โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โลกให้สัญญาแต่ไม่ให้เงิน! ประเทศเสี่ยงสุดได้แค่เศษเงิน ทั้งที่วิกฤตโลกร้อนนั้นไม่รอใคร

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 03 ก.ค. 2568 เวลา 05.00 น.
การลงทุนเพื่อปรับตัว ทางรอดของโลก และถือว่าเป็นโอกาสทองของนักลงทุน โดยที่บังกลาเทศกำลังสร้างแนวป้องกันน้ำทะลักจากพายุ ด้วยเงินทุนกว่า 850 ล้านดอลลาร์จากธนาคารโลก แต่น่าเศร้าที่ประเทศเปราะบางกลับได้รับเงินช่วยเหลือด้านภูมิอากาศไม่ถึง 6% จากงบโลกทั้งหมด ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า การลงทุนเพื่อ “การปรับตัว” ไม่ใช่แค่ช่วยชีวิต แต่คือโอกาสทองทางเศรษฐกิจที่ทั่วโลกควรเร่งคว้าไว้ก่อนสายเกินไป

ที่เมืองท่าชายฝั่งในจิตตะกอง ประเทศบังกลาเทศ กำลังมีโครงการสำคัญที่สะท้อนพลังของการปรับตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นรูปธรรม วิศวกรกำลังก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ทนทานต่ออุทกภัยและคลื่นพายุ โดยได้รับการสนับสนุนเงินทุนกว่า 850 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากธนาคารโลก เพื่อสร้างแนวกำแพงความยาวกว่า 6 กิโลเมตร เพื่อปกป้องผู้คน บ้านเรือน และระบบเศรษฐกิจในหนึ่งในภูมิภาคที่เปราะบางที่สุดของโลกจากวิกฤตภูมิอากาศ

โครงการลักษณะนี้ไม่ได้มีแค่บทบาทในการ “รักษาชีวิต” แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของ “โอกาสการลงทุนที่คุ้มค่า” ที่สุดอย่างหนึ่งในยุคนี้ น่าเสียดายที่แม้จะมีการจัดประชุมระดับโลกว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากมาย พร้อมคำมั่นสัญญาจากผู้นำโลก แต่ความเป็นจริงกลับพบว่า ประเทศที่เสี่ยงต่อผลกระทบมากที่สุดได้รับเงินทุนด้านภูมิอากาศน้อยกว่า 5.5% ของเงินทุนทั้งหมดที่มีอยู่ ซึ่งไม่เพียงสะท้อนความไม่เป็นธรรมเท่านั้น แต่ยังเป็น “โอกาสที่หลุดลอย” ในการสร้างผลลัพธ์ที่แท้จริง

ขณะที่การประชุมนานาชาติว่าด้วยการเงินเพื่อการพัฒนาครั้งที่ 4 กำลังเกิดขึ้นที่เมืองเซบียา ประเทศสเปน เสียงเรียกร้องในครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การ “ให้คำมั่น” แต่คือการลงมือจริงในการลงทุนเพื่อสร้างความยืดหยุ่นให้ชุมชนในการประชุมด้านการเงินภูมิอากาศของ UN ที่จัดขึ้นก่อนหน้านี้ในเซบียา ผู้นำให้ความสำคัญกับการปฏิรูปกระบวนการจัดสรรเงินสาธารณะผ่านสถาบันการเงินระหว่างประเทศ แต่ประเด็นที่ขาดไม่ได้คือการลงทุนเพื่อ “การปรับตัว” ซึ่งหมายถึงการช่วยให้ผู้คนสามารถอยู่กับผลกระทบที่เกิดขึ้นแล้ว ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วมที่ถี่ขึ้น ความแห้งแล้งที่ยาวนาน ทะเลที่เพิ่มสูง หรือคลื่นความร้อนที่รุนแรงกว่าเดิม

ในขณะที่ “การลดโลกร้อน” (mitigation) คือการหยุดยั้งไม่ให้สถานการณ์แย่ลง เช่น การหันมาใช้พลังงานสะอาด หรือการรักษาป่าเพื่อดูดซับคาร์บอน “การปรับตัว” (adaptation) กลับเป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นควบคู่กันไป เพราะเรากำลังเผชิญกับผลกระทบที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้แล้ว ทั้งบ้านเรือนต้องแข็งแรงขึ้น พืชผลต้องทนแล้งมากขึ้น โรงเรียนและโรงพยาบาลต้องสามารถทำงานท่ามกลางภัยพิบัติได้ แต่น่าเศร้าที่ “การปรับตัว” มักถูกให้ความสำคัญน้อยกว่า และได้รับงบประมาณน้อยกว่ามาก

