โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศก.ไทยครึ่งหลังเสี่ยงถดถอย มองGDPปี69เติบโตเพียง1.4%

ทันหุ้น

อัพเดต 18 มิ.ย. 2568 เวลา 14.15 น. • เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2568 เวลา 11.44 น.

#SCB EIC #ทันหุ้น - SCB EIC ส่องเศรษฐกิจไทยครึ่งหลังปี 2568 เสี่ยงเข้าสู่ภาวะถดถอยทางเทคนิค ชี้มีแววโตเพียงไตรมาสละต่ำกว่า 1% เหตุส่งออก-ลงทุนแผ่ว พ่วงกำลังซื้อในประเทศอ่อนตัว แถมแนะจับตาการเจรจาภาษีสหรัฐอเมริกา-มาตรการกระตุ้นภาครัฐ ส่วนปี 2569 มอง GDP ไทยโต 1.4%

นายยรรยง ไทยเจริญ สายงานวิจัยเศรษฐกิจและความยั่งยืน ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ SCB EIC เปิดเผยว่า บริษัทคาดภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศครึ่งหลังปี 2568 มีโอกาสและความเสี่ยงที่จะเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยทางเทคนิค (Technical Recession) เนื่องจากจากการส่งออกและการลงทุนชะลอตัว

*ปี 69 จีดีพีโตเพียง 1.4%

ขณะเดียวกันในแง่ของบรรยากาศภาคการท่องเที่ยวในปี 2568 นั้นมองจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปีนี้ปรับลดลงเหลือ 34.2 ล้านคน หรือลดลงจากปี 2567 ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางนักท่องเที่ยวจีนที่หดตัว ผลจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และการลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มหดตัวต่อเนื่อง จากความไม่แน่นอนของนโยบายการค้ากำลังซื้อทั้งในและต่างประเทศที่อ่อนลง

ส่วนภาคธุรกิจในไทยภาพรวมความเชื่อมั่นปรับตัวลดลงส่งผลให้ภาคธุรกิจเลือกที่จะชะลอการลงทุน ซึ่งสวสทางกับตัวเลขการอนุมัติการสนับสนุนของภาคธุรกิจด้านการลงทุนของ BOI จะเพิ่มสูงขึ้น

ดังนั้น จากปัจจัยดังกล่าว ทำให้ SCB EIC ยังคงประมาณการเศรษฐกิจไทย(GDP : จีดีพี) ในปี 2568 เติบโตเพียง 1.5% ส่วนในปี 2569 คาด GDP ของประเทศไทยจะเติบโตประมาณ 1.4%

จับตาเจรจาภาษีสหรัฐ

“แรงส่งสำคัญเศรษฐกิจไทยหากมองไปข้างหน้านั้นจะแผ่วลงเกือบทุกด้าน โดยเฉพาะการบริโภคภาคเอกชนที่จะชะลอลงมาก เพราะหนี้ภาคครัวเรือนยังอยู่สูงมาก ทำให้ครัวเรือนระมัดระวังในการใช้จ่าย อีกทั้งในส่วนของภาคการบริโภคเองก็ยังเปราะบาง เพราะการจ้างงานและรายได้ ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ลดลงมาก ภาวะการเงินที่ยังตึงตัว แต่ยังมีประเด็นเกี่ยวกับการเจรจาเรื่องภาษีตอบโต้กับทางสหรัฐอเมริกาของทางรัฐบาล ที่อาจจะเป็นประเด็นบวกต่อภาพรวมเศรษฐกิจของไทยในอนาคตต่อไป”

ขณะที่แผนการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐวงเงิน 1.57 แสนล้านบาท แทนโครงการดิจิทัลวอลเล็ต แม้จะช่วยเศรษฐกิจได้ตรงจุดมากขึ้น แต่ผลบวกสู่เศรษฐกิจจะเกิดขึ้นช้ากว่าและยังไม่เพียงพอ โดย SCB EIC ประเมินว่าแรงส่งเศรษฐกิจจากการใช้จ่ายงบประมาณในปี 2568 จะแผ่วลง ขณะที่หนี้สาธารณะมีแนวโน้มติดเพดาน 70% ของ GDP ในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า ซึ่งอาจเป็นข้อจำกัดของการเพิ่มงบกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะข้างหน้าหากไม่มีการปฏิรูปด้านการคลังในอนาคต

เงินเฟ้อติดลบ

ด้านตัวเลขเงินเฟ้อทั่วไปยังคงติดลบ สะท้อนราคาพลังงานที่ปรับลดลงต่อเนื่อง และกำลังซื้อในประเทศที่ยังซบเซา โดยประเมินว่าเงินเฟ้อในไตรมาส 2/2568 อาจยังติดลบอยู่ก่อนจะทยอยปรับสูงขึ้นในช่วงสิ้นปี

ส่วนทิศทางเงินเฟ้อมีแนวโน้มต่ำกว่ากรอบเป้าหมายต่อเนื่องในปี 2569 ผลจากปัจจัยอุปสงค์ที่ฟื้นตัวช้า ราคาพลังงาน รวมถึงสินค้าเกษตรขยายตัวต่ำ ทั้งนี้ความเสี่ยงจากสงครามในตะวันออกกลางเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ทำให้เปิดทางดอกเบี้ยลงได้อีกเพื่อช่วยผ่อนคลายภาวะการเงินที่ตึงตัวต่อเนื่อง

สำหรับทิศทางดอกเบี้ยนโยบายในช่วงที่เหลือปี 2568 นั้นทาง SCB EIC ประเมินคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีโอกาสลดดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้เหลือ 1.25% เพื่อช่วยให้ภาวะการเงินผ่อนคลายมากขึ้น ในภาวะที่เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มโตต่ำกว่าศักยภาพค่อนข้างมาก เงินเฟ้อหลุดขอบล่างของกรอบนโยบายการเงิน และคุณภาพสินเชื่อยังปรับด้อยลงต่อเนื่อง ทั้งนี้ภาวะการเงินในช่วงที่ผ่านมามีแนวโน้มตึงตัวต่อเนื่อง สะท้อนจากดอกเบี้ยนโยบายที่แท้จริง ที่ยังอยู่สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต สินเชื่อหดตัวต่อเนื่อง และค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับคู่ค้าสำคัญปรับแข็งขึ้นมาอยู่ใกล้ระดับปี 2540

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...