปดาห์หน้า

รมช.คลัง ยืนยันว่า รัฐบาลไม่ได้เป็นห่วงเรื่องคะแนนเสียงปริ่มน้ำ แต่ในอีกมิตินั้น มองว่า ขณะนี้มีรัฐมนตรีใหม่หลายคนที่เพิ่งเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ ดังนั้นทุกคนควรมีสิทธิในการตัดสินใจเกี่ยวกับกฎหมายฉบับนี้

"ก่อนหน้านี้ ครม.ชุดที่อนุมัติกฎหมาย Entertainment complex เพื่อเสนอเข้าสู่สภาฯ นั้น เป็นการอนุมัติโดย ครม.ชุดเก่า ดังนั้นเมื่อมีการปรับเปลี่ยน ครม. ครั้งใหญ่ ก็อาจจะเป็นเหตุผลที่กฎหมายที่ค่อนข้างละเอียดอ่อน และสำคัญนี้ จะต้องนำมาพุดคุยเพื่อให้ตกผลึกกันอีกครั้ง" นายจุลพันธ์ ระบุ

พร้อมยอมรับว่า ขณะนี้มีเหตุการณ์ขัดแย้งกันในสังคมจากความเห็นต่างในเรื่องนี้ ซึ่งรัฐบาลต้องการจะลดโทนของสังคมในประเด็นที่เป็นข้อถกเถียงกันนี้ลงมาก่อน เพราะเรื่องความขัดแย้งที่เกิดขึ้นนี้ อาจจะเป็นตัวหนึ่งในการฉุดรั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจ

ดังนั้นการหยุดเรื่องความขัดแย้ง เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจเป็นไปได้จริง ก็อาจจะเป็นความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการ ดังนั้น จึงมีการหารือกันในเบื้องต้นว่า จะมีการเลื่อน หรือถอนร่างกฎหมายดังกล่าวก่อน เพื่อดึงกลับมาพิจารณาความเหมาะสมอีกครั้ง

"การจะ“เลื่อน”หรือ “ถอน”จะต้องหารือกันในวิปรัฐบาล โดยหากถอน ก็ต้องเป็นหน้าที่ของ ครม. ที่จะส่งมติและแจ้งความประสงค์ในการถอนร่างกฎหมายให้สภาฯ แต่ถ้าสรุปแล้วว่าจะเลื่อน ก็เป็นเรื่องที่สภาฯ จะสามารถวินิจฉัย และสมาชิกเป็นผู้เสนอว่าเลื่อนได้ ซึ่งคำว่าเลื่อนนี้ หมายถึงดึงกลับมาก่อน แล้วเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม จึงนำมาพิจารณาอีกครั้ง" นายจุลพันธ์ กล่าว

ส่วนข้อสรุปหลังจากนี้ จะเป็นอย่างไรก็ต้องไปหารือกัน ทั้งนี้ ข้อสรุปจะเป็นอย่างไรก็ไม่ได้เป็นปัญหา แต่ยืนยันว่ารัฐบาลมั่นใจในเสียงของรัฐบาล ซึ่งหากเสียงสนับสนุนไม่เกินครึ่งหนึ่ง เราก็ไม่ต้องทำอะไรแล้ว แต่ท้ายที่สุดหากเกิดอุบัติเหตุแล้วเสียงไม่เพียงพอที่จะผลักดันร่างกฎหมายฉบับนี้ต่อ ก็ต้องว่ากันไปตามกลไกของรัฐธรรมนูญ

อย่างไรก็ดี เชื่อว่าพรรคร่วมรัฐบาล จะเข้าใจถึงความจำเป็นที่รัฐบาลต้องการขับเคลื่อนนโยบายที่เป็นประโยชน์กับประเทศ

รมช.คลัง กล่าวว่า รัฐบาลยังยืนยันชัดเจนว่า Entertainment Complex เป็นแนวคิดของรัฐบาลที่ต้องการปรับเปลี่ยนภาคการท่องเที่ยว ต้องการดึงเม็ดเงินขนาดใหญ่ระดับแสนล้านบาท เข้ามาในประเทศ ต้องการให้เป็นจุดเปลี่ยนของภาคการท่องเที่ยว ในการดึงดูดนักท่องเที่ยวใหม่ ๆ เพิ่มทางเลือกให้แก่นักท่องเที่ยวมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีนักลงทุนจำนวนมากที่แสดงความสนใจ และพร้อมที่จะเข้ามาลงทุน

ยังหวัง GDP ปีนี้โตเกิน 2%

นายจุลพันธ์ กล่าวด้วยว่า รัฐบาลคาดหวังว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2568 จะเติบโตได้ไม่ต่ำกว่า 2% โดยยืนยันว่ายังคงเดินหน้าในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งรัฐบาลจะไม่หยุดเพียงแค่นี้ โดยมองว่าดีกว่าการไม่ทำอะไรเลย เพราะหากไม่ทำอะไรเลย เศรษฐกิจไทยอาจจะเติบโตได้ต่ำกว่า 1% ไปแล้ว

โดยเมื่อรัฐบาลตั้งเป้าหมายเศรษฐกิจ ก็อยากมองให้ไกล หากเดินไปได้ถึง 3% ก็ happy ดังนั้น การตั้งเป้าจึงเป็นเรื่องที่ท้าทาย เพื่อให้เราสามารถเดินไปได้ไกลที่สุด แต่เมื่อมีเหตุขัดแย้งกันในหลายพื้นที่ทั่วโลก มีเรื่องภาษีสหรัฐฯ เข้ามา การเติบโตก็เป็นไปได้ยาก

“คาดหวังว่าปีนี้ GDP ไทยจะโตได้ไม่ต่ำกว่า 2% ตรงนี้คือสิ่งที่รัฐบาลพยายามทำ และเมื่อมีเหตุปัจจัยภายนอกที่เกินการควบคุมเข้ามา สุดท้ายก็คงปฏิเสธผลกระทบที่จะเกิดขึ้นไม่ได้" รมช.คลัง ระบุ

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...