โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ตำรวจทลายเครือข่าย "ก๊กอาน" ยึดทรัพย์กว่า 1,100 ล้านบาท เตรียมออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 10 ก.ค. 2568 เวลา 08.58 น.

ตำรวจทลายเครือข่าย "ก๊กอาน" ยึดทรัพย์กว่า 1,100 ล้านบาท เตรียมออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงประสาน Interpol ออกหมายแดงจับ "ก๊กอาน" - เร่งจัดตั้ง War Room ให้เสร็จภายในสิ้นเดือน

วันที่ 10 ก.ค.68 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะประธานศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอส.ตร.) เป็นประธานแถลงผลการปฏิบัติการครั้งใหญ่ ภายใต้ยุทธการ "ปิดตึกบัญชีม้า ล่านายทุนกัมพูชา ทลายเครือข่าย ก๊ก อาน เจ้าพ่อกาสิโน" ภายหลังมีการออกหมายจับนายก๊ก อาน เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา

พล.ต.อ.ธัชชัย เปิดเผยว่า ขณะนี้ ศปอส.ตร. ได้ร่วมมือกับหน่วยงานระดับประเทศและนานาชาติ เพื่อดำเนินการปราบปรามขบวนการคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ ซึ่งมีฐานปฏิบัติการในประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ กัมพูชา เมียนมา และลาว โดยเฉพาะในกัมพูชา ซึ่งถือเป็นหนึ่งในศูนย์กลางของขบวนการคอลเซ็นเตอร์รายใหญ่ของโลก

ทั้งนี้ ประเทศไทย ซึ่งเป็นศูนย์กลางการคมนาคมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มักถูกใช้เป็นทางผ่านของกลุ่มอาชญากรที่เข้ามาในคราบนักท่องเที่ยว ก่อนจะลักลอบเดินทางข้ามชายแดนไปยังฐานปฏิบัติการในประเทศเพื่อนบ้าน หรือเข้าร่วมขบวนการคอลเซ็นเตอร์ที่มีอยู่ในพื้นที่แนวชายแดน

สำหรับพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา มีการดำเนินมาตรการกดดัน เช่น การตัดระบบไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต และน้ำมัน เพื่อบีบบังคับให้เกิดการกวาดล้างเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ในเขตพื้นที่ของชนกลุ่มน้อย โดยเฉพาะในเขตเมืองชเวโก๊ะโก๋ และเคเคพาร์ค ซึ่งมีการพบชาวต่างชาติจากกว่า 36 สัญชาติ รวมจำนวน 88,893 รายที่เกี่ยวข้องกับขบวนการนี้ อย่างไรก็ตาม ยังมีกลุ่มที่หลบซ่อนอยู่ในพื้นที่ตอนใต้ของเมืองเมียวดี ซึ่งอยู่ระหว่างการติดตามและเตรียมการดำเนินการเพิ่มเติม

ในส่วนของประเทศกัมพูชา พบว่ามีขบวนการคอลเซ็นเตอร์กระจายอยู่ใน 10 จังหวัด รวมแล้วกว่า 52 จุด โดยเฉพาะในเมืองปอยเปต และบริเวณชายแดนติดกับประเทศเวียดนาม ซึ่งพบว่าแก๊งชาวจีนเป็นผู้ควบคุมดูแล และได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มผู้มีอิทธิพลในพื้นที่

นอกจากนี้ ขบวนการคอลเซ็นเตอร์ยังเริ่มขยายเข้ามาในประเทศไทยบางส่วน แต่เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบและจับกุมได้ทันเวลา โดยพบว่ากลุ่มเหล่านี้มุ่งหลอกลวงชาวต่างชาติ เช่น ชาวออสเตรเลีย เวียดนาม เกาหลี และจีน

ผลจากปฏิบัติการในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นเครือข่ายของนายก๊ก อาน จำนวน 20 จุด ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ และชลบุรี สามารถอายัดเงินสดได้กว่า 27 ล้านบาท ยึดรถหรู เอกสารสำคัญ และทรัพย์สินรวมมูลค่ากว่า 1,100 ล้านบาท โดยอยู่ระหว่างการดำเนินการออกหมายจับกับผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม

คดีของนายก๊ก อาน ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการสืบสวนและขยายผล โดยจะมีการออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมหากพบหลักฐานเชื่อมโยง โดยเฉพาะกลุ่มคนต่างด้าวที่ลักลอบเข้ามาในประเทศ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงความคืบหน้าการติดตามตัวนายก๊ก อาน ซึ่งเชื่อว่าไม่ได้อยู่ในประเทศไทย พล.ต.อ.ธัชชัย ระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานกับหน่วยงานระดับนานาชาติ เพื่อขอความร่วมมือในการติดตามตัวและนำตัวกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย โดยได้แจ้งหมายจับให้ประเทศต่าง ๆ ทราบแล้ว

พล.ต.อ.ธัชชัย ระบุว่า ในฐานะผู้บังคับใช้กฎหมาย ไม่สามารถให้รายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับความสัมพันธ์ส่วนตัวของผู้ต้องหาได้ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า นายก๊ก อาน มีสถานะเป็นนักธุรกิจรายใหญ่ และดำรงตำแหน่งทางการเมืองในกัมพูชา โดยเป็นสมาชิกวุฒิสภา อีกทั้งยังมีความเกี่ยวข้องกับอาคารหลายแห่งที่ถูกใช้เป็นสถานที่ดำเนินกิจกรรมผิดกฎหมายอย่างชัดเจน

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า นายก๊ก อาน มีความเชื่อมโยงกับนักการเมืองไทยหรือไม่ พล.ต.อ.ธัชชัย ระบุว่า ขณะนี้ ยังไม่พบหลักฐานที่บ่งชี้ความสัมพันธ์ดังกล่าวในทางคดี แต่ยังอยู่ระหว่างการสืบสวนและขยายผลอย่างละเอียด

ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับบริษัทที่อาจมีบทบาทในการฟอกเงินในประเทศกัมพูชา พล.ต.อ.ธัชชัย ระบุว่า อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึก และจะขยายผลต่อไปหากพบความเชื่อมโยง

เมื่อถามถึงความเป็นไปได้ว่าจะมีผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมจากการสอบสวน เจ้าหน้าที่กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานทั้งในส่วนของพยานบุคคลและเอกสาร โดยเฉพาะข้อมูลจากโทรศัพท์มือถือ ซึ่งอยู่ระหว่างการวิเคราะห์อย่างละเอียด

พล.ต.อ.ธัชชัย ยังย้ำว่า ได้สั่งการสำนักงานอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) เร่งรวบรวมข้อมูลและหลักฐานทั้งหมดให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องหลบหนี หรือเคลื่อนย้ายทรัพย์สินหลุดรอดจากการตรวจสอบ

เมื่อสอบถามถึงความร่วมมือจากทางกัมพูชาในประเด็นอินเตอร์โพล พล.ต.อ.ธัชชัย ระบุว่า ได้รับความร่วมมือมีอยู่บ้าง แต่ยังไม่ถึงระดับที่เพียงพอ หากในกรณีที่กัมพูชาไม่ให้ความร่วมมืออย่างจริงจัง ก็อาจไม่มีบทลงโทษทางตรงในทางกฎหมายระหว่างประเทศ แต่อย่างไรก็ตาม ตนเองมองว่าแรงกดดันจากสังคม ทั้งภายในและระหว่างประเทศ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และนำไปสู่ความร่วมมือที่ดีขึ้นในอนาคต

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...