โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ส่องวิกฤตเศรษฐกิจไทย !!! ใต้เงา “สงคราม-พิษการเมือง-อันตรายเพดานหนี้”

สยามรัฐ

อัพเดต 03 ก.ค. 2568 เวลา 00.24 น. • เผยแพร่ 03 ก.ค. 2568 เวลา 00.24 น.

ในช่วงเปลี่ยนผ่านกลางปี 2568 KKP Research ภายใต้กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ได้ประกาศปรับลดประมาณการผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของไทยลงอีกครั้ง โดยลดตัวเลขปี 2025 เหลือ 1.6% (จากเดิม 1.7%) และปี 2026 เหลือเพียง 1.5% (จากเดิม 2.0%) พร้อมเตือนว่าเศรษฐกิจไทยอาจกำลังเดินหน้าเข้าสู่ “Technical Recession” หรือภาวะถดถอยทางเทคนิค

แม้เศรษฐกิจโลกจะเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวจากการผ่อนคลายของสงครามการค้า แต่ปัจจัยเฉพาะตัวของไทยกลับกำลังสร้างแรงกดดันในทุกด้านจากนักท่องเที่ยวจีนที่หดตัว ภาคการผลิตที่ไร้แรงขับเคลื่อน การบริโภคในประเทศที่อ่อนแอลง ไปจนถึงปัจจัยเสี่ยงระดับมหภาคทั้งการเมืองภายในและภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างประเทศ

เศรษฐกิจไทยกำลัง “หมดแรงส่ง”

KKP Research วิเคราะห์ว่ากลไกหลักที่เคยพยุงเศรษฐกิจไทยในช่วงก่อนหน้านี้ กำลัง “ทยอยหมดอายุ” ไม่ว่าจะเป็นแรงส่งจากการส่งออก การท่องเที่ยว หรือการลงทุนภาครัฐ ซึ่งต่างอ่อนแรงลงพร้อมกันในช่วงครึ่งหลังของปี

1.แรงส่งจากการท่องเที่ยวจีนหดตัวอย่างน่ากังวล นักท่องเที่ยวจีนฟื้นตัวช้า เหลือเพียง 30-40% จากระดับก่อนโควิด เนื่องจากกังวลด้านความปลอดภัยจากกรณีลักพาตัว และไทยเผชิญคู่แข่งอย่างเวียดนาม ญี่ปุ่นอีกทั้งค่าเงินบาทแข็งเมื่อเทียบกับหยวน ทำให้ “เที่ยวไทยแพง” KKP คาดนักท่องเที่ยวทั้งปี 2025 อยู่ที่ 33.6 ล้านคน ต่ำกว่าปีก่อน

2.ภาคการผลิตไม่ตอบรับกับการส่งออก แม้การส่งออกช่วงต้นปีขยายตัวสูงก่อนสหรัฐขึ้นภาษีสินค้าไทยแต่เป็นการใช้ “สินค้าคงคลัง” มากกว่าการผลิตใหม่ ภาคอุตสาหกรรมไม่ได้รับอานิสงส์จริง คาดเริ่มชะลอตัวในครึ่งหลังของปี

3.การบริโภคในประเทศชะลอตัวตามสินเชื่อ โดยสินเชื่อหดตัวต่อเนื่อง ทั้งในกลุ่ม SME และครัวเรือนภาระหนี้สูง หนี้เสียเพิ่ม โดยเฉพาะในกลุ่มเช่าซื้อและอสังหาฯ สะท้อนความอ่อนแอของกำลังซื้อในระดับฐานราก

ปัจจัยเสี่ยง 3 ประการ ที่อาจฉุดเศรษฐกิจถลำลึก

KKP Research ยังเน้นย้ำว่า ความไม่แน่นอนสูงขึ้นในระยะสั้น โดยเฉพาะจาก 3 ปัจจัยเสี่ยงหลักที่พร้อมกระทบเศรษฐกิจอย่างรุนแรง ได้แก่:

1.การเมืองภายใน: งบประมาณสะดุด – เสียงในสภาสั่นคลอน หลังพรรคภูมิใจไทยถอนตัว รัฐบาลแพทองธารกลายเป็นรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ เสี่ยงสูงที่ ร่าง พ.ร.บ. งบประมาณปี 2569 จะล่าช้าหรือผ่านไม่ทัน หากงบประมาณล่าช้า อาจฉุด GDP ลงได้ถึง 0.3-0.5 จุดเปอร์เซ็นต์ต่อปี หนี้สาธารณะใกล้ชนเพดาน 70% ของ GDP ขณะที่ขาดดุลการคลังยังสูง