ในขณะที่ภาคเอกชนลงทุนมหาศาลกับพลังงานสะอาด แต่กลับสนับสนุนชุมชนที่เผชิญผลกระทบโดยตรงจากภูมิอากาศน้อยมาก ประเทศยากจนจำนวนมากยังติดกับดักระเบียบขั้นตอนที่ซับซ้อน ขาดความสามารถในการพัฒนาโครงการที่เข้าถึงแหล่งทุน จนทำให้ไอเดียดี ๆ ต้องหยุดชะงัก อย่างไรก็ตาม สถานการณ์กำลังเปลี่ยนไป เครื่องมือการเงินใหม่ ๆ กำลังช่วยลดความเสี่ยงให้แก่นักลงทุน เช่น เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ การจับมือกันระหว่างภาครัฐกับเอกชน และระบบรับประกันความเสี่ยง

กองทุนภูมิอากาศสีเขียว (Green Climate Fund) ถือเป็นแหล่งเงินทุนสำคัญสำหรับประเทศกำลังพัฒนา โดยอนุมัติเงินไปแล้วกว่า 13,500 ล้านดอลลาร์ และเมื่อรวมเงินร่วมลงทุนจากแหล่งอื่น จะมีมูลค่ารวมกว่า 51,900 ล้านดอลลาร์ ตัวเลขเหล่านี้กำลังเปิดประตูให้กับการปรับตัวที่เคยเป็นไปไม่ได้ให้กลายเป็นจริง

เรากำลังเห็นความเปลี่ยนแปลงแล้ว ในเคนยาและเอธิโอเปีย เกษตรกรใช้เมล็ดพันธุ์ที่ทนแล้งเพื่อผลิตอาหารภายใต้สภาพอากาศที่ไม่แน่นอน ในแถบแคริบเบียน โรงเรียนและคลินิกในพื้นที่ห่างไกลใช้พลังงานแสงอาทิตย์ และในบังกลาเทศ โครงสร้างพื้นฐานใหม่ในจิตตะกองกำลังปกป้องศูนย์กลางเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจในท้องถิ่นไปพร้อมกัน

สำหรับในพื้นที่ชายฝั่ง การฟื้นฟูป่าชายเลนเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยลดแรงคลื่น ลดความรุนแรงของพายุ ช่วยอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ และฟื้นอาชีพประมง บริษัทด้านการลงทุนภูมิอากาศอย่าง Pollination Group กำลังผลักดันให้ “โครงการที่ใช้ธรรมชาติเป็นพื้นฐาน” (Nature-based Solutions) กลายเป็นโครงการที่สามารถดึงดูดเงินทุนเอกชนได้

นักลงทุนที่ก้าวเข้ามาในพื้นที่ใหม่เหล่านี้ จะได้รับมากกว่าผลตอบแทนทางการเงิน พวกเขาสร้างความร่วมมือระยะยาวกับรัฐบาลและชุมชน มีบทบาทในการกำหนดนโยบายในอนาคต และวางรากฐานเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืนในพื้นที่ที่พร้อมจะก้าวนำ ถ้าได้รับโอกาส

โครงการปรับตัวเหล่านี้ ยังนำมาซึ่งประโยชน์จริงแก่ผู้คน เช่น น้ำสะอาด อาหารมั่นคง งานใหม่ โรงเรียนที่ปลอดภัย โรงพยาบาลที่ไม่ล่มเมื่อเกิดภัยพิบัติ สำหรับครอบครัวที่กำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงจากภูมิอากาศ ประโยชน์เหล่านี้ไม่ใช่แค่ “พัฒนา” แต่คือ “ความอยู่รอด”

รัฐบาลสามารถเร่งกระบวนการนี้ได้ด้วยการสร้างบรรยากาศที่เชิญชวนและปลอดภัยสำหรับการลงทุนอย่างรับผิดชอบ สถาบันระหว่างประเทศควรปรับกระบวนการให้การเข้าถึงเงินทุนง่ายขึ้น องค์กรพัฒนาเอกชนและมูลนิธิสามารถเสริมทักษะท้องถิ่นและช่วยเตรียมโครงการให้พร้อมรับทุน ส่วนภาคเอกชนเองสามารถนำทั้งทุน เทคโนโลยี และความเชี่ยวชาญเข้ามาเติมเต็ม

การลงทุนเพื่อการปรับตัวไม่ใช่แค่เรื่องจริยธรรมอีกต่อไป แต่มันคือกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด ขยายผลได้ และจำเป็นต่อโลกที่กำลังเปลี่ยนไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...