โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ทาจิกิสถาน” เสี่ยงอดตาย ไร้ทุน ไร้น้ำ ไร้อนาคต

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 10 ก.ค. 2568 เวลา 03.30 น.
“ทาจิกิสถาน” เผชิญวิกฤตการเกษตรหนัก ผลผลิตฝ้ายร่วง 56% ในรอบ 30 ปีจากผลกระทบโลกร้อน ขาดการลงทุน และเทคโนโลยีล้าสมัย ซึ่งขณะนี้ 60% ของประชากรยังพึ่งพาเกษตรแต่เผชิญปัญหาภัยแล้ง ระบบชลประทานเสื่อม และความไม่มั่นคงทางอาหาร

ตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา ผลผลิตฝ้ายของประเทศทาจิกิสถานลดลงอย่างน่าตกใจถึง 56% โดยมีปัจจัยหลักจากการขาดการลงทุน เทคโนโลยีเกษตรที่ล้าสมัย และที่สำคัญคือ "การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ" ซึ่งแม้มนุษยชาติยังไม่สามารถหยุดภาวะโลกร้อนได้ แต่ก็ยังสามารถปรับตัวและลดผลกระทบจากภัยพิบัติ ภาวะแห้งแล้ง การละลายของธารน้ำแข็ง และการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพได้

ภาคเกษตรของทาจิกิสถานแม้จะเติบโตบ้าง แต่ยังเติบโตช้า โดยมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความมั่นคงทางอาหารของประเทศ เพราะประชากรกว่า 60% มีอาชีพเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทที่มีประชากรกว่า 7 ล้านคน จากทั้งหมด 10 ล้านคน ภาคเกษตรสร้างรายได้ประมาณ 25% ของ GDP และเป็นแหล่งรายได้ภาษีถึง 35% รวมถึงส่งออกสินค้าเกษตรในสัดส่วนใกล้เคียง ทว่ารายได้ในภาคเกษตรที่คิดเป็นดอลลาร์สหรัฐกลับแทบไม่เปลี่ยนแปลง ขณะที่ราคาสินค้าอาหารภายในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างความลำบากแก่ครัวเรือนที่มีรายได้น้อย ซึ่งต้องเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้นจากการนำเข้าปุ๋ย เครื่องจักร และวัสดุบรรจุภัณฑ์

ข้อมูลจากองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ระบุว่า 60% ของประชากรทาจิกิสถานกำลังเผชิญภาวะไม่มั่นคงทางอาหาร หมายถึงขาดแคลนพลังงานและสารอาหารที่เพียงพอต่อการมีสุขภาพที่ดี มัตลุบ รักห์มอนอฟ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตรเผยว่า ภาวะโลกร้อนได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบฤดูกาลอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในภาคสวนผลไม้ หลายพื้นที่เจออากาศอุ่นผิดปกติในช่วงปลายฤดูหนาว ทำให้ต้นไม้เริ่มออกดอกเร็วเกินไป จากนั้นในช่วงปลายเมษายนถึงต้นพฤษภาคมกลับมีอากาศเย็นจัดอย่างเฉียบพลัน ทำให้ดอกไม้ร่วงและผลผลิตเสียหาย

แม้ในอดีตการปลูกสวนผลไม้แบบเข้มข้นในระดับความสูงกว่า 2,000 เมตรจะถูกมองว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ปัจจุบันไม้ผลบางชนิดเริ่มปรับตัวได้ดีขึ้น เปิดโอกาสให้การเกษตรบนที่สูงเป็นทางเลือกใหม่ ทว่าความคิดนี้ยังต้องการเงินลงทุนมหาศาล จึงยังไม่สามารถขยายในวงกว้างได้ในตอนนี้

ปัญหาสะสม: ภัยแล้ง การขาดการลงทุน และเทคโนโลยีล้าหลัง

ภาคเกษตรของทาจิกิสถานกำลังเผชิญ 3 ความท้าทายใหญ่ ได้แก่

  • ความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศ เช่น ภัยแล้ง น้ำท่วม การกัดเซาะของดิน และการระบาดของศัตรูพืช ซึ่งล้วนส่งผลต่อผลผลิตและความหลากหลายทางชีวภาพ
  • การขาดการลงทุน โดยเฉพาะการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ประกันภัย และตลาดที่ทันสมัย ทำให้ภาคเกษตรไม่สามารถพัฒนาได้อย่างเต็มที่
  • เทคโนโลยีที่ล้าหลัง ส่งผลให้ประสิทธิภาพการผลิตต่ำ สูญเสียทรัพยากรและรายได้จำนวนมาก

ศาสตราจารย์ไกซาร์ ซัดดิก แห่งสถาบันวิจัยผลกระทบการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศเมืองพอทสดัม (PIK) เตือนว่า การละลายของธารน้ำแข็งจะลดปริมาณน้ำในแม่น้ำอย่างมาก กระทบโดยตรงต่อพืชใช้น้ำมากอย่างฝ้าย ซึ่งต้องพึ่งพาการชลประทานถึง 50–70% ของพื้นที่ นอกจากนี้ยังคาดว่าจะเกิดปรากฏการณ์ฝนตกหนักผิดปกติและคลื่นความร้อนถี่ขึ้น ซึ่งจะยิ่งซ้ำเติมผลผลิตให้ลดลงทั้งในด้านคุณภาพและปริมาณ

ศาสตราจารย์ซัดดิกเสนอแนวทางแก้ไขระยะยาว ได้แก่

  • ส่งเสริมการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน รวมถึงพัฒนาเทคโนโลยีประหยัดน้ำ
  • ยกระดับความรู้ด้านภูมิอากาศให้กับเกษตรกรและภาคธุรกิจ
  • ให้หน่วยงานและเกษตรกรเข้าถึงข้อมูลภูมิอากาศทั้งระยะสั้นและระยะยาว
  • สนับสนุนการกระจายรายได้และระบบประกันความเสี่ยงให้กับครัวเรือนเกษตร

อย่างไรก็ตาม มาตรการเหล่านี้ต้องได้รับการสนับสนุนจากรัฐอย่างเป็นรูปธรรม ตัวอย่างเช่น สหภาพยุโรปได้ปรับโครงสร้างการสนับสนุนเกษตรกรใหม่ในปี 2023 โดยให้เงินช่วยเหลือเฉลี่ย 156 ยูโรต่อเฮกตาร์ และสูงถึง 116 ยูโรสำหรับเกษตรกรรุ่นใหม่

สถานการณ์ในทาจิกิสถานแสดงให้เห็นชัดว่า "การปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ" ต้องมองแบบองค์รวม การปล่อยให้เกษตรกรเผชิญวิกฤตลำพังคือการเสี่ยงต่อทั้งความมั่นคงทางอาหารของประเทศ และการสูญเสียสถานะผู้นำด้านการผลิตฝ้ายในเอเชียกลางอย่างถาวร

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...