โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เส้นตายภาษีทรัมป์ กับความหวังและความสับสนต่อเศรษฐกิจโลก

PostToday

อัพเดต 08 ก.ค. 2568 เวลา 16.00 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 22.56 น.

การประกาศเลื่อนกำหนดเส้นตายการจัดเก็บภาษีศุลกากรครั้งล่าสุดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก่อให้เกิดความหวังในกลุ่มประเทศคู่ค้ารายใหญ่ ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสหภาพยุโรป ว่ายังมีโอกาสที่จะบรรลุข้อตกลงเพื่อลดหรือยกเว้นภาษี แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างความสับสนให้กับประเทศผู้ส่งออกรายย่อยอย่างแอฟริกาใต้ พร้อมทิ้งความไม่ชัดเจนแก่ภาคธุรกิจเกี่ยวกับทิศทางในอนาคต

จดหมายแจ้งเตือนไปยัง 14 ประเทศซึ่งระบุอัตราภาษีที่จะจัดเก็บในอัตรา 25% ถึง 40% ถูกเรียกว่าเป็น “คำเตือนครั้งสุดท้าย” ของทรัมป์ในนโยบายภาษีแบบ “ต่างตอบแทน” (reciprocal tariffs) พร้อมทั้งประกาศเลื่อนกำหนดเส้นตายจากวันพุธที่ผ่านมาเป็นวันที่ 1 สิงหาคม ซึ่งทรัมป์ย้ำว่า “จะไม่มีการขยายเวลาอีก”

นักวิเคราะห์การค้าระบุว่าการตัดสินใจนี้สะท้อนถึงความไม่พอใจของทรัมป์ต่อการเจรจาการค้าที่ซับซ้อนและล่าช้ากว่าที่คาดไว้ โดยก่อนหน้านี้เขาหวังว่าจะสามารถทำข้อตกลงได้ถึง 90 ฉบับในเวลา 90 วัน

เมื่อวันอังคาร ทรัมป์ได้ประกาศจัดเก็บภาษีนำเข้าทองแดงในอัตรา 50% และเตรียมประกาศภาษีสำหรับเซมิคอนดักเตอร์และยารักษาโรคในเร็วๆ นี้ โดยเขาแสดงความชัดเจนว่าเห็นว่าภาษีแบบตรงไปตรงมาเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพกว่าการเจรจาทางการค้า

ท่าทีจากพันธมิตรรายใหญ่

นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ชิเงรุ อิชิบะ แสดงท่าทีเชิงบวก โดยระบุว่ารัฐบาลจะเดินหน้าการเจรจาเพื่อให้เกิดข้อตกลงที่ “เป็นประโยชน์ร่วมกัน และคุ้มครองผลประโยชน์แห่งชาติของญี่ปุ่น” ท่ามกลางความกังวลเรื่องภาษี 25% สำหรับรถยนต์ซึ่งเป็นสินค้าหลักของญี่ปุ่น และการปฏิเสธซื้อข้าวจากสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นตามที่ทรัมป์ต้องการ

ญี่ปุ่นซึ่งเคยถูกมองว่าเป็นประเทศแรกที่จะบรรลุข้อตกลง ต้องเผชิญกับข้อจำกัดทางการเมืองเนื่องจากการเลือกตั้งวุฒิสภาในวันที่ 20 กรกฎาคม ซึ่งการยอมอ่อนข้อเกินไปอาจเป็นความเสี่ยงต่อรัฐบาลพรรคเสรีประชาธิปไตยของอิชิบะ

เกาหลีใต้ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีคนใหม่ อี แจมยอง ให้คำมั่นว่าจะเร่งเจรจาเพื่อผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน ขณะที่นักวิเคราะห์เตือนว่าอีจะไม่ยอมตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบเทียบกับญี่ปุ่น

ความสับสนในกลุ่มประเทศเล็กและภาคธุรกิจ

ในทางกลับกัน ประเทศเล็กๆ เช่น แอฟริกาใต้ ไทย และมาเลเซีย ซึ่งกำลังเผชิญกับภาษีในอัตรา 30%, 36% และ 25% ตามลำดับ กลับมีความไม่แน่นอนในอนาคต

ประธานาธิบดีซีริล รามาโฟซา แห่งแอฟริกาใต้วิจารณ์อัตราภาษี 30% ว่าไม่สอดคล้องกับอัตราภาษีเฉลี่ยของแอฟริกาใต้ที่ 7.6% พร้อมสั่งให้คณะเจรจาของประเทศเร่งดำเนินการตามข้อเสนอที่ยื่นไปตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม

ด้านสหภาพยุโรปซึ่งยังไม่ได้รับจดหมายเตือนหรือการปรับเปลี่ยนอัตราภาษี ยังคงอยู่ในระหว่างการหารือเพื่อบรรลุข้อตกลงที่อาจยกเว้นภาษีสำหรับอุตสาหกรรมเฉพาะ เช่น อากาศยาน อุปกรณ์การแพทย์ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยหวังให้ผู้ผลิตรถยนต์บางรายสามารถส่งออกไปยังสหรัฐฯ ได้โดยไม่ถูกจัดเก็บภาษี 25%

ผลกระทบต่อธุรกิจ

หลังจากประกาศภาษี “Liberation Day” ระดับโลกในช่วงต้นเดือนเมษายน ซึ่งมีอัตราระหว่าง 11%-50% ทรัมป์ได้ลดระดับลงเหลือ 10% สำหรับหลายประเทศเพื่อเปิดช่องให้เจรจา แต่ผลลัพธ์ยังไม่เป็นไปตามเป้า

ไรอัน มาเยอรัส อดีตเจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ มองว่าทรัมป์กำลังเร่งใช้มาตรการกดดันเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรอง เนื่องจากตลาดที่เริ่มมีเสถียรภาพและตัวเลขเศรษฐกิจที่ดีขึ้นอาจเปิดโอกาสให้ทรัมป์เดินหน้าอย่างแข็งแกร่ง แต่เวลาเริ่มร่อยหรอ และยิ่งรายละเอียดของข้อตกลงซับซ้อนมากขึ้น ก็ยิ่งยากต่อการเจรจา

ในระดับภาคธุรกิจ ความไม่แน่นอนดังกล่าวทำให้บริษัทต่างๆ ต้องชะลอการตัดสินใจด้านห่วงโซ่อุปทานและต้นทุน หลายบริษัทกำลังขาดทุนจากสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงทุกวันและไร้ทิศทาง เนื่องจากเจอความซับซ้อนในการคำนวณภาษี และต้องปรับฐานและกระบวนการผลิต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...