2.สงครามการค้ากับสหรัฐฯ: ภาษี 36% อาจหวนกลับ ไทยเคยถูกเรียกเก็บภาษี 36% จากสหรัฐ ก่อนลดเหลือ 10% ชั่วคราว ซึ่งการเจรจาทางการค้าไทย-สหรัฐยังไม่มีความคืบหน้าแน่นอน หากกลับไปสู่ระดับภาษีเดิม GDP อาจหดลงถึง 0.8 จุดเปอร์เซ็นต์

3.ราคาน้ำมันพุ่ง จากวิกฤตอิหร่าน-อิสราเอล ไทยเป็นผู้นำเข้าน้ำมันสุทธิ และขาดดุลการค้าพลังงานถึง 8% ของ GDP หากราคาน้ำมันขึ้น 10% ดุลบัญชีเดินสะพัดจะหด 0.5% ของ GDP ภาวะ “Stagflation” อาจเกิดขึ้น: เงินเฟ้อสูงแต่เศรษฐกิจโตต่ำ

การเงินต้องเข้ามารับไม้ต่อ

KKP Research ชี้ว่า ในภาวะที่การคลังติดขัดจากเพดานหนี้และการเมืองเปราะบาง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อาจต้องปรับบทบาทเป็นผู้นำเสถียรภาพเศรษฐกิจ

โดยคาด ว่าธปท. จะปรับลดดอกเบี้ยอีก 0.75% ใน 12 เดือนข้างหน้า ดอกเบี้ยนโยบายอาจลดลงเหลือ 1.0% ภายในไตรมาส 1 ของปี 2026 และจำเป็นต้อง “ปลดล็อก” ข้อจำกัดการส่งผ่านนโยบายการเงิน คลายปมช่องทางสินเชื่อของธนาคารยังติดขัด โดยเฉพาะกับกลุ่มเปราะบาง

โจทย์ระยะสั้น: เสถียรภาพ-ความเชื่อมั่น-การบริโภค

จากภาพรวมทั้งหมด เศรษฐกิจไทยในครึ่งหลังของปี 2568 อยู่บนทางแยกสำคัญระหว่าง การฟื้นตัวแบบเปราะบาง หรือ การถดถอยเชิงเทคนิค (Technical Recession) หากการเติบโตติดลบสองไตรมาสติดต่อกัน

สิ่งที่ควรจับตา ประกอบด้วย

-การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีนจะ “รีบาวด์” หรือ “ร่วงต่อ”?

-งบประมาณปี 69 จะผ่านสภาทันหรือไม่?

-ราคาน้ำมันในตลาดโลกจะนิ่งหรือพุ่งไม่หยุด?

-การเจรจาภาษีไทย-สหรัฐฯ จะมีบทสรุปเชิงบวกหรือไม่?

-ภาคการเงินจะแก้ปัญหาการปล่อยกู้ชะงักได้แค่ไหน?

ไทยในเงาสงคราม ภัยการเมือง และเพดานหนี้

KKP Research ไม่เพียงแต่ปรับลดคาดการณ์ GDP เท่านั้น แต่ยังเตือนว่าไทยกำลังอยู่ในภาวะ “เศรษฐกิจหมดแรง-นโยบายไร้เครื่องมือ” อย่างชัดเจน

แม้นโยบายการเงินจะพอมีพื้นที่ แต่หากการเมืองยังสั่นคลอน งบประมาณยังล่าช้า การบริโภคยังไม่ฟื้น และราคาน้ำมันยังคงเป็นปัจจัยลบ ไทยอาจหลุดเข้า “กับดักถดถอยเชิงเทคนิค” และต้องใช้เวลานานกว่าจะฟื้น

สิ่งที่ต้องการเร่งด่วนคือ ความชัดเจนทางการเมือง การเจรจาระหว่างประเทศที่มีทิศทาง และกลไกสนับสนุนผู้ประกอบการ-ครัวเรือนอย่างตรงจุด

เพราะเมื่อทั้ง “แรงส่ง” และ “แรงใจ” ของเศรษฐกิจอ่อนแรงพร้อมกัน ประเทศจะเหลือแต่ “แรงเฉื่อย” ซึ่งไม่พอสำหรับการหลุดพ้นจากภาวะถดถอย

#KKPResearch #เศรษฐกิจไทย #GDP2568 #TechnicalRecession #นักท่องเที่ยวจีน #ราคาน้ำมัน #ภาษีสหรัฐ #งบประมาณ2569 #ธปท #ดอกเบี้ย #ข่าวเศรษฐกิจ #วิเคราะห์เศรษฐกิจไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...